
รู้ทันกฎหมาย - ขายรถ
ฝากรถไปขายตามเต็นท์ ก็ถูกกดราคาเว้นแต่ว่าเราจะใช้วิธีแลกซื้อ ยิ่งรถบ้านยิ่งใช้ทะนุถนอม จะพรากจากกันก็ควรส่งผ่านให้คนซื้อที่จะดูแลมันดีๆ และที่สำคัญน่าจะได้ราคาที่ดีๆ ด้วย
ไม่ว่าจะโพสต์ขายในเน็ตหรือตั้งป้ายไว้บนหลังคาจอดหรารออยู่หน้าตึกทำงาน หรือจะทำสติ๊กเกอร์ติดไว้ข้างรถ ก็ต้องรู้กฎหมายว่าด้วยการซื้อขายเบื้องต้นเอาไว้ ขายแล้วความรับผิดยังย้อนศรมาหาได้ หากขายแบบใจง่ายเกินไป
แน่นอนเมื่อเงินสดถึงมือ ก็ปล่อยรถไปได้ เป็นการซื้อมาขายไป หมูไปไก่มา แต่อย่าได้ประมาทว่าจบกันตรงนี้ อาจมีรุงรังตามมาไม่รู้ว่าตอนไหน หากไม่รู้จักปิดการขายแบบปิดตายจริงๆ
แน่นอน คนซื้อย่อมรักษาผลประโยชน์ด้วยการตรวจสภาพรถจนเป็นที่พอใจ จะตรวจหรือไม่ก็เป็นเรื่องความเกรงใจหรือไว้ใจกันเอง แต่เพื่อความสุขใจของผู้ขายและสบายใจของผู้รับ สมควรที่จะทำบันทึกการรับรถกันไว้หน่อยเป็นดี แสดงข้อความว่ารับรถในสภาพเป็นที่พอใจแล้ว
นอกจากตัวรถแล้ว ยังมีเอกสารประจำรถที่ต้องส่งให้ ได้แก่คู่มือการจดทะเบียนรถ ซึ่งเป็นสมุดที่ใช้แสดงว่ารถคันนี้ได้มีการเสียภาษีแล้ว ไม่เช่นนั้นไม่มีสิทธินำรถออกมาวิ่งตะลอนตามถนนได้ ซึ่งในสมุดจะมีรายการรถอย่างละเอียดทั้งเลขตัวถัง รุ่น สี และมีชื่อผู้เป็นเจ้าของที่ต้องเปลี่ยนแปลง
ตามขั้นตอนก็คือ จดทะเบียนโอนเปลี่ยนชื่อในสมุดคู่มือจากชื่อผู้ขายไปเป็นผู้ซื้อ ที่กรมการขนส่ง ซึ่งคนขายรถก็ไม่อยากเดือดร้อนเสียเวลาไปจด แต่คนซื้อนั้นจะเสียเวลาบ้างก็ยังดีกว่า และยังมีค่าธรรมเนียมตามอัตราคิดจากมูลค่ารถ ตามธรรมเนียมนิยมคนซื้อก็จะเป็นคนที่ไปจดและเสียสตางค์ส่วนนี้เอง
เมื่อคนขายไม่ได้ไปก็ต้องทำหนังสือมอบอำนาจให้ไว้ อย่างที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่าโอนลอย คือการลงชื่อว่างๆ ไว้ในเอกสารของทางราชการที่เป็นแบบฟอร์มสำหรับการโอนรถ ในช่องผู้โอน แล้วก็มอบสำเนาบัตรประชาชนถ่ายให้ไปก็เป็นอันเสร็จพิธี
ตอนนี้แหละที่ต้องระวัง เราอาจไม่สนใจว่าขายให้คนนี้แต่จะใส่ชื่อคนไหนเป็นเจ้าของก็ช่างคนซื้อปะไร คิดแบบนี้คิดได้และทำได้ แต่ต้องให้แน่ใจว่าเราเซ็นโอนลอยไปแล้วได้มีการเปลี่ยนชื่อไปจริงๆ
สิ่งที่อยากแนะนำก็คือควรทำสำเนาเอกสารที่เซ็นลอยเอาไว้ และควรระบุในบันทึกการรับมอบรถที่บอกไว้ข้างต้นเสียด้วยเลยว่าได้เซ็นเอกสารลอยๆ ไว้ให้คนซื้อนำไปจดทะเบียน
อย่างนี้ก็ค่อยหายใจคล่องปอด เพราะหากคนซื้อหรือใครก็ตามนำรถไปชนแล้วหนีหรือนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายอย่างไร เปิดสมุดทะเบียนรถยังเป็นชื่อคนขาย กลายเป็นข่าวว่าเจ้าของรถคันต้นเหตุเป็นใคร แต่ก็ยังรอดตัวจาดคดี หากพิสูจน์ได้ว่าเรามิใช่เจ้าของและมิใช่ผู้ครอบครองรถแล้ว
อย่าคิดว่าเป็นเรื่องหยุมหยิม เพราะหลายรายที่คนซื้อยังไม่โอนเปลี่ยนชื่อสักที มีเรื่องเมื่อไหร่ คนขายอาจขายหน้าได้เพียงเพราะไม่ทำเอกสารให้เด็ดขาดอย่างแท้จริง
"ศรัณยา ไชยสุต"



