
คมเคียมคมปากกา - มนต์รักเฟซบุ๊ก (๒)
เขียนต้นฉบับวันพุธที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๖
ฝึกนับวันเดือนปีขึ้นแรมอยู่เนืองๆ เผลอก็ล่วงเลย “เดือนห้าหน้าแล้ง” มาสู่ “ฝนเดือนหก” ที่ฝนเหมือนจะรีๆ รอๆ ตกนิดตกหน่อย รวมทั้งวันก่อน รู้สึกร้อนสาหัส ร้อนผ่าวๆ อย่างผิดปกติ บางคนว่าเดี๋ยวฝนก็ตก แต่กลับไม่ตก ระหว่างร้อนๆ นี่ก็ต้องพึ่งห้องปรับอากาศ ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทันใด เมื่อคืนแอบรำพึงรำพันกับคนที่บ้านประมาณว่า “โลกยิ่งร้อน คนใช้ยิ่งแอร์...คนยิ่งใช้แอร์ โลกยิ่งร้อน” อนิจจา!
กลับมาที่ “มนต์รักเฟซบุ๊ก”...
เลือกใช้คำนี้ มิใช่จะไปหลงรักหัวปักหัวปำอะไรกับมัน เพียงเป็นคำพ่วงคำแถมมาจากของเก่าอย่าง “มนต์รักลูกทุ่ง” ของ ไพบูลย์ บุตรขัน “มนต์รักแม่น้ำมูล” ของ พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา หรือ “มนต์รักทรานซิสเตอร์” ของ วัฒน์ วรรลยางกูร ความจริงอาจมีคนหยิบยืมคำว่า “มนต์รัก” ไปใช้มากมายหลายที่หลายทาง เป็นคำที่ออกจะเชยๆ ไปแล้วด้วย และผมก็อยากนำมาลองใช้ร่วมกับคำที่ทันสมัยอย่าง “เฟซบุ๊ก”
ในแง่ของการใช้คำสะกด เห็นเขียนกันหลายอย่าง “เฟสบุ๊ค” “เฟซบุ๊ค” “เฟซบุ๊ก” โดยส่วนตัวผมยึดสองตัวหลัง ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไร เพียงรู้สึกว่า “เฟซ” น่าจะแปลว่า “หน้า” มากกว่า “เฟส” กระทั่งบางคนก็ใช้ทับศัพท์ไปเลยว่า “facebook” หรือตัวย่อติดปาก “fb”
เรื่องตัวย่อนี่ ตอนวันเกิดผม ซึ่งเจ้า “fb” มีการแจ้งข่าวล่วงหน้าด้วย มันเก่งทีเดียวที่รู้และจดจำวันเดือนปีเกิดใครต่อใครได้ดี หลายคนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักกันมาก่อนเข้ามาอวยพรสุขสันต์วันเกิด มีบางคนใช้คำว่า “HBD นะคะ/นะครับ” คนเชยๆ จากบ้านนอกบ้านนาอย่างผมงุนงงสงกา ต้องเที่ยวถามคนอื่น พอเขาบอกว่า ก็ “HAPPY BIRTHDAY” ไง ถึงได้หายโง่ เลยร้องออกมาว่า โอ...“สสวก” นี่เอง
ครับ เวลาไปพูดไปบรรยายที่ไหน แบบตามค่ายเยาวชนสนใจการเขียนอ่าน พอพูดว่า “เฟซบุ๊ก” หรือว่าผมก็มี “เฟซบุ๊ก” นะครับ เด็กนักวัยรุ่นนักเรียนทั้งหญิงชายต่างเฮและกรี๊ด มันบ่งบอกบรรยากาศวันนี้ในโลกของเขาและเธอ โลกของ “เครื่องมือ” หรือ “ช่องทาง” ในการติดต่อสื่อสาร เดี๋ยวนี้ประมาณว่านักเรียนนักศึกษาก็ต่างพึงพอมี “คอมพิวเตอร์” หรือ “โน้ตบุ๊ก” แม้ถึงไม่มีก็ต้องได้ร่ำเรียนวิชานี้บ้าง รู้วิชามันได้ ใช้วิชามันเป็น นี่ยังไม่นับรวมถึงการมี “iphone” หรือ “ipad”
อย่างที่บอก ผมใช้ชื่อจริงนามสกุลจริง แม้มิใช่คนโด่งคนดัง ก็พอมีคนรู้จักในพื้นที่และเวลาของตัวเอง อย่างไปถอนเงินธนาคาร บางทีพนักงานยังถาม “ผลงานเล่มใหม่ออกมาหรือยังคะ?” ทำเอาตกใจ เพราะนึกว่าจะถูกถามแบบ “ถอนปิดบัญชีเลยหรือคะ? ไม่อยากให้ปิดหรอกค่ะ ลูกค้าดีๆ อย่างนี้ อิอิ”
นั่นแหละ คนที่พออ่านหรือติดตามข่าวสารวงการหนังสือบ้าง ก็ต้องรู้จัก “ไพวรินทร์ ม้าก้านกล้วย” จึงมีคนติดต่อขอเป็นเพื่อนจำนวนไม่น้อย ด้วยเซ่อๆ ไม่รู้อะไรมากก็กด “รับ” หรือ “ยืนยัน” ไปเรื่อย หลายคนใช้ชื่อภาษาอังกฤษ แต่ก็พออ่านออกว่าเป็นคนเคยรู้จัก บางคนใช้ภาษาอังกฤษแบบไม่รู้ใครเป็นใครมาก่อน บางคนใช้ชื่อภาษาไทยที่พอรู้จักกัน บางคนใช้นามแฝงไปเลย ทั้งยังเปลี่ยนใหม่บ่อยๆ ด้วย
หลายครั้งที่คุ้นเคยกับคนที่เข้ามา “โพสต์ในกระดานข้อความ” อย่าง “ขอบคุณที่รับแอด” “ขอบคุณที่รับ add” “ขอบคุณที่รับเป็นเพื่อน” บางคนอาจยังไม่กล้าเข้า “กระดานข้อความ” ก็เขียนขอบคุณผ่าน “กล่องข้อความ” ประมาณว่า “ดีใจมากที่กวีรีไรท์รับเป็นเพื่อน” ผมไม่แน่ใจว่าเขาตั้งใจเขียน “ซีไรต์” แล้วเผลอเป็น “รีไรท์” หรือเขาเข้าใจว่าผมเป็น “กวีรีไรท์” จริงๆ เหมือนครั้งหนึ่งในงานฌาปนกิจศพคุณพ่อของผม ครูคนหนึ่งอ่านประวัติแล้วเอ่ยถึงลูกชาย “คุณพ่อ...ท่านมีลูกชายเป็นกวีรีไซส์” ปรากฏมีเสียงฮาครืนขึ้นท่ามกลางความโศกเศร้า ราวกับว่า...พ่อของผมต้องการให้ญาติพี่น้องมีความสุข กระนั้นแล
นี่ยังไม่นับถึงบางคน เขาเข้ามาทักทายผมเสียดิบดี แต่ยังไม่แน่ใจว่าว่าผมเป็น “นักเขียน หรือ นักการเมือง” รู้แต่ว่าคุ้นๆ ชื่อผมเท่านั้น เอ...ว่าแต่ว่าชื่อผมไปละม้ายคล้ายคลึงนักการเมือคนไหนหนอ? “ทักษิณ” “เนวิน” “ชวรินทร์” หรือ “ขาวขำ” ตรงนี้...ขอตองห้าสักหน่อยนะครับ ๕๕๕
“มนต์รักเฟซบุ๊ก” นี่ มีคนที่เกลียดและ “หนีหน้า” ของผมไปเลยก็มี...แค่เพียงผมไม่รับ “แชท” ?!
"ไพวรินทร์ ขาวงาม"



