บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - “แจ๊ส” ประชัน “คันทรี”
อีกครั้งของความยิ่งใหญ่

กวนเพลงให้น้ำใส - “แจ๊ส” ประชัน “คันทรี” อีกครั้งของความยิ่งใหญ่

28 เม.ย. 2554

กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งตามคำเรียกร้อง หลังจากอัลบั้ม “ทู แมน วิธ เดอะ บลูส์” (Two Man With The Blues) ที่ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งนักวิจารณ์และแฟนเพลง

 สองศิลปินต่างวัย ต่างแนวทางดนตรี อย่าง วิลลี เนลสัน (Willie Nelson) เจ้าพ่อเพลงคันทรี และ วินตัน มาร์แซลิส (Wynton Marsalis) เจ้าพ่อเพลงแจ๊ส ต่างกระโดดข้ามเส้นแบ่งเขตดนตรีมาร่วมเดินทางบนถนนสายบลูส์ ร้องและบรรเลงร่วมกันในช่วงเวลาพิเศษของการทำงาน

 ผลผลิตที่ออกมา ใช้ชื่อว่า “เฮียร์ วี โก อะเกน” (Here We Go Again) เพื่อเฉลิมฉลองให้กับความยิ่งใหญ่ของอัจฉริยะทางดนตรี เรย์ ชาร์ลส์ (Ray Charles) ศิลปินโซลคนสำคัญ ซึ่งหลายๆ คนในบ้านเราน่าจะรู้จักเรื่องราวของเขาเป็นอย่างดี จากภาพยนตร์ชีวะประวัติเรื่อง “เรย์” (Ray)

 ข้อสังเกตประการหนึ่งที่น่าสนใจอยู่ตรงที่ “เฮียร์ วี โก อะเกน”  ไม่ใช่งานบันทึกเสียงในสตูดิโอทั่วไป แต่เป็นงานบันทึกเสียงการแสดงสดของทั้งคู่และเหล่าเพื่อนนักดนตรีที่ โรส เธียเตอร์ ณ เฟรเดอริค พี.โรส ฮอลล์ ซึ่งตั้งอยู่ใน “แจ๊ส แอท ลินคอล์น เซ็นเตอร์” ใจกลางเมืองนิวยอร์ก ซิตี (Rose Theater, Frederick P.Rose Hall ใน Jazz at Lincoln Center)  เมื่อวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.2009

 การบันทึกเสียงเริ่มต้นด้วยเสียงร้องของ วิลลี เนลสัน ใน “เฮลเลลูจาห์ ไอ เลิฟ ยู โซ” (Helleujah I Love You So) ที่เคียงคู่มากับเสียงทรัมเป็ตจัดจ้านของ วินตัน ตามด้วยบัลลาดหม่น ๆ  ในเพลงสแตนดาร์ดสุดเพราะ “คัม เรท ออร์ คัม ไชน์” (Come Rain Or Come Shine) จากเสียงร้องของแขกรับเชิญสาวสวย นอราห์ โจนส์ (Norah Jones) ที่เรียกเสียงปรบมือได้ดังกึกก้อ

 จากนั้น วิลลี เนลสัน ขยับจังหวะรอบตัวให้คึกคักด้วย “อันเชนด์ มาย ฮาร์ท” (Unchained My Heart)  ในจังหวะลีลา “โบเรโร” (Bolero) ได้เสียงกลองและเพอร์คัสชั่นจาก อาลี แจ๊คสัน ( Ali Jackson) เพิ่มสีสันสดใส

 “ครายอิน ไทม์” (Cryin’ Time) แทร็คที่ 4 ของอัลบั้มเลือกคั่นอารมณ์ด้วย “ดูเอ็ท” หวานของคู่ลุง-หลาน วิลลี เนลสัน และนอราห์ โจนส์ ซึ่งจากแนวทางการถ่ายทอดเสียงร้อง บ่งบอกถึงอิทธิพลดนตรีคันทรีที่ สาวนอราห์ ได้รับมาอย่างเต็ม เป็นคันทรีบัลลาดที่เลือกเติมแต่งด้วยเสียงฮาร์โมนิกาโหยหา

 ตามมาด้วยบลูส์ดิบ ๆ ใน “ลูสซิง แฮนด์” (Losing Hand)  และเสียงทรัมเป็ตดุดันของ วินตัน กระชากอารมณ์สู่จังหวะแกว่งไกวของสวิงใน “ฮิท เดอะ โรด แจ็ค” (Hit The Road Jack)  ที่มาพร้อมกับการโชว์เดี่ยวอิมโพรไวซ์ของเครื่องเป่าและฮาร์โมนิกา ก่อนจะเพิ่มเติมกลิ่นอายของดนตรีแอโฟร-ละติน ขยับสู่ความเข้มข้นของการบรรเลงใน “แอม มูฟวิง ออน” (I’m Moving On)

 “บัสเต็ด” (Busted) ภายใต้การเรียบเรียงของ คริสโตเฟอร์ แครนชอว์ (Christopher Crenshaw) หนักแน่นด้วยเนื้อหาของดนตรี ขณะที่ “เฮียร์ วี โก อะเกน” (Here We Go Again) ซึ่งเป็นไตเติลแทร็ก ได้ อะเรนเจอร์อย่าง แอนดี ฟาร์เบอร์ (Andy Farber) เลือกที่จะผ่อนปรนความเร่งเร้าลงด้วยบรรยากาศการดูเอ็ทรื่นหูของดนตรีสไตล์ Rhythm & Blues ที่ให้สีสันสว่างสดใส ด้วยเสียงทรัมเป็ต เสียงกีตาร์และฮาร์โมนิกา 

 สีสันในช่วงท้ายยังคงได้เสียงทรัมเป็ตอันเข้มข้นของ วินตัน ช่วยผลักดันให้ “เมคกิน วูปี” (Makin’ Whoopee) , “ไอ เลิฟ โซ มัช” (I Love So Much) และ “วอท ไอ เซย์” (What’d I Say) ปิดตัวลงอย่างสวยงาม

 นี่คืออัลบั้มที่เผยให้เห็นทักษะดนตรีอันจัดเจน หล่อหลอมด้วยประสบการณ์ยาวนานของศิลปินแต่ละคน ผนวกกับบทเพลงระดับคลาสสิกของ “เรย์ ชาร์ลส์” ที่ยังเป็นสุนทรียภาพอันรื่นรมย์ ที่ยากใครจะปฏิเสธได้

"อนันต์ ลือประดิษฐ์"