
หลากความเห็นคนบันเทิงกับการละเมิดลิขสิทธิ์หนัง
หลังจากที่เคยถูกฟันธงว่าเป็นประเทศที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ก็ดูเหมือนบ้านเราจะตื่นตัวเรื่องการรณรงค์ในหลากหลายรูปแบบจากภาครัฐและเอกชนพอสมควร เพราะนอกจากการใช้กฎหมายในการปราบปรามอย่างเคร่งครัด
ไม่ว่าจะเป็นการให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราและจับกุมแผ่นผีซีดีเถื่อนแล้ว ยังมีการทำสัมมนาเพื่อเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปเห็นความสำคัญและความเสียหายในการละเมิดลิขสิทธิ์ในรูปแบบต่างๆ และอีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือการทำวีทีอาร์รณรงค์การละเมิดลิขสิทธิ์รูปแบบต่างๆ
ก่อนหน้านี้ได้มีการทำวีทีอาร์รณรงค์ไล่มาตั้งแต่ทำเป็นการ์ตูนแอนิเมชั่น บอกเล่าเรื่องราวเพื่อให้คนดูเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ยังมีการทำวีทีอาร์เหมือนบทสัมภาษณ์ผู้ชายคนหนึ่ง ถามถึงเหตุผลในการซื้อแผ่นผีแทนแผ่นหนังที่ถูกลิขสิทธิ์ และยังมีวีทีอาร์รณรงค์ห้ามแอบถ่ายภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ ซึ่งบทสรุปของวีทีอาร์ทุกชิ้น จะบอกถึงข้อดีในการซื้อแผ่นที่ถูกลิขสิทธิ์ในตอนท้าย ซึ่งวีทีอาร์รณรงค์เหล่านี้ สามารถดูได้ทางโรงภาพยนตร์ ทางสื่ออินเทอร์เน็ตและตามรายการทีวีทางช่องเคเบิล หลายคนอาจมองว่าการแอบถ่ายหนังในโรงภาพยนตร์ไม่ใช่เรื่องผิด ซื้อแผ่นแท้หรือแผ่นก๊อปนั้นไม่ต่างกัน หรือโหลดภาพยนตร์ชนโรงมาดูทางอินเทอร์เน็ต ก็เป็นเรื่องที่ใครๆ ทำกัน แต่สิ่งเหล่านี้กลับทำให้โรงภาพยนตร์ และนายทุนหนังต้องตกอยู่ในสภาพขาดทุน ทำให้คนสร้างหนังสูญเสียกำลังใจ เพราะทำหนังไปก็ขายไม่ได้ไม่มีคนมาดู
หลังจากที่รณรงค์ด้วยการบอกเล่าถึงผลเสียในการละเมิดผ่านวีทีอาร์มานาน ล่าสุดในโรงภาพยนตร์กำลังมีวีทีอาร์รณรงค์การละเมิดลิขสิทธิ์ตัวใหม่ ในชื่อ "ขอบคุณที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ - Thank You Campaign" เพื่อเป็นการขอบคุณคนที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ทุกรูปแบบ จาฤก กัลย์จาฤก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กันตนา กรุ๊ป ซึ่งเข้ามารับตำแหน่ง นายกสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ได้กล่าวถึงการทำวีทีอาร์ครั้งนี้ ว่านอกจากจะเป็นการขอบคุณทุกคนที่ทำถูกกฎหมายแล้ว ยังเชื่อมั่นว่าคนที่มาดูภาพยนตร์เกิดจิตสำนึกไม่ละเมิดลิขสิทธิ์อย่างแน่นอน
"การที่หนังไทย-ฝรั่งอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะมีคนทำถูกกฎหมาย การละเมิดลิขสิทธิ์ในรูปแบบต่างๆ ผลกระทบรุนแรงมาก รายได้ที่เราควรได้ 100% แต่กลับได้ไม่ถึง 20% ถ้าเราสามารถระงับการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ เชื่อว่าอุตสาหกรรมจะโตจาก 3-4 หมื่นล้าน เป็นแสนล้านได้ไม่ยาก ซึ่งทางสมาคมมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ทางสมาคมยังมีงบประมาณส่วนหนึ่ง สำหรับการวิจัยว่าควรทำอย่างไรการละเมิดลิขสิทธิ์ถึงจะหมดไปจากประเทศไทย โดยการร่างกฎหมายออกมาทั้งหมด 5 ฉบับ ซึ่งขณะนี้กฎหมายทั้ง 5 ฉบับ เราได้นำเสนอรัฐมนตรีช่วย อลงกรณ์ พลบุตร ไปแล้ว และตอนนี้กำลังผลักดันเข้าสู่สภา นอกจากนี้เรายังได้มีการจัดตั้งกองทุนการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเอาเงินจากคนในอุตสาหกรรมหนังมาลงขันกัน เพื่อนำเงินตรงนี้มาจัดทำแคมเปญต่อสู้เรื่องนี้ จริงๆ แล้วการละมิดลิขสิทธิ์ ก็เหมือนการละเมิดเศรษฐกิจของชาติ นอกจากทำลายแล้วยังส่งเสริมให้อาชญากรทำสิ่งผิดกฎหมาย ถ้าเราสามารถระงับต้นเหตุได้ประเทศชาติเราก็จะเติบโตขึ้น" จาฤกกล่าว
ในขณะที่ “บ๊วย” เชษฐวุฒิ วัชรคุณ พิธีกรอารมณ์ดีกล่าวว่า เขาเคยเห็นวิธีรณรงค์ละเมิดลิขสิทธิ์หลายวิธี และวิธีที่ประทับใจคือการทำพิธีแช่ง "เราต้องปกป้องผลประโยชน์ของคนที่สร้างหนัง ถ้าเราซื้อก็เหมือนเราสนับสนุนให้คนทุจริต การซื้อแผ่นก๊อป ก็เหมือนเป็นการขโมยแบบหนึ่ง ผมว่าหนังดีๆ สามารถสะท้อนอะไรดีๆได้ การลงทุนก็มีส่วนในการที่จะทำให้สามารถผลิตหนังดีๆ หากเราทำหนัง ทำเพลงแล้วไม่มีใครซื้อ คนสร้างหนังสร้างเพลง จะเอาเงินที่ไหนมาสร้างเรื่องต่อไป ไม่มีใครอยากทำแล้วขาดทุนหรอก ผมว่าการกำจัดแผ่นผีเป็นเรื่องยาก หากยังมีคนซื้อ เรื่องแบบนี้พูดยาก มันแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ว่าจะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้" บ๊วยกล่าวเสียงเซ็งๆ
ฟาก "ขวัญ" อุษามณี ไวทยานนท์ แม้จะเป็นคนหนึ่งที่ไม่ดูหนังในโรงภาพยนตร์เพราะไม่มีเวลา แต่จะติดตามผลงานภาพยนตร์ใหม่ๆ เสมอๆ "ปกติขวัญจะได้ดูหนังตอนออกเป็นแผ่นแล้ว ซึ่งจะซื้อแผ่นที่ถูกลิขสิทธิ์มาจากร้านเซเว่นฯ แล้วมาดูที่บ้าน ส่วนการรณรงค์ละเมิดลิขสิทธิ์วิธีต่างๆ ที่ทั้งรัฐและเอกชนทำอยู่นั้น ขวัญว่ามันเป็นสิ่งที่ดี แต่เท่าที่เห็นจะทำเป็นช่วงๆ เป็นพักๆ ตามกระแสเท่านั้น
เรื่องแบบนี้มันต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการปลูกฝัง และต้องทำอย่างจริงจัง เพราะถ้าทำจริงจัง ก็น่าจะแก้ปัญหาการละเมิดได้จริง เพราะถึงแม้เราจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนยุคเก่าไม่ได้ แต่เราก็สามารถปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ให้แก่เด็กยุคใหม่ได้ สำหรับคนที่ยังละเมิดอยู่ ก็อยากให้เอาใจเขามาใส่ใจเราสักนิด การละเมิดลิขสิทธิ์ก็เหมือนการทำนาบนหลังคน ถ้าเราเป็นคนทำเป็นคนผลิตก็คงไม่ชอบ คนทำเขาก็เสียใจ เพราะทำหนังมาก็ขาดทุน หมดกำลังใจสร้างหนังดีๆ ให้เราดู" ขวัญแสดงความคิดเห็น



