
แก้เรต'เรยา'น.18+'พิพิฏฐ์'ฉุนไม่ดีขึ้น
"ดอกส้มสีทอง ยอมถอยจัดเรตใหม่จาก น.13+ เป็น น.18+ แล้ว ขณะที่สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์กคลั่งโพสต์ข้อความ อยากเป็นเรยา แม้แต่ "กรณ์" ยังเกาะกระแสละครดังด้วย ด้าน นิพิฏฐ์ ฉุนขาด จวกต่อให้เพิ่มเป็น 50+ ก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ เตรียมประสานรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนต
ความแรงของละคร "ดอกส้มสีทอง" กลายเป็นดาบสองคม เมื่อผู้ปกครองร้องเรียนผ่านกระทรวงวัฒนธรรม 1765 ขอให้ทบทวนในเรื่องเนื้อหาละคร เนื่องจากตัวละครของ "เรยา" ที่แสดงโดย "ชมพู่" อารยา เอ ฮาร์เก็ต มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทั้งก้าวร้าวต่อแม่ และยังมีสามีหลายคน โดยไม่สนว่าการได้มาจะถูกหรือผิด ซึ่งเรื่องนี้เกรงว่าลูกหลานเด็กและเยาวชนที่เสพละครดังกล่าวจะเลียนแบบ อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแม้ทางผู้จัดและตัวนักแสดงนำของเรื่องจะออกมายืนยันว่า ละครดอกส้มสีทองมีสาระและสอดแทรกความเป็นไปของสังคมในยุคปัจจุบัน แต่ดูเหมือนว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด เมื่อหลายฝ่ายออกมากระทุ้งถึงความเหมาะสมในเนื้อหาละครอย่างกว้างขวางแล้ว
เมื่อวันที่ 29 เมษายน น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ขณะนี้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ติดต่อขอหารือกับผู้จัดละครเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางผู้จัดก็รับทราบ ที่ผ่านมานางอรุโณชา ภาณุพันธุ์ ค่ายบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น ได้มีกิจกรรมให้ความร่วมมือกระทรวงวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้จึงถือเป็นบทเรียนร่วมกัน เพราะประชาชนมีความหลากหลายทางความคิด แม้ว่าในวรรณกรรมจะแต่งมาแล้ว 11 ปีก็ตาม และคิดว่าในการนำเสนอระหว่างวรรณกรรมกับภาพมีมิติที่ต่างกัน เกือบทุกเรื่องที่ส่งผ่านทางสื่อจะแสดงให้เห็นการมีเพศสัมพันธ์หลายๆ ตอน ถือเป็นการตอกย้ำ
“จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องการตักเตือนพ่อแม่เป็นอย่างดีให้หันสนใจลูกหลาน ส่วนผู้ผลิตละครได้ปรับปรุงแก้ไข ตอนแรกละครเรื่องดอกส้มสีทอง ติดเรตที่ น.13+ เด็กและเยาวชนมีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปดูได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การแนะนำของผู้ปกครอง แต่วันนี้ได้เปลี่ยนมาเป็น น.18+ เด็กและเยาวชนมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปดูได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การแนะนำของผู้ปกครอง แสดงว่าทาง กบว.ช่องได้พิจารณาแล้วว่าน่าจะเป็น น.18+ มากกว่า ประชาชนจะได้สบายใจ เป็นสาระของเยาวชนระดับโตขึ้นมาหน่อย บรรลุนิติภาวะแล้ว เขาน่าจะมีวิจารณญาณได้ ไม่ใช่เด็ก 13 ขวบ ที่อาจจะซึมซับสิ่งที่ไม่ดีได้ ยกตัวอย่างขณะนี้ในโลกของสื่อเครือข่ายสังคม หรือ โซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่าง เฟซบุ๊ก มีการพูดถึงกระแสของเรยาเป็นจำนวนมาก บางคนโพสต์ว่าอยากเป็นเรยา บางคนอยากเป็นคุณใหญ่ เป็นมิติที่เราได้เรียนรู้ว่า สิ่งเหล่านี้มันซึมซับและเลียนแบบได้ แม้จะบอกว่าเป็นแฟชั่นช่วงละครออนแอร์ แต่เราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเด็กจะนำแนวคิดนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน” น.ส.ลัดดา กล่าว
ด้านนายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ได้พูดคุยกับผู้สร้างและผู้เขียนบทของละครเรื่องดังกล่าว เพื่อขอความร่วมมือให้มีการปรับ หรือตัดบทละครที่หลายฝ่ายมองว่าไม่เหมาะสมและรุนแรงเกินไป แต่จากการหารือ ทางผู้สร้างได้ชี้แจงว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะละครเรื่องนี้ เรตติ้งดี และถ่ายทำเสร็จแล้ว แต่ส่วนตัวมองว่า น่าจะปรับเปลี่ยนหรือตัดทอนคำที่ไม่เหมาะสมได้บ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สร้างชี้แจงว่าไม่สามารถปรับเปลี่ยนบทละครได้ ในฐานะรัฐมนตรีจะทำหนังสือส่งไปยังนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลด้านสื่อ เพื่อดูว่าจะสามารถดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้อย่างไรบ้าง ส่วนที่ทางช่องดังกล่าวมีการปรับเรตติ้งจาก น13+ เป็น น18+ นั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมีผล ต่อให้ปรับเรตติ้งให้เป็น น 50+ เชื่อว่าเด็กยังคงดูอยู่ เพราะต้องยอมรับความเป็นจริงว่า คนไทยยังไม่ให้ความสำคัญกับการจัดเรตติ้งดังกล่าว
ขณะที่ นพ.กัมปนาถ ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ กล่าวว่า หากครอบครัวเข้มแข็ง ปัญหาอย่างในละครจะไม่เกิดขึ้น จึงขอวอนผู้ปกครองให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามที่จริงละครลักษณะแนวนี้เคยมีมานักต่อนักแล้ว ซึ่งต้องบอกว่า ละครในแนวนี้ประสบความสำเร็จในแง่ของตลาด เพราะได้รับความสนใจจากผู้ชมละคร ส่วนเรื่องของผลกระทบไม่อยากให้กล่าวโทษสื่อเพียงฝ่ายเดียว เพราะในตัวของสื่อเองมีการกำหนดในเรื่องของเรตติ้ง อย่างเช่น น13+ กันอยู่แล้ว และแต่สถานที่ต่างมีกระบวนการตรวจสอบในส่วนของกองเซ็นเซอร์ ก่อนออกอากาศเช่นกัน แต่สิ่งที่อยากให้โฟกัสอยู่ตรงที่ว่า เมื่อเด็กอายุ 13 ปี กำลังนั่งดูละครอยู่ และได้คำแนะนำจากพ่อแม่ในเรื่องที่ถูกต้อง ไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร แต่สิ่งที่สงสัยจริงคือว่า ระหว่างที่เด็กๆ กำลังดูละครอยู่นั้น ผู้ปกครองได้ให้คำแนะนำจริงๆ หรือไม่
ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับละครเรื่องดังกล่าว จะมีทั้งในด้านบวกและลบถึงตัวละคร รวมถึงภาพรวมของละครนั้น มีเป็นจำนวนมาก อาทิ ในเว็บไซต์ชื่อดังพันทิปดอทคอม (www.pantip.com) ความเห็นของเจ้าของล็อกอิน MOOM_SOM กล่าวถึงความเห็นที่มีต่อเรยาว่า "สอนให้ผู้ชายรู้ว่ามารยาหญิงเป็นอย่างไร สอนผู้หญิงว่าอย่าได้มั่นใจในสามีตนเองมากนัก สอนผู้ชายว่าภรรยาที่ดีควรเคารพและให้เกียรติเป็นอย่างไร"
ขณะที่ความเห็นของเจ้าของล็อกอิน คนไทย (HotBlog) ส่วนหนึ่งกล่าวว่า ขอได้ไหม สร้างละครอย่าตามใจตลาด อยากให้สอดแทรกสิ่งดีๆ อย่าเอาเซ็กส์ หรือสิ่งไม่ดีมาขายมอมเมาคนดู สนองตัณหาด้านมืด เพราะมันไม่ใช่การสะท้อนสังคม แต่เป็นการทำร้ายสังคมทางอ้อม ทีวีเหมือนครู คนดูเหมือนนักเรียน อยากเห็นพลเมืองของเราเป็นแบบใด ก็ต้องแอนตี้ละครน้ำเน่า ส่งเสริมให้สร้างแต่ละครดีๆ"
ด้านในโซเชียลมีเดียยอดนิยม อย่างเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ กลับเกิดกระแสเลียนแบบตั้งชื่อเป็นตัวละครตามกระแสความแรง อีกทั้งมีการแสดงความคิดเห็น ส่อเสียด พิมพ์ข้อความต่อว่าจิกกัด ระหว่างตัวละครในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เป็นจำนวนมาก เกิดกระแส "ดอกส้มสีทองฟรีเวอร์" ซึ่งความเห็นโดยส่วนใหญ่จะแสดงออกในทันที เป็นกระแสตอบกลับถึงความรู้สึกต่อตัวละครของผู้ชมละครขณะนั้น เกิดคนที่ตั้งชื่อบัญชี (Acount) ในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เป็นชื่อ เรยา วงศ์เศวต เด่นจันทร์ ดอกส้มสีทอง รวมถึง เจ้าสัวเจียงสือเกียง สินธร ชลธี และอีกหลายตัวละครจากความแรงของละครภาคต่อเรื่องนี้ โดยความเห็นมีหลากหลาย อาทิ ผู้ใช้ชื่อว่า Lukyor 'Rungsinee' กล่าวว่า "เลวมากเรยา สวยสุนัขไม่กิน" หรือแม้แต่ เฟซบุ๊กของ Korn Chatikavanij (กรณ์ จาติกวณิช) ยังอินกับกระแสเรยาว่า "คืนนี้ใคร "ไม่มี" นัดกับเรยาสามารถนัดกับผมได้ เวลา 20:30น. ในรายการคุยนอกทำเนียบ ณ ช่อง NBT ครับ"
ส่วนในทวิตเตอร์ มีผู้ชมที่อินกับละครดังกล่าว โดยใช้ชื่อเป็น "เรยา" ทั้ง Reya_Vongsawet, ReyaVongsawet, Reya_2011, FahRayya Reya_wongsawet มีทั้งความเห็นถกเถียงกันเอง และความเห็นเกี่ยวกับตัวละคร ซึ่งเปิดตัวไม่กี่วัน แต่มีจำนวนผู้ติดตามเป็นหมื่น เพื่อเข้าไปพูดคุยจิกกัด เสียดสีเรยาในทวิตเตอร์



