บันเทิง

มองนอกดูใน - ถ้าจะตาย...ก็ขอตายอยู่บนความถูกต้อง

มองนอกดูใน - ถ้าจะตาย...ก็ขอตายอยู่บนความถูกต้อง

11 พ.ค. 2554

วันหนึ่งในระหว่างค่าย 8 สื่อมหัศจรรย์ SOS (Seeds Of Spirituality) ครั้งที่ 8 ข้าพเจ้าได้เห็นภาพข่าวสั้นๆ ในโทรทัศน์ เป็นเรื่องราวของบ้านวังลุง หมู่บ้านเล็กๆ ใน จ.นครศรีธรรมราช ที่ประกาศว่าจะขอพึ่งพาตนเอง โดยไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล และไม่ขอรับถุงย

 ผู้ดูแลพื้นที่นี้คือ นายเฉลิม กาญจนพิทักษ์ ผู้ใหญ่บ้าน และประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติบ้านวังลุง เมื่อข้าพเจ้าได้ถ่ายทอดเรื่องราวให้เด็กๆ ในค่ายได้รับรู้ เรื่องนี้ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจของเด็กๆ ในค่ายๆ SOS ที่จะได้ติดตามไปเรียนรู้เสียง SOS ของเขาที่ร้องว่า เขาจะพึ่งพาตนเอง ไม่ใช่เสียง SOS ของการขอความช่วยเหลือ ดังนั้น หลังค่ายจบลง วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 ข้าพเจ้าพร้อมตัวแทนเยาวชน SOS อีกกว่า 30 ชีวิตก็ได้เดินทางไปบ้านวังลุง

 เมื่อไปถึง คณะของเราก็ได้พบผู้ใหญ่เฉลิม ผู้ใหญ่เฉลิมมารอรับพวกเราด้วยท่าทางสบายๆ แต่มองดูก็รู้ได้ว่าเป็นคนที่เข้มแข็ง ผ่านการทำงานอย่างหนัก และจริงจังอย่างยิ่งในการรักษาชุมชนของตน เมื่อได้สนทนากัน ก็ได้รู้ว่า จากพื้นที่สีแดงในอดีต ซ้ำยังเสียหายจากสัมปทานป่า แต่ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนทุกคน ทุกวัยของหมู่บ้าน ทำให้สามารถพลิกฟื้นคืนความสมบูรณ์ นำมาสู่การพึ่งพาตัวเองได้ด้วยระบบประปาภูเขา และปกป้องผืนป่า สายน้ำ ด้วยกระบวนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รวมทั้งโครงการต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เยาวชนมีส่วนร่วม ไม่ใช้เวลาไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาทิ "โครงการส่งเสริมเยาวชนเลี้ยงโคขุน ต้านยาเสพติด" ซึ่งเป็นโครงการที่เสริมรายได้ และเป็นกิจกรรมเสริมภูมิคุ้มกันทางสังคม อันเป็นกระบวนการหนึ่งที่ต้องการพัฒนาให้ชุมชนเข้มแข็ง ปลอดยาเสพติด และสร้างสรรค์จิตสำนึกในหมู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้รู้จักรับผิดชอบสังคมและทรัพยากรส่วนรวม และเมื่อได้ดูงานในโครงการต่างๆ รวมทั้งได้เดินป่ากับผู้ใหญ่และชาวบ้าน รวมทั้งเยาวชนของบ้านวังลุง ข้าพเจ้าก็พบว่า มิติของการทำงานเชิงอนุรักษ์ของหมู่บ้านนี้แข็งแรงมาก จึงไม่แปลกใจที่หมู่บ้านแห่งนี้จะได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ถึง 2 ครั้ง

 ช่วงหนึ่งของการสนทนา ผู้ใหญ่เฉลิมบอกข้าพเจ้าว่า การที่เยาวชน SOS เข้ามาเยี่ยมชุมชนบ้านวังลุงนั้น เขาถือเป็นเกียรติและเป็นประโยชน์ ด้วยความที่หมู่บ้านของเขาทำงานเกี่ยวกับเยาวชน เขาจึงอยากให้เยาวชนของเขามีความหลากหลาย ได้สัมผัสความคิด ได้สัมผัสเรื่องต่างๆ จากเยาวชนต่างถิ่น เขาพยายามปลูกฝังเยาวชนว่า ทุกคนต้องพยายามซึมซับด้านต่างๆ จากเยาวชนที่มาจากแหล่งต่างๆ และเขาก็อยากชวนเยาวชน SOS มาเยี่ยมเยียนบ้านวังลุงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

 ในการเดินทางไปบ้านวังลุงครั้งนี้ ข้าพเจ้ายังมีโอกาสได้พบปะและสนทนากับ คุณเชาวลิต สิทธิฤทธิ์ เอ็นจีโอ ซึ่งทำงานในพื้นที่ที่เสียหาย ข้าพเจ้าถามเขาว่า ในฐานะที่เขาต้องประสานกับชาวบ้าน ชาวบ้านเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการหรือไม่ อย่างไร

 “ส่วนใหญ่เข้าใจครับ เพราะชุมชนของเรามีเงื่อนไขอยู่อย่างหนึ่งว่า ต่อนี้ไปเราจะอยู่อย่างไรท่ามกลางธรรมชาติที่ไม่มีใครตอบได้ว่า เมื่อไรมันจะเป็นแบบนี้อีก แล้วสิ่งที่ผมไปชวนพวกเขาคิดชวนพวกเขาคุยก็คือ เราจะลุกขึ้นมาแล้วร่วมกันจัดการชุมชนโดยอาศัยพลังของพวกเราในชุมชน โดยเน้นว่าเราจะต้องพึ่งพาตนเองก่อน ส่วนคนข้างนอกที่จะเข้ามาก็ขอให้เข้ามาโดยอยู่ภายใต้ความต้องการของพวกเราในชุมชน ผมว่าสิ่งนี้ถือเป็นเงื่อนไขที่ดีมาก เพราะผมพูดมาหลายรอบแล้ว ฤดูฝนปกติของภาคใต้จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือน ณ วันนี้เรายังไม่รู้เลยว่าเดือนที่ 1 ที่ 2 ที่กำลังจะมาถึงมันจะเกิดอะไรขึ้นอีก เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านเขาลุกขึ้นมาเรียนรู้รับรู้ด้วยกันคือการเตรียมพร้อมที่จะอยู่กับธรรมชาติครับ”

 ก่อนขึ้นรถกลับ ผู้ใหญ่เฉลิมบอกกับข้าพเจ้าว่า ไม่ว่าจะมีสึนามิอีกกี่ครั้ง แผ่นดินจะไหวสักกี่ครั้ง ภูเขาจะแยกหรือถล่มลงมา ก็ยังไม่ร้ายเท่ากับเยาวชนคนหนุ่มสาวของเขาติดยาเสพติด นั่นหมายความว่า ยาเสพติดทำลายสติปัญญาของเยาวชนคนหนุ่มสาวเมื่อไร สังคมจะไม่มีรากของชีวิตเลย และยังเล่าให้ฟังอีกว่า วันหนึ่งแม่ของเขาไปทำบุญที่วัด กลับมาบ้านแล้วก็ร้องไห้ บอกเขาว่าให้หยุดขัดขวางขบวนการค้ายาเสพติดเสียเถอะ เพราะแม่ได้ยินมาว่า ขณะนี้หลายคนที่ได้รับผลกระทบจากการต่อต้านการค้ายาเสพติดได้ลงขันกันที่จะสั่งเก็บผู้ใหญเฉลิมแล้ว ข้าพเจ้าจึงถามว่า แล้วผู้ใหญ่จะหยุดหรือไม่ คำตอบของเขาคือ เขารู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย แต่สิ่งที่รู้ยิ่งไปกว่านั้นคือ สิ่งที่อันตรายกว่าการถูกลอบฆ่าก็คือ ถ้าเขาหยุด เขาจะไม่เหลือเยาวชนในชุมชนอีกเลย คนเราเกิดหนเดียวตายหนเดียว ถ้าจะตาย...ก็ขอตายอยู่บนความถูกต้อง

 นั่นแสดงว่า...เขาทำทุกวิถีทางที่จะรักษาเยาวชนของเขาไว้  
 ข้าพเจ้าจึงหันไปบอกกับคุณแม่ของผู้ใหญ่เฉลิม ซึ่งยืนน้ำตาคลออยู่ข้างๆ ลูกชายว่า

 “คุณแม่ให้ผู้ใหญ่เฉลิมกับโลก ผู้ใหญ่เฉลิมเป็นคนของโลก เพราะฉะนั้นคุณแม่จึงไม่ได้เป็นเพียงแม่ของลูก แต่คุณแม่กำลังเป็นแม่ของโลกด้วย”

ธรรมสวัสดี
"แม่ชีศันสนีย์  เสถียรสุต"