บันเทิง

5 ทศวรรษ 'มี้' พิศมัย
ผู้สูงวัยอันล้ำค่าของวงการบันเทิง

5 ทศวรรษ 'มี้' พิศมัย ผู้สูงวัยอันล้ำค่าของวงการบันเทิง

13 เม.ย. 2554

กว่า 5 ทศวรรษที่นักแสดงเจ้าบทบาท "มี้" พิศมัย วิไลศักดิ์ ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง และยังสร้างมหากาพย์ผลงานอันทรงคุณภาพให้แฟนๆ ได้ชมอย่างต่อเนื่อง ใครจะเชื่อว่าผู้หญิงเก่งคนนี้มีความฝันที่แสนจะมุ่งมั่น ที่จะเข้ามาทำงานในวงการตั้งแต่อายุน้อยๆ และ

ยังคงเป็นดาวค้างฟ้า
**ย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้น ชีวิตหลังเรียนจบวิทยาลัยนาฏศิลป์

 แรกๆ มี้คิดว่าพอจบนาฏศิลป์แล้ว จะต้องเป็นครูสอนรำ พอชีวิตหักเหมาสายนี้ ถือว่าเข้าเป้าเลยทีเดียว มี้ชอบการแสดงมาตั้งแต่เด็กๆ เลย  ตั้งแต่ยังไม่สิบขวบ ชอบร้องเพลง ชอบรำวง พอมีอะไรตรงนี้ ก็รู้สึกใช่เลย
 
**เรื่องแรก-รางวัลแรกในชีวิต
 เรื่องแรกคือ ภาพยนตร์เรื่อง “การเกด” ปี พ.ศ. 2501 ได้รำฉุยฉายพราหมณ์เป็นเรื่องแรก หลังจากนั้นช่อง 7  กลับมาสร้างเป็นละครใหม่ โดยให้ “ติ๊ก” กัญญารัตน์ จิรัชชกิจ  เป็นนางเอก  แล้ว “พี่แดง” ศัลยา  สุขะนิวัตต์ เป็นคนเขียนบท   “อาหรั่ง”  ไพรัช สังวริบุตร เป็นผู้กำกับ ที่สำคัญให้มี้ได้กลับไปแสดงอีกครั้ง เพื่อที่จะได้ถามไถ่เรื่องราวต่างๆ มันมีความมาเป็นอย่างไร  ส่วนรางวัลแรกที่ได้รับ คือรางวัลตุ๊กตาทอง จากเรื่อง  “ดวงตาสวรรค์”  กับบท “อีแพน”

**ทุกๆ บทบาทที่ยังคงประทับใจ
 จริงๆ มี้เล่นมาทุกบทบาท นางเอกเป็นมาแล้ว  ตัวร้ายเป็นมาแล้ว บทย่า บทยาย ทุกบทที่เล่นประทับใจหมด แต่มีบทเดียวที่ไม่เคยเล่นคือบทโป๊  ชุดว่ายน้ำไม่เคยแต่ง ถ้าถามว่าอยากไหม มันไม่ใช่เวลาที่เราอยากทำ แต่เป็นเวลาอะไรก็ได้ที่เราทำได้ อยู่ที่ความเหมาะสม รู้จักกาลเทศ ไม่ใช่นึกจะทำอะไรก็ทำ
 
**สะสมประสบการณ์มาเยอะขนาดนี้ จะมีโอกาสเห็นมี้เป็นผู้จัดบ้างไหม
 ไม่ชอบทางนี้ ไม่ชอบทำอะไรที่เหนื่อย และทำอะไรที่เกิดตัว ทำไปเพื่อทรัพย์สินเงินทอง แค่นี้มี้ก็มีเหลือแล้ว เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องทำอะไร ไม่จำเป็นต้องรวย เท่านี้ก็เป็นอยู่เพียงพอแล้ว คือบุคลากรเราไม่มี ลูกเต้าเราไม่มี อย่างที่ผู้จัดทำละครก็เพราะว่ามีลูกหลานที่ได้ขยายกิจการกันต่อไป แต่มี้ไม่มี (ยิ้ม)
 
**เคยมีความคิดจะหยุดพักแล้วมองหาสิ่งอื่นทำบ้างไหม
 คำว่าหยุดพักมันดูเยอะไป บางครั้งมี้ตกงานอยู่หลายเดือนก็มีนะ  อย่างแรกต้องถามตัวเองก่อนว่าทำอะไรเป็นบ้าง  เราเต้นกินรำกินกับอาชีพนี้มาตลอดชีวิต ถามว่าจะเปิดร้านอาหาร มี้ทำอาหารไม่เป็น (ยิ้ม) อะไรก็แล้วแต่ หากเราจะยืมจมูกคนอื่นมาหายใจ อย่าคิดอย่างนั้น มี้เชื่อว่าตัวเองเกิดมาเพื่อสิ่งนี้คือ การเป็นนักแสดง
 
**วางแผนไว้ไหมว่าบั่นปลายชีวิตจะเป็นอย่างไร 
 ถ้ายังเล่นไหว ยังคงจะเล่นต่อไป  มี้ต้องถามตัวเองอีกครั้งว่าเล่นไหวไหม ถ้าทำได้ทำไป ถ้าทำไม่ได้ก็พักไป ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งกำหนด  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ เคยรับสั่งไว้ว่า ศิลปินไม่มีคำว่าเกษียณอายุ  ดูสิทำมาเรื่อย  อยู่ที่ว่าสุขภาพเราไปไหว  แล้วบทที่เราได้เล่น เราทำไหวไหม
 
**แสดงว่ามีความสุขกับการไม่มีพันธะใดๆ
 สนุกมาก จะไปไหนมาไหนก็สบาย อย่างใครจะไปอินเดีย มี้ไปกับเขาด้วย มี้ว่าสบายจะตาย ไม่เครียด มีลูกเต้าแล้วเครียดวุ่นวายไปหมด อยู่อย่างนี้ก็สบายดี

**ทุกวันนี้ดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง
 มี้เป็นคนที่ดูแลตัวเองตั้งแต่อายุ 30 แล้ว เพราะผู้หญิงเราพออายุ 30 เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง  มี้ทานโสม ดูแลบำรุงทุกอย่าง ตอนนี้อายุ 72  ปี สุขภาพแข็งแรง  อีกอย่างอยู่ที่จิตใจ ถ้าใจสู้ ทุกอย่างสบาย ที่สำคัญมี้ขับรถเอง บางที่เวลาไปกองหรือเลิกกอง  ผู้จัดทุกคนเป็นห่วงมาก มักจะบอกว่าให้ขับรถดีๆ  อย่างเวลาเจอพระเอก เขาเดินเข้ามากอดแล้วบอกว่าขับรถดีๆ แค่นี้อบอุ่นมากแล้ว  เวลาที่มี้ไม่สบาย เรารู้สึกอบอุ่นมาก มองไปเห็นผู้จัดเต็มไปหมด  เพราะเขาไปเยี่ยมเรา มันก็ทำให้เราหายเร็ว
 
กับรางวัลอันทรงเกียรติ
**รางวัลคุณภาพที่ไม่เคยหวังมาก่อน 
 ถือว่า รางวัลศิลปินแห่งชาติ เป็นรางวัลสูงสุดในชีวิตของการเป็นนักแสดงของทุกคน  โดยเฉพาะมี้อยู่ตรงนี้มา 53 ปี ถือว่าเป็นโอกาสพิเศษของมี้ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นการทำงานมาตลอดไม่ได้หวังสิ่งใด   ทำเพราะว่าตั้งใจทำอย่างมาโดยตลอด ทำเป็นจนกลายเป็นนิสัย ตั้งแต่จบนาฏศิลป์มา จนรู้สึกเข้าเส้นเสือดไปแล้ว อย่างที่เรียนให้ทราบว่าไม่เคยหวัง ไม่เคยฝันว่าจะได้รับรางวัลใดๆ เพราะทุกอย่างที่ทำๆ มาจากใจ
 
**กดดันไหม หลังจากได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ
 ไม่มีอะไรที่ต้องลำบากใจ เพราะอย่างที่บอกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นนิสัย  ใครจะมาบอกว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ มี้ทำไม่เป็น
 
**ได้รับยกย่องในเรื่องการวางตัวดีมาตลอด  และการเป็นครู อาจารย์ ด้านการแสดง
 ต้องบอกว่าการทำงานในวงการนี้ หนึ่งไม่ว่าจะฝึกหรือไม่ฝึก ทุกอย่างกลายเป็นนิสัย  การทำงานต้องตรงต่อเวลา เพราะจะทำให้งานของคนอื่นๆ เสร็จไปตามกำหนด  ไม่ใช่ว่านึกจะมาเมื่อไหร่ก็มา มันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ  ต้องคิดว่ามีคนมาทำงานกับเราเยอะ จะให้คนอื่นมารอเราไม่ได้หรอก ส่วนการเป็นครูบาอาจารย์คงไม่ใช่  แต่ในมุมมองของมี้ ถือว่านักแสดงทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน เพราะเราทานข้าวหม้อเดียวกัน เราเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งในวงการ ซึ่งมี้เล่นทั้งบทย่า บทยาย ในเนื้อแท้เขาต้องเคารพเราอยู่แล้ว ตัวเราก็เหมือนกัน เมื่อเด็กเคารพเรา เราก็ต้องทำตัวให้น่าเคารพ ไม่ใช่ว่ามือถือสาก ปากถือศีล มันไม่ใช่เรื่อง  ไม่ถูกต้อง

มุมมองต่อวงการบันเทิง
**คติประจำตัวที่ปฏิบัติมาโดยตลอด

 มี้ให้ความสำคัญในเรื่องของเวลา ถือคติที่ว่า “ไปคอยเขาดีกว่าเขาคอยเรา”  ไม่ว่าใครจะนัดมี้ เราจะรักษาเวลา นอกจากเหตุสุดวิสัย อย่างเช่น รถติดแล้วมันไม่ขยับเอาเสียเลย (ยิ้ม)  เมื่อนัดแล้วจะตรงเวลา แล้วถ้าผิดนัดมี้จะหงุดหงิด
 
**มีเทคนิคอะไรในการเป็นนักแสดงที่ดี
 ก่อนอื่นต้องฟังผู้กำกับ เมื่อได้บทมาต้องเอาใจใส่ ดูที่มาของเรื่อง  เมื่อมีบทประพันธ์ นำบทประพันธ์มาอ่าน เมื่อมีบทต้องทบทวนบท ไม่ว่าพอมาถึงที่แล้ว เล่นมันตรงนั้น ถ้าเป็นแบบนั้นก็จะเป็นการแสดงแบบผิวเผนเท่านั้น แล้วเราต้องฟังผู้กำกับ เพราะว่าเขาเป็นคนกำเรื่องทั้งหมดไว้ เขาชี้แนะอะไรควรฟังไว้ อย่าไปเถียง
 
**มุมมองต่อนักแสดงคลื่นลูกใหม่
 นักแสดงในยุคนี้ มี้ถือว่ามีความรับผิดชอบกันทุกคน  เพราะแต่ละคนมีค่ายมีคนคอยดูแล มีคนคอยอบรม  ดังนั้นในเรื่องของเวลาถือว่าทุกคนดีมาก เพราะถ้าหากเขาไม่รักษาเวลา หรือเขาพลาด ต่อไปเขาจะไม่มีงาน อย่างที่บอกว่าเราไม่สามารถให้ทุกคนมารอเราได้

**มุมมองต่อวงการบันเทิงในยุคปัจจุบัน
 มี้มองว่าเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี  อะไรๆ ก็ดูทันสมัยขึ้น นักแสดงสามารถเข้าถึงบทละครที่แสดงได้ลึกขึ้น ไม่แสแสร้ง และยังมีเทคโนโลยีมากมายที่ทำให้เขาได้เรียนรู้การแสดงมากขึ้น ไม่ใช่ว่าจะแสดงมาอีกครั้งต่อกี่ครั้งก็เล่นได้แต่หน้าเดียว
 
**มีเด็กๆ รุ่นใหม่ เข้ามาปรึกษาด้านการแสดง
 ไม่หรอก เพราะจริงๆ ในกองมีทั้งผู้กำกับ โค้ทแอ็คติ้ง นอกจากว่าเราต้องเข้าบทด้วยกัน มี้จะแนะนำนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง เพราะว่าตัวจักรกลมีอยู่แล้ว
 
**คิดว่าใครจะเป็นดาวค้างฟ้าดวงต่อไป

 "แหม่ม” จินตรา สุขพัฒน์ แต่มีอีกหลายคน ที่ไม่กล่าวถึง อย่างเช่น  "แดง" ธัญญา "ตุ๊ก" ดวงตา ตุงคะมณี  "โย" ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ดวงดาว จารุจินดา คุณๆ เหล่านี้ สามารถมาแทนที่มี้ เพราะมี้จะรวงโรยจากไป แต่ละคนมีความสามารถด้านการแสดงมากมาย ประสบการณ์ด้านการแสดงมีเยอะ  และยังสามารถเล่นได้ทุกบทบาท

**คำอวยพรอันทรงคุณค่าในเทศกาลสงกรานต์ และวันผู้สูงอายุ
 วันสงกรานต์เปรียบเสมือนวันปีใหม่ของคนไทยเรา  ควรจะนึกถึงบุพพการีทั้งหลาย ที่ท่านเสียสละเลี้ยงดูเรามา ปีหนึ่งไปรดน้ำ พาท่านไปรับประทานอาหาร  พาท่านไปตรวจสุขภาพ  ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องดูแลท่าน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านดูแลเราจนโต และเป็นฝั่งเป็นฝา ถึงตอนนี้เราจะต้องดูแล อย่าลืมนะ ความเจริญจะมาสู่เราเอง  ถ้าเราดูแลท่าน เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม อย่าให้ขาด ท่านเป็นอะไรเราดูแล สิ่งนั้นจะสะท้อนกลับมาหาเรา เมื่อเราแก่เฒ่า ลูกหลานจะดูแลเราต่อไป
 
 เธอคือ “นักแสดง” ตัวจริงของวงการบันเทิง