บันเทิง

Amusement Park on Films
มุมมืด การยั่วและความน่าใหลหลง

Amusement Park on Films มุมมืด การยั่วและความน่าใหลหลง

29 เม.ย. 2554

หากจะไม่นับว่ายาวหรือสั้น ถ้าพูดถึงฉาก “สวนสนุก”(amusement park)ที่อยู่ในหนัง ผมชอบการนำมาใช้ “ผ่านๆ” ในตอนท้ายของ The Lady from Shanghai ของปลายทศวรรษที่ 40 มากที่สุด

  จะบอกว่าเป็นฉากคลาสสิกตลอดกาล ไปถึงเป้าหมาย และใช้อย่างถูกคุณสมบัติก็น่าจะใช่ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ ไมเคิล โอฮาร่า (ออร์สัน เวลส์) โดนสาวร้อนอย่าง เอลซ่า (เฮย์เวิร์ด) เล่นงาน หลอกลวงมาทั้งเรื่อง

  ครับ, เหตุที่ทำให้จู่ๆ ขึ้นต้นมาด้วยเรื่อง “สวนสนุกในหนัง” ก็เพราะผมเพิ่งไปทำข่าวสวนสนุกที่เดินทางมาบ้านเรา (ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อด้อยให้เห็น) พอไปสวนสนุก ก็นึกเล่นๆ ว่า สวนสนุกในหนังที่เราเห็นนั้น มักจะทำหน้าที่อะไรต่อคนดูและต่อการเล่าเรื่อง

  อันที่จริง, สวนสนุกที่อยู่ในหนังนั้น แทบไม่เคยมีความสำคัญในเชิงเทียบเท่าตัวละคร (ไม่เหมือนป่าดิบในหนังของ เป็นเอก รัตนเรือง หรือแม้แต่ของ เจ้ย อภิชาตพงษ์)

 โดยมากหรืออาจเกือบทั้งหมด มันถูกใช้ในลักษณะ “ผ่านๆ” เพื่อเป็น key message ที่จะบอกว่า สิ่งที่เราเห็นอยู่ในหนังตอนนั้น เป็นเรื่องหลอกลวง ลี้ลับและเต็มไปด้วยมายาภาพอันน่าใหลหลง

 ใน The Lady from Shanghai ฉากสวนสนุกถูกใช้เมื่อตัวละครฝ่ายชายคือ โอฮาร่า หนีเข้าไปในสวนสนุก หนังใช้ฉากนี้เป็นเซอร์เรียล เหนือจริง เพื่อบอกถึงการตกร่วงลงไปในโลกที่โกหกแต่น่าใหลหลง
ก่อนจะเจ็บแสบเพราะได้ล่วงรู้ความจริง

  ใน Avalon หนังปี 1990 ที่ผมชอบมากอีกเรื่องหนึ่ง มีการใช้ฉากสวนสนุก โดยเฉพาะชิงช้าสวรรค์ บอกถึงความน่าอภิรมย์ในการมาถึงของยุคสมัย ที่อะไรๆ ก็ยังงดงามและสวยงามอยู่ เราคงจำฉากที่ลุงแก่ๆ เดินทางมาถึงอเมริกา และมีความหวังในคืนวันเหล่านั้น
 
  ก่อนที่จะพบว่า “ยุคสมัยของโทรทัศน์” ได้ค่อยๆ เข้ามาทำลายและแย่งชิงเวลาที่เคยร่วมกันของแต่ละคนไป แต่สวนสนุกยังเป็นฉากที่สวยงาม สว่างไสวในหนังเรื่องนี้

 หนังอีกเรื่องที่มีการใช้ฉากสวนสนุกค่อนข้างจริงจังและเรียกร้องความหมายของมัน ก็คือหนังอีโรติคเกรดบีอย่าง  two moon junction ซึ่งเป็นหนังเก่า แต่เพิ่งนำกลับมาทำเป็น dvd ขายไม่นานมานี้

  นางเอกหน้าอกใหญ่เชียว เจ้าพระเอกก็เป็นหนุ่มลั่นปึ๊ก ที่ดันเป็นคนต่อสร้างประกอบเครื่องเล่นในสวนสนุก และดันเดินทางมาในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ภรรยาที่ยังสาว แต่ขาดความตื่นเต้นด้านเพศ แถมยังมีสามีที่ทำตัวตามขนบ ทุกอย่างจึงดึงให้คนสองคนเป็นชู้กัน ตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย “ฉากสวนสนุก” ที่อยู่ใกล้ๆ บ้านและสถานที่ทำกามกิจนั้น จึงเป็นการบอกถึงความสนุกในกามา(เหมือนไปเล่นเครื่องเล่น) และภาพที่ไม่จริง เต็มไปด้วยความสุขที่ไม่จีรัง แต่น่าตื่นเต้น และที่สำคัญชวนให้ติดอกติดใจ อยากกลับไปทำซ้ำๆ เหมือนเด็กที่เล่นสวนสนุก (เซ็กส์ไม่เคยเป็นเรื่องน่าเบื่อของผู้ใหญ่ เท่าๆ กับที่สวนสนุก จะไม่เป็นเรื่องน่าเบื่อของเด็กๆ)

  มีหนังมากมายหลายเรื่องที่มี “ฉากสวนสนุก” เป็นฉากหลัง แม้แต่ในหนังไทย (ยุคใหม่) ที่มีไม่มาก งานที่ผมชอบที่สุดของ เป็นเอก รัตนเรือง อย่าง

 “มนต์รักทรานซิสเตอร์” ก็ยังใช้สวนสนุก ในการสะท้อนภาพยุคสมัยและชุมชนที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ของคนยุคหนึ่ง

  เห็นเครื่องเล่นในสวนสนุกยุคใหม่ตอนนี้แล้ว ไม่ได้มีการแอนตี้แต่อย่างใด ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามวันเวลาของมัน เครื่องเล่นเหวี่ยงมากขึ้น ดูรุนแรงหวาดเสียวเข้มข้น

  แต่ผมยังชมชอบ “ชิงช้าสวรรค์” อยู่ดี  ชิงช้าสวรรค์ที่ไม่ต้องตื่นเต้นมาก แต่ได้ความหมาย และช่วงเวลาของความรื่นรมย์

  เหมือน “หนังกลางแปลง” นั่นแหละ ไม่ต้องมีแอร์เย็นเฉียบ พรมพื้นหรู แต่เด็กยุคหนึ่ง ก็จะผูกพันได้

 จริงไหม

"นันทขว้าง สิรสุนทร"