
สู้อาถรรพณ์อัลบั้มสอง"เต้"ใช้"จีน"เป็นไม้ตาย
เป็นเรื่องที่พูดกันมาตลอด สำหรับอาถรรพณ์อัลบั้มที่ 2 ที่เขาว่าเฮี้ยนกันสุดๆ ซึ่งล่าสุดหนุ่ม "เต้" วิทย์สรัช สุขวัฒนศิริ ที่มีอัลบั้มที่สอง "เมกอะวิช (make a wish)" ออกมา พร้อมท้าทายความเฮี้ยนนี้ ด้วยการใช้ความเป็นจีนเป็นตัวสู้
แถมยังได้โปรดิวเซอร์คนเก่งอย่าง "หนึ่ง" ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ มาทำงานเพื่อเสริมความแข็งแกร่งอีกด้วย โดย "เต้" ได้เล่าถึงเพลงแรกที่ "หนึ่ง" แต่งให้ว่าเป็นเพลงที่เศร้าแต่แฝงให้กำลังใจตัวเอง
"เพลงแรกที่ปล่อยออกมาอย่างเพลงคนที่อยู่ ซึ่งเป็นเพลงที่พี่หนึ่ง (ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์) แต่งให้ เป็นการแต่งมาจากประสบการณ์ตรงของพี่หนึ่งเอง โดยมีเต้เป็นคนถ่ายทอด ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่ดราม่ามากๆ เป็นเพลงที่เศร้าที่สุดเท่าที่ผมเคยร้องมาเลย เพลงพยายามสื่อให้เห็น ว่าคนที่เขาจากเราไป เขาก็มีชีวิตในแบบของเขา แต่คนที่อยู่ยังคงต้องหายใจกันต่อไป ยังต้องก้าวเดินไปข้างหน้ากันต่อไป เพลงนี้มีสองแง่ คือเป็นเพลงเศร้า แต่อีกแง่หนึ่ง ก็เป็นเพลงที่ให้กำลังใจตัวเองให้สู้ต่อไปด้วย เป็นเพลงที่ทุกคนต้องเจอ เกิดจากประสบการณ์จริง เพราะฉะนั้นเลยจับต้องได้ง่าย" นักร้องหนุ่มเล่า และเสริมต่อว่าตัวเองเป็นคนโชคดีที่ได้ทำอัลบั้มชุดที่สอง
"ผมว่าผมเป็นคนโชคดี ที่มีโอกาสได้ทำเพลงอัลบั้มชุดที่สอง หลังจากหายหน้าหายตาไปประมาณ 2 ปี ที่หายไป 2 ปี ผมก็พยายามทำเพลง ทำทุกอย่างออกมาดีที่สุด ครบรสที่สุด และความโชคดีอีกอย่าง คือผมได้พี่หนึ่งมาโปรดิวเซอร์ให้ 2 เพลง โดยอัลบั้มนี้ ผมเอาประสบการณ์จากอัลบั้มที่แล้วมาช่วยเสริมเยอะเหมือนกัน ยิ่งในเรื่องของการเข้าห้องอัดที่มันสอนเราทุกวัน และเรื่องของความคิด ที่เราเจออะไรมากขึ้น มีความคิดมากขึ้นว่าเราจะเป็นยังไง เราอยากให้อัลบั้มชุดนี้เดินไปในทิศทางไหน ที่สำคัญเลยคือยังคงไม่ทิ้งความเป็นจีน" ศิลปินหน้าตี๋บอก
โดย "เต้" วิทย์สรัช พูดถึงการทำงานเพลงว่าเน้นใส่ความเป็นจีนเข้าไปในแต่ละอัลบั้ม เหมือนเป็นสื่อแทนความเป็นตัวตนของเขา
"อัลบั้มแรกผมใส่ความเป็นจีน ด้วยการที่ร่วมงานกับทีมงานมาเลเซียในเพลง รักกันครั้งหนึ่งคิดถึงตลอดไป พอมาอัลบั้มชุดนี้ เราได้ร่วมงานกับไต้หวัน โดยได้โปรดิวเซอร์และนักเขียนเพลงชื่อดังชาวไต้หวันมาทำงานร่วมกัน ในเพลง ฝากข้อความถึงดวงดาว ที่อัลบั้มนี้ จะมีให้ฟังทั้งเวอร์ชั่นไทยและจีน มันเหมือนเป็นคอนเซ็ปต์ของตัวผมที่วางไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าในอัลบั้มทุกๆ อัลบั้มของผม จะต้องมีการสอดแทรกความเป็นจีนไว้ เป็นเหมือนอีกหนึ่งตัวตน ที่ผมอยากที่จะสื่อให้คนรู้จักผมมากขึ้น จะเห็นมาตลอด ว่าผมจะมีการร้องเพลงจีน ทำงานกับทีมงานที่เป็นจีน หรืออะไรทุกอย่าง ที่เป็นจีนส่วนใหญ่ก็จะเป็นผม เป็นตัวตนเป็นภาพที่วางเอาไว้ โดยในอัลบั้มที่แล้วเราใช้เมโลดี้ของจีน แล้วมาใส่เนื้อแบบที่เป็นเนื้อไทย แต่อัลบั้มนี้สลับกัน คือใช้เมโลดี้ไทย แล้วเขียนเป็นเนื้อจีน ในอัลบั้มนี้จะยากกว่าอัลบั้มที่แล้ว เพราะในหนึ่งเพลง มีสองภาษาเพราะฉะนั้นต้องใช้เทคนิคต่างๆ ทั้งการโกงโน้ต เนื่องจากภาษาไม่เหมือนกันทั้งการออกเสียง เลยอาจจะยาก เรื่องของการออกภาษานิดหนึ่ง" นักร้องหนุ่มเผย พร้อมปิดท้าย ว่าอัลบั้มนี้ถึงจะเป็นอัลบั้มอาถรรพณ์แต่เขาจะทำลายความเฮี้ยนด้วยการใส่ความเป็นจีนลงไป
"ผมว่าเรื่องอัลบั้มที่สองเป็นอัลบั้มอาถรรพณ์ มีคนพูดเหมือนกัน แต่ผมมองว่าเป็นการพูดเล่นมากกว่า แต่ตัวผมเอง ไม่ค่อยที่จะเอาเรื่องนี้มาเป็นตัวกดดันสักเท่าไหร่ เพราะเรารู้สึกว่าเราเต็มที่แล้ว มันคือที่สุดของเราแล้ว ณ เวลานี้ที่เราจะทำได้ เพราะฉะนั้นอะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องยอมรับ ถ้าหากแฟนเพลงลืม ไม่ให้การตอบรับเราแล้ว มันคงเป็นเรื่องของอนาคตที่เราไม่สามารถรู้ได้ แต่ผมเชื่อว่าสถิติมีไว้ทำลาย ผมใช้ความเป็นจีนที่ใส่ไปเป็นตัวแก้อาถรรพ์" เต้กล่าวพร้อมทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดี



