บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - ลูกทุ่งลิปซิง

มองผ่านเลนส์คม - ลูกทุ่งลิปซิง

06 พ.ค. 2554

เมื่อวานนี้ ช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น รายการ "แมงโก แบงโก้" ทางช่องแมงโก้ทีวีได้พูดคุยกัน คนเบื้องหลังวงการเพลงเกี่ยวกับเรื่องของ

 การลิปซิงในวงการเพลงไทย ซึ่งในจีนถือว่า การที่นักร้องหรือศิลปินใช้วิธีการลิปซิง หรือการขยับปากให้ตรงกับเสียงเพลงให้ดูราวกับร้องออกมา

 จริงๆ นั้น ถือเป็นเรื่องหลอกลวงประชาชน น่าอับอายถึงขนาดว่าต้องถูกปรับเป็นเงิน 5 หมื่นหยวน หรือราว 2 แสนกว่าบาท ตามกฎหมายห้ามลิปซิงเลยทีเดียว

 ในประเทศไทยของเรายังไม่มีกฎหมายนี้ เพราะไม่ใช่นั้นคงมีนักร้องบางคนถึงกับฉิบหายขายตัวกันเลยทีเดียว เพราะคงจะโดนปรับปีละหลายล้าน

 แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างหนึ่งในวงการเพลงบ้านเรา ไม่แพ้เรื่องของการลิปซิงร้องเพลง คือการเล่นดนตรีปลอมๆ โดยเปิดเสียงแบ็กกิ้งแท็รก หรือเสียงดนตรี

 ในวงการลูกทุ่งเองก็น่าตกใจที่ผ่านมาไม่ถึง 3 ปี การแสดงสดหรือคอนเสิร์ตบนเวทีของนักร้องลูกทุ่งเปลี่ยนแปลงไปมาก สมัยที่วงการลูกทุ่งยังฟุ้งเฟื่องกันนั้น เราจะได้ดูนักร้องที่ร้องกันสดๆ วงดนตรีบรรเลงกันสดๆ หางเครื่องก็เต้นกันสดๆ ได้อารมณ์เป็นอย่างดี

 บางจังหวะที่นักร้องเกิดอารมณ์สนุกสนานหรือเป็นช่วงที่เป็นเวลาดึกๆ นักร้องก็สามารถขอร้องให้นักดนตรี บรรเลงด้วยจังหวะที่เร่งเร้าให้กระชับขึ้น คนดูก็สนุก และหางเครื่องก็สามารถเต้นปรับอารมณ์ตามดนตรีได้ด้วย แต่ปัจจุบันนี้ดนตรีทุกอย่างถูกบันทึกลงมาในแผ่น ซึ่งไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือทำให้ช้าเร็วได้อีก ไม่จำเป็นต้องใช้นักดนตรีมีฝีมือจริงๆ

 ผู้เขียนเคยเจอนักดนตรีที่มีฝีมือ เคยเล่นดนตรีกลางคืนตามร้านอาหาร แต่ปัจจุบันต้องหันมาขับแท็กซี่ เพราะเดี๋ยวนี้ ร้านรวงเขาไม่จ้างเพราะเขาเปิดดนตรีจากคาราโอเกะแทน

 นักร้องเองก็ร้องเพลงกันอย่างแกนๆ ตามเสียงดนตรีที่บันทึกมา หรือบางคนอาจจะถือโอกาสลิปซิงไปเลย เพราะเสียงจริงๆ มันแหบพร่าหรือร้องเพลงไม่ได้เรื่อง

 เพราะที่ฟังได้นั้น มันเกิดจากการที่มาประดิดประดอยโดยใช้โปรแกรมตกแต่งเสียงต่างหาก
 พูดง่ายๆ คือ นักร้อง นักดนตรี คนจัดคอนเสิร์ต เดี๋ยวนี้มักง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟรีคอนเสิร์ตต่างๆ ไม่จำเป็นต้องอาศัยฝีมือมากมาย แค่หน้าหล่อสวยกับจริตบนเวทีที่ทำให้เหมือนกับเล่นหรือร้องกันสดๆ เท่านั้นเอง คนดูคอนเสิร์ตก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ขอแค่เพียงกรี๊ดๆ นักร้องหน้าตาหล่อสวยกันแค่นั้นก็พอ

 เรื่องที่จะไปดูคอนเสิร์ตแบบซาบซึ้งกับเสียงเพลง เสียงดนตรีคงไม่บังเกิด เพราะมันไม่ได้ต่างจากการฟังจากวิทยุทั่วๆ ไป ทั้งๆ ที่การแสดงสดมัน คือการพิสูจน์ฝีมือว่านักร้องนักดนตรีคนนั้นๆ มีฝีมือระดับไหน เมื่อเจอเวทีบรรเลงสดๆ จะสามารถเอาอยู่ไหม

 เพราะสมัยก่อนนั้น นักร้องที่ไม่กล้าร้องกับดนตรีสด เราจะถือกันว่าไม่ใช่นักร้องที่เก่งจริง เป็นแค่นกแก้วนกขุนทองที่ท่องบทตามที่เขาวางมาไว้เท่านั้น เจอดนตรีแปลกๆ ไปก็ล่มบนเวที แต่เดี๋ยวนี้ นักร้องกลายเป็นอย่างนั้นกันเสียหมด

 น่าสงสารคนดูคอนเสิร์ตวันนี้จริงๆที่ได้เสพแต่ของปลอมๆ กัน โดยเฉพาะเพลงลูกทุ่งยิ่งหนักใหญ่ โดยคนดูไม่มีโอกาสรู้ว่า คอนเสิร์ตของดีของแท้ๆ นั้นเป็นอย่างไร

"นคร ศรีเพชร"