บันเทิง

จริงเหรอ ? 'ละคร'  
ทำเด็กไทยเลียบแบบ

จริงเหรอ ? 'ละคร' ทำเด็กไทยเลียบแบบ

06 พ.ค. 2554

ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ สำหรับละครเรื่อง "ดอกส้มสีทอง" ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเป็นเมียน้อย และชอบแย่งสามีชาวบ้านของ "เรยา" ตัวละครเอกของเรื่อง ที่นำแสดงโดย "ชมพู่" อารยา เอ ฮาร์เก็ต กำลังถูกจับจ้อง และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงความไม่เหม

 จึงเกิดกระแสการต่อต้านของผู้ปกครอง ที่พยายามกดดันให้หน่วยงานรัฐแบนละคร "ดอกส้มสีทอง" อีกทั้งผู้ปกครองร้องเรียนผ่านกระทรวงวัฒนธรรม  1765 ขอให้ทบทวนในเรื่องเนื้อหาละคร เนื่องจากตัวละครของ "เรยา" เพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทั้งก้าวร้าวต่อแม่ และยังมีสามีหลายคน โดยไม่สนว่าการได้มาจะถูกหรือผิด 

 ขณะที่เรื่องราวได้บานปลาย เป็นประเด็นใหญ่โต อีกทั้ง องอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสื่อ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ร้องเรียนเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมของละครเรื่องดังนั้น จะนัดหารือกับผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และผู้จัดละครที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ปรับเนื้อหาบางส่วนที่ไม่เหมาะสมต่อเด็กและเยาวชน ส่วนที่มีการเรียกร้องให้ อสมท. ยกเลิกสัมปทานวิก 3 นั้นเห็น ว่าเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการ อสมท. ที่จะเป็นผู้พิจารณา ว่าเข้าข่ายผิดสัญญาสัมปทานหรือไม่

 หากย้อนกลับไปในอดีต มีละครหลายเรื่อง ที่ตกเป็นประเด็นเช่นนี้  อย่างกรณีเกิดเหตุสลดเด็กน้อยวัย  6 ขวบ  ด.ญ.ยุวดี คำสัตย์ (น้องแตน) อยู่ที่ จ.นครสวรรค์  ผูกคอตายกับต้นไม้หน้าบ้าน เนื่องจากดูละครเรื่อง "ไทรโศก" ซึ่งเห็นตัวละคร "อีเย็น" ที่นำแสดงโดย "กวาง" กมลชนก เขมะโยธิน  กำลังผูกคอตาย โดยน้องชายฝาแฝดของผู้ตาย เล่าให้ฟัง ว่าหลังจากกลับจากโรงเรียนตนและพี่สาวได้ชวนกันมาเล่นใต้ต้นไม้หน้าบ้าน ระหว่างที่นั่งเล่นกัน พี่สาวได้บอก ว่าเห็นละครในทีวีมีการแสดงท่าผูกคอตาย และบอกว่าจะแสดงการผูกคอตายจริงให้ดู จากนั้นพี่สาวไปเอาเก้าอี้มาวางแล้วขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ ใช้เชือกผูกกับกิ่งไม้เป็นบ่วงสวมเข้าที่ลำคอ เสร็จแล้วพี่สาวสั่งให้ตนเอาเก้าอี้ออก จะผูกคอตายแล้ว ซึ่งตนก็เอาเก้าอี้ออก เห็นร่างพี่สาวห้อยโตงเตง และดิ้นทุรนทุรายอยู่พักใหญ่ จึงวิ่งไปตามยายที่ทำกับข้าวอยู่หลังบ้านมาช่วย

 ขณะที่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีเด็กหญิงวัย 12  ปี ที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์  คลั่งละครฮิต "ธิดาวานร" ทางช่อง 7 สี จนไม่ยอมเรียนหนังสือ แถมมีพฤติกรรมเลียนแบบดาราขวัญใจ ที่เป็นนักแสดงนำ "เอมี่" อาเมเรีย จาคอป ชอบปีนป่ายไต่โหนที่สูง ฝึกฝนจนชำนาญก่อน แอบปีนเข้าบ้านข้างเคียง ฉกเงินสดและเครื่องประดับผู้หญิงไปแต่งตัวให้คล้ายนางเอก ทำมาแล้วหลายครั้ง เป็นเหตุให้เจ้าของบ้านสุดทนกับพฤติกรรมของเด็กหญิงคนดังกล่าว จึงรวบตัวส่งตำรวจดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ และบุกรุกเคหสถาน

 โดยพ่อบุญธรรมของเด็กหญิง อ้างว่ารับเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆ ลูกสาวคนนี้เริ่มดูละครเรื่อง "ธิดาวานร" ตั้งแต่เป็นละครภาคแรก จากนั้นก็เริ่มหัดปีนป่ายต้นไม้ และมีพฤติกรรมเลียนแบบนางเอก โดยเฉพาะชอบพูดคำว่า "แม่มา แม่มา" ซึ่งเป็นคำพูดที่นางเอกพูดเป็นประจำ กระทั่งมีการนำละครเรื่อง "ธิดาวานร" ภาค 2 ทำให้ลูกสาวคลั่งไคล้ติดละครเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น ในแต่ละวันจะปีนป่ายอยู่บนต้นไม้ ไต่หลังคาบ้าน หรือตามที่สูงและสถานที่ต่างๆจนไม่สนใจเรื่องเรียนหนังสือ อีกทั้งชอบแต่งตัวเหมือนนางเอกในละครที่เติบโตมาจากในป่า และคลุกคลีอยู่กับลิงจนมีพฤติกรรมคล้ายลิง

 ทางด้าน นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่ากรณีของตัวละคร "เรยา" ในละครเรื่อง "ดอกส้มสีทอง" ที่กำลังเป็นกระแสสังคมตอนนี้นั้น อาจจะเป็นส่วนกระตุ้นให้เด็กวุ่ยรุ่นที่มีปัญหาครอบครัวอยู่แล้วเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ แต่เชื่อว่าเด็กที่มีชีวิตครอบครัวสมบูรณ์แบบไม่มีพฤติกรรมเลียนแบบตัวละครแน่นอน เพราะมีพ่อแม่คอยชี้นำ 

 "ต้องถามก่อน ว่ากลุ่มเป้าหมายของละคร เป็นเด็กวัยรุ่นหรือเปล่า แต่เท่าที่ดู คนดูคือผู้ใหญ่มากกว่า แต่ถ้าพ่อแม่ดู เด็กดูด้วย ถ้าได้คำแนะนำจากผู้ใหญ่ก็ดี แต่ถามว่าละครเป็นตัวอย่างให้กับเด็กไหม มองได้สองประเด็น คือคนที่มีครอบครัวอบอุ่น เขาก็จะดูออกว่าละครเป็นยังไง รู้ว่าตัวนี้เป็นตัวร้าย ไม่ใช่คนดี เขาจะก็มอง ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ดี แต่เด็กที่มีปัญหาครอบครัว เขาไม่ดูละครก็เป็นอยู่แล้ว แต่เมื่อดูละครเขา อาจจะมีช่องทาง วิธีออดอ้อนยังไง มีเทคนิคยังไง ให้ได้ของมา แต่ไม่ใช่แฟชั่น ที่เด็กจะลุกขึ้นมาทำได้ เหมือนแฟชั่นหน้าผม หรือความนิยมเกาหลี ผมว่าเด็กจะรับตรงนี้มากกว่า  แต่พฤติกรรมคงไม่ แต่น่าจะหนักใจ สำหรับเด็กที่ครอบครัวไม่ดี อย่างเช่น กรณีเด็กวัยรุ่นเต้นที่สีลม ที่เป็นข่าว แต่เรายังไม่เห็นในละคร หรือหนัง เรื่องไหน ที่ทำให้เป็นต้นแบบแบบนี้เลย" หมอทวีศิลป์กล่าว พร้อมกับเสิรมต่อ ว่าการที่หลายคนออกมาพูดถึงกระแสดังกล่าว ถือเป็นเจตนาที่ดีต่อสังคมไทย

 มีผู้จัดหลายคนพยายามให้ข่าวสารที่ดี ทำละครที่สร้างสรรค์สังคม กรมสุขภาพเราก็อยากให้รางวัล แต่พอเป็นทางด้านบวกไม่เป็นข่าว แต่ด้านลบ สะท้อนสังคม กลับเป็นข่าวมากกว่า คือพยายามให้ได้เรียนรู้สองด้าน ด้านขาว ด้านดำ แต่คนไทยเรามักจะเรียนรู้ทางด้านดำมากกว่า อย่างช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวออกมา ก็ทำให้ผู้ปกครองหลายท่านพูดถึงเรื่องนี้มากขึ้น เป็นห่วงลูกมากขึ้น แต่หากละครจบ ก็อาจจะไม่มีการพูดถึงแล้วก็ได้" นพ.ทวีศิลป์ แจกแจง

 ต้องทบทวนกันอีกครั้งว่า "ละคร" เป็นตัวอย่างให้แก่เยาวชนเลียบแบบได้จริงหรือไม่?