
มองผ่านเลนส์คม - ความหวังกับว่าที่ส.ส.ลูกทุ่ง
ใกล้ถึงกำหนดการยุบสภาและเลือกตั้งครั้งใหม่แล้ว ครั้งนี้วงการลูกทุ่งคึกคัก เพราะนอกจากมี อดีตส.ส.อย่างเอกพจน์ วงษ์นาค ลงสนามเลือกตั้งเหมือนเดิมแล้ว ยังมีนักร้องลูกทุ่งอีกสองคนที่น่าจับตามอง คือ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง กับสุนารี ในสังกัดพรรครวมชาติพัฒนา
นอกจากหน้าที่ที่ต้องเข้าไปเป็นตัวแทนทำหน้าที่แทนประชาชนแล้ว สิ่งที่เราคาดหวังจากการที่คนบันเทิงเข้าไปนสู่วงการเมืองคือ การได้ช่วยอุ้มชูวงการกับปัญหาที่สะสมกันมานาน
ธุรกิจบันเทิงยังมีเรื่องที่ต้องสะสางอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ
ไม่ว่ากี่รัฐบาลที่ผ่านมาก็ยังแก้ไขปัญหาอย่างไม่ถูกจุด ด้วยเพราะไม่เข้าใจในปูมหลังของธุรกิจบันเทิงโดยเฉพาะเรื่องของเพลง
สมัยก่อนคนบันเทิงไทยยังไม่คิดว่า เรื่องของสิทธิ์ทางปัญญาจะมีผลต่อชวิตของเขาและทายาทในอนาคต คนทำเพลงจึงคิดกันสั้นๆ ตื้นๆ แต่งเพลงออกมาแล้วขายให้นายห้างหรือเจ้าของกิจการแบบการซื้อขายสินค้าทั่วไป
มาถึงวันนี้โลกเปลี่ยนไป เพลงคือสินค้าที่สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจพันล้านหมื่นล้าน ครูเพลง นักแต่งเพลงหรือทายาทก็ลุกขึ้นมาร้องแรกแหกกระเชอว่า ถูกโกงบ้างล่ะ ถูกหลอกให้เซ็นชื่อบ้างล่ะ
เรื่องนี้ถ้าเป็นคนในวงการเพลงจะรู้กันดีว่า ต้องแยกแยะเป็นสองกรณีคือ
นักแต่งเพลงที่คิดได้มากเรื่องของเพลงเป็นอัจฉริยะมาก แต่เรื่องธุรกิจคิดน้อยไปสักหน่อย ไม่คิดว่า การยอมให้คนซื้อขายเพลงไปนั้นเป็นการตัดสิทธิ์ในการครอบครองไป เหมือนกับขายที่ดินไปแล้ว ไม่มีสิทธิ์ในการไปใช้ประโยชน์จากที่ดินอีก ซึ่งถ้าคิดมากกว่านี้ก็คงจะให้นายทุนเขาเช่าที่ โดยมีอายุสัญญาเป็นปีๆ ไป
ผมเปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนที่ดินเพราะในอดีตบ้านเรายังไม่รู้จักเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาว่า มันเป็นผลประโยชน์มหาศาล
อีกพวกหนึ่งคือ พวกที่ยอมขายที่ดิน แต่ไม่ได้ดูว่า จำนวนกี่ตารางเมตร กี่ไร่ ปล่อยให้นายทุนไปกรอกจำนวนเอง ทำให้ต้องสูญเสียสิ่งที่ไม่ได้ขายนายทุนไป
เรื่องนี้สามารถใช้กฎหมายมาพิสูจน์ได้ว่า ใครโกงใคร และเคยมีคนชนะคดีมาแล้ว ถ้านายทุนโกงและปลอมลายเซ็นจริงๆ
พูดมาอย่างนี้ เราไม่ได้โทษนายทุนหรือเจ้าของค่ายเพลงในยุคก่อน เพราะอย่างไรก็ตาม นักธุรกิจเพลงเหล่านี้ก็ช่วยให้ครูเพลง ลืมตาอ้าปากได้ หลายคนมีเงินซื้อรถ บ้าน ที่ดิน และเลี้ยงดูลูกหลายจนเติบโต
มันอยู่ที่ว่า เงินที่ได้ไปนั้น ใช้ถูกวิธีหรือไม่ หลายคนก็ต้องยอมรับว่า ได้มาง่ายก็ใช้ไปง่าย บางคนตอนตายแทบไม่มีเงินซื้อโลงใส่
ว่าที่สส.ลูกทุ่งทั้งหลาย ถ้ามีโอกาสทำงานในกระทรวงกรมกองที่เกี่ยวข้องก็ควรผลักดัน สังคยนากันครั้งใหญ่ เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้คนบันเทิงในภายภาคหน้า
ลูกหลายรุ่นหลังจะได้ทำอะไรให้ถูกต้องกันต่อไป เพราะธุรกิจบันเทิงในวันนี้ ไม่ได้มีเฉพาะภาพที่เห็นหรือเสียงที่ได้ยินเท่านั้น โลกยุคดิจิตอล การสื่อสารที่รวดเร็วฉับไว ธุรกิจออนไลน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คือขุมสมบัติอันมหาศาล ถ้าทำความเข้าใจอย่างถูกต้องวันนี้ก็จะทำให้ไม่ต้องมาแก้ปัญหาตามหลัง
ฝากท่านว่าที่ สส.ในวงการบันเทิงไว้ด้วย อย่าลืมคำสัญญาที่บางท่านเคยพูดให้ไว้ความหวังกับคนวงการก็แล้วกัน
"นคร ศรีเพชร"



