
ผู้ชายธรรมดากับวาทะของ'ผู้พันเบิร์ด'
กำลังเป็นฮีโร่ของหลายๆ คน กับผลงานภาพยนตร์เรื่อง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ภาค 3 ตอน ยุทธนาวี สำหรับ "ผู้พันเบิร์ด" พันโทวันชนะ สวัสดี ที่เวลานี้ได้ติดภาพเป็นสมเด็จพระนเรศวรไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังสร้างความประทับใจให้แก่คนทั่วประเทศมาหลายต่อหลายภาค แต่ใ
พระเอกนักบู๊
**กระแสตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง
กระแสที่ชอบก็มี แกระแสที่ไม่ชอบเลยก็มี กระแสที่ชอบ คือภาคนี้จะไม่ค่อยมีความหนักหน่วงในเรื่องของฉากรบเท่าไหรนัก เขาไม่ได้คาดหวังที่จะเข้าไปดูฉาก ยุทธนาวี ที่ต้องแอ็กชั่นหนัก คือเขาจะชอบในทางแนววาไรตี้ มีตลก มีเรื่องราวของชีวิตความเป็นคนธรรมดา มีความเป็นชาวบ้านที่แทรกเข้าไป อันนี้คือกระแสที่ชอบ ส่วนกระแสในทางตรงข้าม อาจจะมีความคาดหวังที่สูง จากภาค 2 ว่าจะต้องไปเจอฉากที่ยิ่งใหญ่ อลังการ
**มีทั้งคนชมแล้วติ รู้สึกท้อบ้างไหม
ไม่เลย...เราปฏิเสธไม่ได้กับการที่มีคนชมหรือติเลย เราในฐานะนักแสดง เราทำเต็มที่จริงๆ ส่วนคนจะชอบหรือไม่ชอบ มันเป็นเรื่องของแนวความคิด เราห้ามไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราได้พยายามทำเต็มที่แล้วจริงๆ ถามว่าในภาคนี้ยากตรงไหน ในเรื่องการแสดงก็เหมือนเดิม เพราะเราแสดงเป็นคนเดิมอยู่ แต่น่าจะยากในเรื่องของทีมงานมากกว่า ในการถ่ายทำฉากเรือให้สมกับคนที่อยากดู
**ภาคนี้ใช้ระยะเวลาในการถ่ายทำนาน
ระยะเวลานาน เพราะถ่ายทำไปจนถึงภาค 4 แต่ภาคนี้เป็นการปูพื้น เพื่อนำไปสู่ภาคต่อไป ว่าควรจะติดตามชีวิตแต่ละคน จะดำเนินต่อไปยังไง แล้วจะมีจุดจบของตัวละครเดิม แล้วจะมีตัวละครผูกเรื่องใหม่ จะดำเนินไปยังไง ดังนั้นที่นานอเพราะมีฉากอื่นๆ ที่ไม่ได้ถูกใส่ไปในภาค 3 นั่นเอง
**ภาค 3 คนไทยจะได้เห็นอะไรบ้าง
หนังไม่ต้องการจะบอก ว่าคุณจะต้องรักชาติ หนังไม่ต้องการจะบอก ว่าถ้าคุณไม่ดูแล้วคุณไม่รักชาติ แต่ภาพยนตร์ต้องการจะสื่อให้เห็นหน้าที่ของคน ที่จะทำให้กับบ้านเกิดเมืองนอน ทำให้กับแผ่นดินที่เราอยู่อาศัย เราควรจะมีหน้าที่อย่างไรบ้าง การที่เราจะตอบแทนผืนแผ่นดินนี้ มันไม่มีข้อจำกัด สามารถตอบแทนได้ ไม่ว่าจะคนเพศใด วัยใด อาชีพอะไร ก็รับผิดชอบต่อประเทศชาติได้เหมือนกัน อยากให้เห็นว่ายากนัก กว่าจะได้อิสระภาพคืนมา แต่ยากยิ่งกว่าที่จะรักษาอิสรภาพนั้นเอาไว้
**แล้วภาค 4 จะได้ดูเมื่อไหร่
หลังจากที่ภาค 3 ออกไป ทำให้ท่านมุ้ย (ม.จ.ชาตรี เฉลิม ยุคล) กลับมาคิด ถ้าภาค 4 ออกช้าเหมือนภาค 2 ต่อ ภาค 3 ที่ห่างกัน คนอาจจะไม่อยากดูภาคต่อไปแล้วก็ได้ แต่คนดูภาค 3 แล้วหลายคน ก็คิดว่าภาคต่อไปจะเป็นยังไง ผมคิดว่าท่านคงต้องเร่งแล้ว ที่เราบอกว่าเดือนสิงหาคม ก็คงจะเป็นเดือนสิงหาคม แต่ช้าสุดก็คงไม่เกินเดือนธันวาคม จริงๆ เราถ่ายควบคู่กันไปกับภาค 3 ยัง ภาค 4 ยังเหลืออีก 20 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็น 20 เปอร์เซ็นต์ที่หนัก เพราะเป็นยุทธหัตถี ส่วนที่ถ่ายไปเป็นซีจีบางส่วนเท่านั้น แต่ฉากหนักๆ ยังไม่ได้ถ่าย
**เป็นหนังที่มีฉากสู้รบเยอะ เกิดอุบัติเหตุบ่อยไหม
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากเราคิดไว้ก่อนล่วงหน้า กับตัวผมเองเกิดขึ้นบ่อย ตกม้าบ่อย แทบจะกล่าวได้ ว่าในกองถ่ายทำผมตกม้าบ่อยที่สุด หรือตกจนชิน ตกจนคิดว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้น ผมตกม้าดีกว่า เลือกที่จะไหลลงดีกว่า เวลาที่ม้าพยศ หรือคึกอะไรขึ้นมา เราอย่าไปฝืน ทุกครั้งที่ม้ามันตื่น ตัวเราต้องไหลตก มันก็จะหยุดนิ่ง ผมเลยเลือกที่จะตกดีกว่า จนตอนนี้ผมเรียนรู้การตก ไม่ให้ตัวเองไม่เป็นอะไรได้เรียบร้อยแล้ว (หัวเราะ)
**ร่วมงานกับ "แอฟ" ทักษอร เป็นอย่างไรบ้าง
แรกๆ ผมดูละครที่เขาเล่น เพื่ออยากจะรู้ว่าเขามีการตอบสนองในการแสดงยังไง ได้ร่วมงานแล้วรู้เลย ว่าเขาเป็นคนมีวินัยสูง ทราบว่าเขาทำงานหนัก หลายที่ ไม่ว่าจะเป็นละครด้วย งานอีเวนท์อื่นๆ อีก แต่เขาก็มาตรงเวลาเสมอ มีวินัยสูงมาก เขารักในอาชีพการแสดง ผมเคยถามเขา ว่าแอฟคิดจะเรียนต่อมั้ย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เขาเรียนต่อไปเรื่อยๆ อย่าเพิ่งหยุดตอนนี้ ส่วนการแสดงเล่นไปแล้ว ก็หาโอกาสไปเรียนด้วยก็ดี คือเราสนิทกันจนคุยกันเรื่องส่วนตัว คุยเรื่องอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป เรื่องความรักก็คุย มีปัญหาปรึกษากันได้ เพราะคุยกันมา 9 ปีแล้ว
ชื่อเสียงโด่งดัง
** รู้สึกอย่างไรกับพระเอกหนังประวัติศาสตร์
ตอนนี้เริ่มชินแล้ว ชินกับพระเอกหนัง แต่อยากจะบอก ว่าช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา คนไม่คิดว่าผมเป็นดาราหรอก โดยบทพระนเรศวร และอาชีพเป็นทหารด้วย คนจะเข้ามาแบบเกรงอกแกรงใจ บางทีเป็นผู้ใหญ่กว่าผม เขาก็จะบอกว่าผู้พันครับ ผมขออนุญาตให้ลูกสาวถ่ายรูปด้วยหน่อย แต่ด้วยบทพระนเรศวร ทำให้เป็นที่ไว้วางใจของคนทั่วๆไป เหมือนผมเป็นคนในครอบครัว เป็นญาติพี่น้องอย่างสนิทใจ แต่ไม่ได้เข้ามาในลักษณะกรี๊ดกร๊าดหรือคลั่งไคล้ขนาดนั้น
**มีชื่อเสียงแบบนี้ ทำให้ระมัดระวังมากขึ้นไหม เพราะด้วยบทพระนเรศวร และอาชีพทหาร
ผมก็ไม่ระวังตัวอะไรมาก เพราะโดยปกติเป็นคนเรียบๆ แบบนี้อยู่แล้ว ก่อนที่จะมาแสดงท่านมุ้ยก็เฟ้นหามาพอสมควร เพราะคุยกับท่านหลายเรื่อง ก่อนที่จะถ่ายเรื่องนี้ 2 ปี ผมต้องไปมาหาสู่ท่านมุ้ย คุยกันทุกเรื่อง ท่านเลยรู้ว่าชีวิตประจำของผมเป็นแบบนี้
**อยากพลิกบทบาท หรือสลัดภาพพระเอกหนังประวัติศาสตร์บ้างไหม
อยากนะ...คือผมอยากที่จะเห็นตัวเองในบทอื่นที่พลิกคาแร็กเตอร์ของพระนเรศวรไป แล้วก็ฝากการบ้านให้กับผู้กำกับเลย คงจะเป็นงานยากของผู้กำกับ ตัวผมเองบอกไม่ได้ว่าหรอก ว่าผมจะเล่นได้หรือเปล่า (ยิ้ม) อยู่ที่ผู้กำกับอย่างเดียวเลย เพราะทุกวันนี้ที่เล่นได้ เพราะท่านมุ้ย ถามว่าอยากเล่นบทแบบไหน ผมอยากเล่นเป็นคนธรรมดา เป็นแบบชีวิตรันทด ดราม่าเยอะๆ เป็นหนังที่หนักๆ
**มีติดต่อมาบ้างไหม
ไม่มีเลย เพราะช่วงหลังๆ กระแสหนังวัยรุ่นมาแรงมาก เขาคงเห็นหน้าผมแล้ว แล้วคงคิดว่าแหม...คงเล่นหนังวัยรุ่นยาก (หัวเราะ) ผมก็ไม่แน่ใจ ว่าผมจะมีความสามารถเล่นได้ขนาดนั้นหรือเปล่า แล้วก็กลัวไปทำหนังเขาเจ๊งมากกว่า การที่ไม่มีติดต่อมาเลยก็ดีเหมือนกัน ดีตรงที่ว่าให้คนจำเราในบทนี้ก็ดี (หัวเราะ)
**มีหน้าที่เป็นทั้งนักแสดง ทหาร และเป็นหัวหน้าครอบครัว แบ่งหน้าที่อย่างไรบ้าง
หน้าที่ของนักแสดงกับหน้าที่ของทหารมันไปคู่กันแล้ว เพราะกองทัพได้เห็นความสำคัญของการได้ส่งบุคลากรเข้ามาในวงการบันเทิง แล้วเห็นคุณค่าของมัน ปัจจุบันนี้การไปแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ถือเป็นหน้าที่ของกองทัพอย่างหนึ่งในการส่งเสริมสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วก็ในการนำมาซึ่งความสามัคคีของคนในชาติ เพราะฉะนั้นกองทัพถือว่าเป็นหน้าที่ แล้วก็เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องลงไปแสดงด้วย เรียกว่าเป็นหน้าที่เหนือกว่าหน้าที่แล้ว จึงเป็นงานที่คู่กันไปได้ แล้วงานอื่นๆ ของกองทัพ ก็จะเป็นผลตอบรับที่ดีกลับมา คนเปิดกว้างมากขึ้น สำหรับการยอมรับกองทัพมากขึ้น มันเอื้อกับงานทางทหารโดยตรง ในการประชาสัมพันธ์ ในการปฏิบัติการจิตวิทยา เพื่อให้ชาวบ้านมั่นอกมั่นใจ ในส่วนหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัว เนื่องจากเป็นครอบครัวใหม่ มีเพียงผมกับภรรยาก็ยังง่ายกับเรื่องการจัดการเรื่องเวลา ภารกิจ แต่คงจะยุ่งยากมากขึ้น ถ้าเมื่อไหร่มีลูก
**ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะไหม
เปลี่ยนเยอะ...แต่ผมซึมซับมันน้อย สำหรับตัวผมค่อยๆ เปลี่ยน แต่พอมาถึงตรงจุดนี้ แล้วมองย้อนกลับไปช่วงแรก รู้สึกได้ว่าเปลี่ยนเยอะ แต่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เรื่องของชีวิตครอบครัวก็เปลี่ยนจนได้แต่งงานแล้ว แล้วเรื่องการแสดงผมเชื่อว่าบทบาทใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1,2 ,3 และภาคต่อไป ผมมีพัฒนาการในการแสดงที่ดีขึ้น เข้าใจมากขึ้น เรื่องหน้าที่การงานก็ได้รับการตอบรับจากพี่ๆ ที่กองทัพเป็นอย่างดี และพี่ๆ ที่กองทัพก็ให้การสนับสนุน ให้เรามีหน้าที่ประชาสัมพันธ์กับงานในกองทัพด้วย ชีวิตประจำวันก็เปลี่ยน ยิ่งถ้าช่วงโปรโมทหนังด้วย ส่วนชีวิตประจำวันอื่นๆ ก็เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ในแต่ละวัน
**มีอะไรเกิดขึ้นแปลกๆ หลังจากก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงบ้างไหม
วันนี้ที่บ้านผมมีพระนเรศวรเยอะมาก มีคนเอามาให้เยอะมาก เป็นคนที่ไม่เคยสะสมพระ ไม่เคยสะสมหรียญเลย แต่ทุกวันนี้มีเหรียญพระนเรศวรเยอะมาก แล้วก็มีรูปหล่อเยอะ กลายเป็นของสะสมแล้ว แล้วมาจากต่างที่ต่างถิ่น ทำให้ผมเชื่อว่าคนไทยมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในสมเด็จพระนเรศวรมากจริงๆ เป็นข้อดีเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่ทำให้เราฮึกเฮิม เข้มแข็ง แล้วก็มีความสามัคคี (ทำห้องเก็บไว้เลยไหม) ก็มีห้องเก็บไว้เลย พอมาเล่นภาคนี้เดี๋ยวก็คงมีคนเอามาให้อีก
ชีวิตรัก
**ชีวิตหลังแต่งงานเป็นอย่างไรบ้าง
หลังแต่งงาน เหมือนผมเอาแฟนมาช่วยขับรถให้ ผมก็บอกเขาให้ออกจากงานเดิมเลย เพราะเราเตรียมจะมีลูก คือหน้าที่ของงานคนอื่นทำแทนได้ แต่หน้าที่ของแม่ทำแทนกันไม่ได้หรอก คือเป็นเรื่องที่เราคิดตรงกัน ตอนนี้เขาก็ออกจากงานแล้ว เร็วๆ นี้คงจะมีลูกแล้ว
**ตอนนี้ภรรยากลายเป็นที่รู้จักของหลายๆ คน
หลายๆ คนรู้จักผมจากรายการ "คืนวันนั้น" เพราะไปออกคู่กัน มีกระแสตอบรับที่ดี มันเป็นความธรรมชาติจริงๆ นั่นคือตัวผมจริงๆ ตอนที่เห็นในออกรายการ แต่คนอาจจะไปมองภาพผมเป็นพระนเรศวร จนกระทั่งไม่รู้ว่าอีกมุมหนึ่ง คือชีวิตจริงๆ ของผมที่เป็นทหารต่างจังหวัดคนหนึ่งเป็นคนธรรมดานี่ล่ะ ผมก็ติดตามในเว็บไซต์ต่างๆ หลายคนบอกว่าเขาไปดูพระนเรศวร เพราะเขาดูรายการ คืนวันนั้น แล้วเขาชอบผม ผมก็ดีใจ แฟนผมก็รู้สึกดีใจด้วยที่มีคนชมและชอบ
**วางแผนไว้หรือยังจะมีลูกกี่คน
คุยกับภรรยาไว้แล้ว อยากมี 2 คน เดิมทีอยากมีมากกว่านั้น เพราะเห็นแบบอย่างแล้ว ว่ามีพี่น้องเยอะ พ่อแม่สบาย เราสามารถไปฝากคนนั้นคนนี้ช่วยเลี้ยงให้เราได้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี แต่โดยสภาวะปัจจุบัน ถ้ามีเยอะก็คงยาก เลยคิดว่า 2 คนก็พอแล้ว จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ แต่พอโตขึ้นเขาอาจจะเลือกเพศของเขาได้เอง (หัวเราะ)
แหม...แมนทั้งในจอและนอกจอจริงๆ
เขาคือ....พันโท วันชนะ สวัสดี
ชื่อเล่น เบิร์ด
เกิดวันที่ 26 สิงหาคม 2516
ผลงานที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช , ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ
ผลงานปัจจุบัน ภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3 ตอน ยุทธนาวี
เรื่อง... "เพ็ญนภา ดำเล็ก"
ภาพ... "ชาญณรงค์ พรดิลกรัตน์"



