
"เดอะ ซองส์ ไอ โร้ท"ความเข้าใจในแบบของ"บอย"
เรียกว่าเป็นนักร้องหนุ่ม ที่มีความสามารถเต็มเปี่ยม สำหรับ บอย พีซเมคเกอร์ อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี ที่ล่าสุดขึ้นแท่นโปรดิวเซอร์อัลบั้ม เดอะ ซองส์ ไอ โร้ท (The Songs I Wrote) อย่างเต็มตัว โดยอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มรวมบทเพลงที่กลั่นออกมาจากมันสมองและความ
"อัลบั้มนี้ทำทุกอย่างเองทั้งหมดเลย ซึ่งอันแรกความรู้สึกที่ได้ คือสนุกที่เราได้ทำสิ่งที่เรารัก ได้ร้องเพลง ได้แต่งเพลง อย่างเรื่องร้องเพลง มันผ่านไปแล้ว เพราะมันเป็นสิ่งที่เราชอบ และเป็นสิ่งที่เราทำมาตลอด แต่สิ่งที่ได้พบเป็นความยากของมัน คือเราทำหน้าที่ของนักร้องของการเป็นศิลปินมา เราทำหน้าที่ด้วยการถูกเข้าใจ มากกว่าที่จะไปเข้าใจคนอื่น ทำงานทำอัลบั้มกับโปรดิวเซอร์ต้องเข้าใจเรา ว่านักร้องคนนี้เป็นยังไง ควรทำเพลงให้เราแบบไหน แต่พอเรามาเป็นโปรดิวเซอร์ตัวเอง หนึ่งคือเราต้องเข้าใจตัวเอง เข้าใจอัลบั้ม เข้าใจคอนเซ็ป ซึ่งหน้าที่เหล่านี้เมื่อก่อน เป็นหน้าที่ของโปรดิวเซอร์ ซึ่งเราไม่ต้องทำ
พอมา 2 อัลบั้มหลังสุด คืออัลบั้มที่แล้ว (อัลบั้มเซ้น ออฟ ซาวน์) และอัลบั้มนี้มันสอนให้ผมรู้จักเข้าใจคนอื่นมากขึ้น สอนให้เข้าใจคนฟังมากขึ้นว่าคนฟังต้องการอะไร เพราะบางทีการที่เราเป็นนักร้องเราอยากได้แบบนั้นแบบนี้ โดยที่เป็นความต้องการของเราฝั่งเดียว แต่คนที่เป็นโปรดิวเซอร์มองว่าตลาดเป็นแบบนี้ คนฟังเป็นแบบนี้ นักร้องเป็นแบบนี้ จะทำยังไงให้มามารวมกันได้อย่างเหมาะสม อันนี้เป็นสิ่งที่เราได้เรียนรู้" นักร้องหนุ่มเผยถึงหน้าที่ใหม่ พร้อมทั้งยังเล่า ว่าการได้มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ ทำให้รู้ถึงการทำงานที่เป็นทีมมากขึ้นอีกด้วย ส่วนที่หลายคนมอง ว่ากลับมาอัลบั้มใหม่ทั้งที แต่ได้เพลงใหม่เพลงเดียว "บอย" แจงว่าอัลบั้มนี้ มีเพลงที่แต่งใหม่เพลงเดียวก็จริง แต่วิธีการทำงานเหมือนเป็นการทำเพลงใหม่หมดเลย เพราะว่าทั้งร้องใหม่ ทำดนตรีใหม่ทั้งหมด บางเพลงมีการเปลี่ยนเนื้อใหม่บ้างด้วย
ทั้งนี้ "บอย" ยังเผย ว่าการที่คิดจะเอาเพลงที่ตัวเองแต่ง และร้องมาก่อนหน้านี้ มาทำเพลงใหม่ เพราะต้องการนำเพลงที่คนฟังชอบมาทำใหม่ในแบบที่ตนเองอยากที่จะทำ
"ต้องบอกอย่างนี้ ว่าอย่างแรกเลย เวลาเรากลับไปฟังเพลงเก่าๆ เราจะรู้สึกได้ถึงความเก่า แต่ไม่ใช่ว่าเพลงเก่าแล้วไม่เพราะ เพลงก็ยังเพราะอยู่ แต่ด้วยซาวนด์ของดนตรี สมมติเราเอาเพลงเก่า ของเรามารวมกับเพลงใหม่ เราจะรู้สึก ว่ามันไม่เข้าพวกกันเลย แต่ในอัลบั้มนี้ เรามีหน้าที่ที่เอาเพลงแต่ละยุคแต่ละปีของเรา เอามารวมกัน และทำใหม่ให้มันเป็นดนตรีของปัจจุบันนี้ ซาวน์ดนตรีจะเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเลย แต่จะไม่ทำให้ถึงขนาดที่ว่าคนฟังๆ แล้วตกใจ โดยเรามีโจทย์ว่าเพลงที่คนเคยชอบ เพลงที่คนเคยประทับใจ จากการแต่งและการร้องของผม แต่เราจะทำยังไงให้เพลงนั้นยังประทับใจอยู่ เพราะฉะนั้นตัวแกนหลักๆ ท่องจำต่างๆ เราจะไม่ไปแตะต้องมัน
เราจะเน้นในเรื่องของรายละเอียดเรื่องของดนตรี และวิธีร้องของเรา ณ วันนี้ เพราะผมว่านักร้องทุกคนในแต่ละปี มีวิธีการร้องและสไตล์การร้องจะเปลี่ยนไปในทุกๆ อัลบั้ม เสียงก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคนฟัง จะรู้สึกได้ว่าเสียงร้องของเราวันนั้นกับวันนี้ มันแตกต่างกัน ซึ่งการทำอัลบั้มนี้ ต้องระวังมากกว่าทุกอัลบั้ม เพราะว่าต้องระวังในการทำให้ดี เพลงแต่ละเพลง ที่ทำออกมา ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงที่ทุกคนชื่นชอบ แต่ในฐานะของศิลปินในเวลานั้น เราอยากที่จะดนตรีแบบอื่น และวันนี้เรามีโอกาสได้ทำมันออกมา ในแบบที่ท้าทายความสามารถที่ว่าเราจะทำยังไงให้คนฟังยังประทับใจอยู่ ซึ่งเราอยากที่จะให้คนลองมาฟังกันดู" บอยกล่าว



