บันเทิง

รู้ทันกฎหมาย  - ขายรถ

รู้ทันกฎหมาย - ขายรถ

07 เม.ย. 2554

ฝากรถไปขายตามเต็นท์ ก็ถูกกดราคาเว้นแต่ว่าเราจะใช้วิธีแลกซื้อ ยิ่งรถบ้านยิ่งใช้ทะนุถนอม จะพรากจากกันก็ควรส่งผ่านให้คนซื้อที่จะดูแลมันดีๆ และที่สำคัญน่าจะได้ราคาที่ดีๆ ด้วย

  ไม่ว่าจะโพสต์ขายในเน็ตหรือตั้งป้ายไว้บนหลังคาจอดหรารออยู่หน้าตึกทำงาน หรือจะทำสติ๊กเกอร์ติดไว้ข้างรถ  ก็ต้องรู้กฎหมายว่าด้วยการซื้อขายเบื้องต้นเอาไว้  ขายแล้วความรับผิดยังย้อนศรมาหาได้  หากขายแบบใจง่ายเกินไป

 แน่นอนเมื่อเงินสดถึงมือ ก็ปล่อยรถไปได้ เป็นการซื้อมาขายไป หมูไปไก่มา  แต่อย่าได้ประมาทว่าจบกันตรงนี้  อาจมีรุงรังตามมาไม่รู้ว่าตอนไหน หากไม่รู้จักปิดการขายแบบปิดตายจริงๆ

 แน่นอน คนซื้อย่อมรักษาผลประโยชน์ด้วยการตรวจสภาพรถจนเป็นที่พอใจ  จะตรวจหรือไม่ก็เป็นเรื่องความเกรงใจหรือไว้ใจกันเอง  แต่เพื่อความสุขใจของผู้ขายและสบายใจของผู้รับ สมควรที่จะทำบันทึกการรับรถกันไว้หน่อยเป็นดี  แสดงข้อความว่ารับรถในสภาพเป็นที่พอใจแล้ว

 นอกจากตัวรถแล้ว  ยังมีเอกสารประจำรถที่ต้องส่งให้  ได้แก่คู่มือการจดทะเบียนรถ ซึ่งเป็นสมุดที่ใช้แสดงว่ารถคันนี้ได้มีการเสียภาษีแล้ว ไม่เช่นนั้นไม่มีสิทธินำรถออกมาวิ่งตะลอนตามถนนได้  ซึ่งในสมุดจะมีรายการรถอย่างละเอียดทั้งเลขตัวถัง รุ่น สี และมีชื่อผู้เป็นเจ้าของที่ต้องเปลี่ยนแปลง

 ตามขั้นตอนก็คือ จดทะเบียนโอนเปลี่ยนชื่อในสมุดคู่มือจากชื่อผู้ขายไปเป็นผู้ซื้อ ที่กรมการขนส่ง  ซึ่งคนขายรถก็ไม่อยากเดือดร้อนเสียเวลาไปจด  แต่คนซื้อนั้นจะเสียเวลาบ้างก็ยังดีกว่า  และยังมีค่าธรรมเนียมตามอัตราคิดจากมูลค่ารถ  ตามธรรมเนียมนิยมคนซื้อก็จะเป็นคนที่ไปจดและเสียสตางค์ส่วนนี้เอง

 เมื่อคนขายไม่ได้ไปก็ต้องทำหนังสือมอบอำนาจให้ไว้ อย่างที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่าโอนลอย คือการลงชื่อว่างๆ ไว้ในเอกสารของทางราชการที่เป็นแบบฟอร์มสำหรับการโอนรถ ในช่องผู้โอน แล้วก็มอบสำเนาบัตรประชาชนถ่ายให้ไปก็เป็นอันเสร็จพิธี

 ตอนนี้แหละที่ต้องระวัง เราอาจไม่สนใจว่าขายให้คนนี้แต่จะใส่ชื่อคนไหนเป็นเจ้าของก็ช่างคนซื้อปะไร  คิดแบบนี้คิดได้และทำได้ แต่ต้องให้แน่ใจว่าเราเซ็นโอนลอยไปแล้วได้มีการเปลี่ยนชื่อไปจริงๆ

 สิ่งที่อยากแนะนำก็คือควรทำสำเนาเอกสารที่เซ็นลอยเอาไว้ และควรระบุในบันทึกการรับมอบรถที่บอกไว้ข้างต้นเสียด้วยเลยว่าได้เซ็นเอกสารลอยๆ ไว้ให้คนซื้อนำไปจดทะเบียน

 อย่างนี้ก็ค่อยหายใจคล่องปอด  เพราะหากคนซื้อหรือใครก็ตามนำรถไปชนแล้วหนีหรือนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายอย่างไร  เปิดสมุดทะเบียนรถยังเป็นชื่อคนขาย   กลายเป็นข่าวว่าเจ้าของรถคันต้นเหตุเป็นใคร   แต่ก็ยังรอดตัวจาดคดี หากพิสูจน์ได้ว่าเรามิใช่เจ้าของและมิใช่ผู้ครอบครองรถแล้ว

 อย่าคิดว่าเป็นเรื่องหยุมหยิม เพราะหลายรายที่คนซื้อยังไม่โอนเปลี่ยนชื่อสักที  มีเรื่องเมื่อไหร่ คนขายอาจขายหน้าได้เพียงเพราะไม่ทำเอกสารให้เด็ดขาดอย่างแท้จริง

"ศรัณยา ไชยสุต"