บันเทิง

"บิ๊กแบง"...จากไอดอล
สู่นักดนตรีมืออาชีพ

"บิ๊กแบง"...จากไอดอล สู่นักดนตรีมืออาชีพ

09 เม.ย. 2554

กลับมาอีกครั้ง ยังคงดังไม่มีเปลี่ยนแปลงจริงๆ สำหรับ 5 หนุ่ม วงบิ๊กแบง ที่หายจากการออกอัลบั้มร่วมกันเป็นเวลากว่า 2 ปี แม้ในความเป็นจริงแล้ว ช่วงเวลากว่า 2 ปีที่ บิ๊กแบง ไม่ได้ออกผลงานนั้น ก็ใช่ว่าพวกเขาทั้ง 5 จะไม่มีงานใดๆ เพราะต่างก็แยกย้ายไปทำงานข

**อยากให้พูดถึงอัลบั้มชุดนี้สักหน่อย ว่ามีพัฒนาการอย่างไรบ้าง
 แทยัง : อัลบั้ม “Tonight” เป็นอัลบั้มที่พวกเราใช้เวลาในการทำนานถึง 2 ปี และก็เป็นผลงานที่เราทุ่มเทเป็นอย่างมาก ที่จะแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงความสามารถของเรา  นอกจากแนวเพลงจะโตและยกระดับมากขึ้นแล้ว เรายังมีอิสระในการสร้างสรรค์ดนตรีและแสดงออกถึงสไตล์ที่แตกต่างของแต่ละคนอีกด้วย

 จี ดราก้อน : ถ้าแต่ก่อน มีคนพูดว่าเราคือ ‘วงไอดอลยุคใหม่’ ที่กำลังเติบโต  ตอนนี้ก็เหมือนกับ เราพัฒนาขึ้นมาเป็น ‘นักดนตรีมืออาชีพ’  เป็นดั่งศิลปิน 5 คน 5 สไตล์ที่มารวมตัวกันเฉพาะกิจ เพื่อออกผลงานชั่วคราว

**อะไรที่ทำให้คุณมั่นใจ ว่าบิ๊กแบงในปัจจุบันไม่ใช่แค่วงไอดอลอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นศิลปินอย่างแท้จริง
 จี ดราก้อน : ผมคิดว่า นิยามของคำว่า ไอดอล  คือกลุ่มนักร้อง ที่มีสมาชิก 5-6 คน แต่งตัวในสไตล์เดียวกัน และมีรูปแบบเดิมๆในการแสดง ไม่ว่าจะเป็นการเต้น การร้อง หรือแม้แต่การยิ้ม ที่ล้วนต้องเป็นไปตามแพทเทิร์น  หากแต่ บิ๊กแบง แหกกฎที่ว่านั้นหมด  พวกเราแสดงให้คนดูได้เห็น ว่าเราสามารถสนุกกับดนตรีที่เรารักอย่างไร้ขอบเขตได้   ผมเชื่อว่าสิ่งที่ บิ๊กแบง ทำอยู่ จะเป็นแบบอย่างให้กับศิลปินรุ่นน้อง ที่กำลังจะก้าวเข้ามาในวงการเพลงได้เป็นอย่างดี  สิ่งที่เรานำเสนอคือดนตรีที่พวกเรารัก เพลงที่เราสร้างสรรค์ก็กลั่นกรองออกมาจากมันสมองโดยไม่มีกรอบของคำว่าไอดอลมาจำกัด

**คิดอย่างไรกับอาถรรพณ์ 5 ปีของวงไอดอลส่วนใหญ่ ที่มักจะแยกวงหรือมีปัญหาหลังจากเดบิวต์มาสักระยะหนึ่ง
 แทยัง : ให้พูดตามตรง  ปีที่แล้วก็มีเหตุการณ์ร้ายๆหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น และนี่ก็นับเป็นปีที่ 5 แล้วหลังจากที่ บิ๊กแบง ทำงานร่วมกันมา  พวกเราตระหนัก ถึงปัญหาการยุบวงของศิลปินวงไอดอล ที่มีโอกาสเป็นไปได้สูงในปัจจุบันดี  แต่ตราบใดที่เรายังมีความรักในดนตรีเหมือนกัน และยังคงมีจุดมุ่งหมายไปในทางเดียวกันไม่เปลี่ยนแปลง  ผมเชื่อว่าพวกเราจะไม่มีวันยุบวงอย่างแน่นอน

 แดซอง : หลังจากที่ทำงานมาด้วยกัน 5-6 ปี พวกเราแต่ละคน ก็เริ่มพัฒนาความคิดแตกต่างกันออกไป และต่างก็คิดว่าตัวเองถูก เพื่อแก้ปัญหานี้ เราก็เลยตกลงที่จะเปิดอกคุยกัน แล้วก็ค่อยๆ ตัดสินและลงความเห็นร่วมกัน จะได้หลีกเลี่ยงปัญหาการผิดใจ

**บิ๊กแบงวางโครงการในอนาคตไว้ว่าอย่างไร
 ท็อป : หลังจากจบกิจกรรมการโปรโมทอัลบั้มที่เกาหลี  บิ๊กแบง ก็จะหันไปเจาะตลาดที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนเป็นอันดับแรก  นอกจากนั้นเราก็ยังสนใจที่จะไปเจาะตลาดยังประเทศอื่นๆ อีกด้วย  ตราบใดที่มีหนทางให้ไป  พวกเราก็จะลองดูครับ

 จี ดราก้อน : ผมรู้สึกดีมากที่ได้รู้ว่าอัลบั้ม “Tonight” ไต่ขึ้นชาร์ตสากลในหลายๆ ประเทศ  เพราะฉะนั้น พวกเราก็เลยจะตั้งใจทำงานให้มากขึ้น  เพื่อที่จะได้ค่อยๆ ก้าวเข้าไปสู่ประเทศอื่นๆ ในโอกาสถัดไป