
พรมแดนของโลกมายา - The Everly Brothers Reunion
อัลบั้มดีวีดี The Everly Brothers Reunion Concert/Live from the Royal Albert Hall, London 23 กันยายน 1983 ศิลปินสองพี่น้อง ฟิลกับดอน เอเวอร์ลี่ จากเคนทักกี สหรัฐอเมริกา โด่งดังมากในช่วงรอยต่อของทศวรรษ 50-60 แนวเพลงของเขามีอิทธิพลต่อผู้คนในยุคสมัยนั้น ในภ
Claudette แฟนเพลงปรบมืออย่างหนาแน่น หน้าเวทีพวกเขาแขวนกีตาร์อะคูสติกช่วยกันร้องประสานดนตรีด้านหลังเพียบ สีหน้าของศิลปินมีความสุข Walk Right Back ขึ้นด้วยจังหวะกีตาร์ ฟิลร้องนำขึ้นมาก่อนแล้วร้องประสาน เป็นเพลงที่คุ้นหูพอสมควร กล้องเน้นที่หน้าเต็มตัวของอัลเบิร์ต ลี นักกีตาร์นำของวง
Crying In The Rain เล่าความรู้สึกดีๆ ที่ได้กลับมาเล่นในลอนดอนในสถานที่แห่งนี้ เพลงนี้เหงามาก Cathy’s Clown ผู้ชมปรบมืออย่างคับคั่ง เพลงนี้ดังในระดับหนึ่ง ดนตรีเล่นเหมือนเดิมแทบทุกเม็ด Love Is Strange เพลงคึกคักแนวร็อก แอนด์ โรล แบบอังกฤษ เสียงร้องหนักแน่นแม่นยำ Medley: Take A Message To Marry/ Maybe Tomorrow ร้องประสานขึ้นมาก่อนดนตรีขึ้นเบาๆ เพลงนี้ในบ้านเราไม่ค่อยคุ้นหูนัก ฟังเสียงร้องได้อารมณ์ถวิลหาอดีต I Wonder If I Care As Much ขึ้นเพลงด้วยกีตาร์จังหวะกับ Pedal steel เป็นคันทรี
When Will I Be Loved ออกเป็นร็อก แอนด์ โรล แบบเก่า รูปแบบเฉพาะตัวของวงนี้ Bird Dog แนะนำนักดนตรีคนแรกคือ อัลเบิร์ต ลี จังหวะดนตรีขึ้นมาก็จำได้ Be-Bop-A-Lula นี่ก็เช่นกันถึงท่อนสร้อยถึงจะร้องอ๋อได้ เสียง Adlib ของกีตาร์โซโลด้วย Barbara Allen ช่วงนี้พักวงดนตรี นั่งเล่นสองคนหน้าเวทีดนตรีเป็นโฟล์ค เพลงนี้อยู่ในอัลบั้มชุดแรกๆ ของพวกเขา ต่อด้วย Put My Little Shoes Away เพลงสั้นๆ และเหงา A Longtime Gone เพลงคันทรีบรรยากาศเหงาเช่นกัน Step It Up And Go อารมณ์สนุกแบบโฟล์คชาวบ้าน
Bye Bye Love เพลงนี้ดังมากที่สุดเพลงหนึ่ง มีอิทธิพลต่อคนหนุ่มสาวในยุคนั้น พอล ไซม่อน เคยนำมาเล่นก็ประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกันกับ Wake Up Little Susie ที่เล่นถัดมา Medley: Devoted To You กีตาร์ขึ้นเหงาๆ ฟังเสียงร้องอารมณ์หวนหาอดีต ตอนที่หัดร้องหัดเล่น Bony Eyes เสียงปรบมือสั้นๆ เสียงร้องและดนตรีฟังซึ้งอีกเช่นกัน ต่อด้วย Love Hurts (Till) I Kissed You พอขึ้นจังหวะได้ยินเสียงกลองรัว เสียงร้องดังขึ้นจำได้ทันที
All I Have To Do Is Dream ร้องออกมาท่อนแรกเสียงผู้ชมดังเกรียว คนหัดเล่นกีตาร์ในสมัยนั้นน้อยคนนักที่ไม่รู้จักเพลงนี้ ถ้ามีทัศนะอคติก็ชอบกระแนะกระแหนกันว่า มันเอาไปเล่นโชว์หญิง Temptation จังหวะกลองกับกีตาร์มีลักษณะเฉพาะตัว แต่ไม่ใช่เพลงดังนัก
Lucille เสียงผู้ชมเฮขึ้นมาทันที นับว่าเป็นเพลงแม่บทเพลงหนึ่งของคนหัดเล่นเพลงร็อกในยุคสมัยนั้น เรียกกันในหมู่คนนักดนตรีว่าจังหวะ 12 ห้อง ภาษานักดนตรีในสมัยนั้นคือ “เพลงทำงาน”
Let It Be Me นี่คือเพลงอมตะเพลงหนึ่งของยุคสมัยนั้นดังต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ถูกนำมา cover ต่อนับไม่ถ้วน หนึ่งในนั้นคือ บ๊อบ ดิลแลน
"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"



