บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - เรยา กับมารยาหญิง

มองผ่านเลนส์คม - เรยา กับมารยาหญิง

29 เม.ย. 2554

กระแส "เรยา" ในละครเรื่อง "ดอกส้มสีทอง" นั้น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย

 ทั้งโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่คนดังหลายคนออกมาสวมบทเป็นคนนั้นคนนี้ ด้วยความอยาก หรือจากจิตใต้สำนึก แต่นั่นอาจมองดูว่าทำเล่นๆ ขำๆ รวมทั้งเพลงแปลงที่ วงแสตมป์ เอามาร้องล้อเลียนอย่างสนุกสนาน
 
 ไม่เว้นแม้แต่ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด หรือ เสธ.ไก่อู โฆษกกองทัพบก ที่ยังอุตส่าห์ค่อนขอดโฆษกกลาโหมกัมพูชาว่า "อย่ามาเรยาให้มากนัก" ที่ออกมาร้องไห้ออกจอ กรณีทหารกัมพูชาตายจากการปะทะ

 แต่ที่ดูเอาจริงเอาจังก็จะเป็น "เจ๊เบียบ" ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช คนเกลียดเมียน้อยเจ้าเก่า ออกโรงมาโต้ว่า จะทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ

 เสียงจากอินเทอร์เน็ต, ทวิตเตอร์ ฯลฯ ก็วิพากษ์วิจารณ์กันไป
 เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ว่ากันไป แต่ที่เห็นว่าดีคือ ได้มีบรรยากาศการถกเถียง การแสดงความคิดเห็น ในโลกเสรีใบนี้

 ที่สำคัญผู้สร้างหนัง ละคร หรือการเสนอข่าว จะได้ระวังและตระหนักในการสร้างมากขึ้น
 จะว่าไป ยังดีกว่ามานั่งดูรายการวาไรตี้ทอล์ก ที่เอาผู้ผ่านประสบการณ์ "สวิงกิ้ง" มาบอกเล่าผ่านจอ
 จะเพื่ออะไรก็แล้วแต่ สำหรับตัวเองยังไม่เห็นว่าน่าจะฟังและรับรู้เรื่องราวนี้ตรงไหน
 หรือนี่คือความหลากหลายของการนำเสนอ เออ คิดไม่ทันจริงๆ

 แม้แต่ข่าวแม่ชีคนหนึ่ง พูดให้บรรดาสานุศิษย์ฟังว่า ถ้าอยากแก้กรรมก็ให้มีอะไรกับเด็กหนุ่ม แล้วมีรายการวิทยุ เอามาปล่อยเสียงย้ำ นี่ก็เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงอีกเรื่อง

 บางทีการปล่อยให้ใครลุกขึ้นอยากจะบอกเรื่องราวอะไรที่ล่อแหลม จะมาเผยแพร่ โดยที่ไม่มีใครดูแลเป็นตัวเป็นตน เป็นเรื่องที่น่าต้องมานั่งถกเถียงกัน

 ความเสรี คงไม่ได้หมายความว่า ใครจะทำอะไรก็ได้
 มันอยู่ที่วิจารณญาณ หรือความเหมาะสม ซึ่งเชื่อว่าใครๆ ก็น่าจะรู้

 ถ้าไม่ได้เอามาตรฐานตัวเองเป็นที่ตั้ง แต่เอาสังคมส่วนรวม ซึ่งก็มีทั้งเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ สตรี คนชรา ฯลฯ ที่อยู่ร่วมกัน แล้วเราจะเข้าใจคำว่า "รับผิดชอบ" มากขึ้น

 นี่หมายรวมถึง ผู้สื่อข่าวเองด้วย...

 หากว่าเราสนใจประเด็นทางสังคมร่วมด้วย เราคงไม่ได้ให้ความสนใจแต่เรื่อง นักข่าวสาวตามสัมภาษณ์ดาราหนุ่ม พอไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการก็ตามตื๊อ ฝ่ายดาราเกิดไม่สบอารมณ์ ก็แสดงอาการไม่อยากตอบ ซึ่งถ้าเราเข้าใจกัน เรื่องนี้ก็เป็นเพียงเล็กน้อย ที่ดารากับนักข่าวก็มีทั้งรักกันและบางครั้งก็มีกระทบกระทั่งกันบ้าง

 เพราะท้ายที่สุดแล้วก็ได้เห็นบรรยากาศการให้อภัยกัน ซึ่งเป็นเรื่องดีงาม
 แต่เรากลับมองเป็นประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่ ก็ลองดูกันใหม่ ดูกันทั้งโครงร่างยิ่งดี
 เชื่อว่าวันหนึ่งจะไม่ต้องมาพูดเรื่องนี้กัน

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"