บันเทิง

คิดสวนทาง - ดนตรีในอนาคต กับ อนาคตของดนตรี

คิดสวนทาง - ดนตรีในอนาคต กับ อนาคตของดนตรี

05 เม.ย. 2554

เพื่อนนักดนตรีของผมหลายคน มีโอกาสได้ประกาศตัวว่า ”เกษียณอายุแล้ว” ทั้งๆ ที่อาชีพนี้เป็นอาชีพอิสระ ไม่มีใครมากำหนดชะตากรรมให้ ถึงจะเกษียณไปก็ไม่มีเบี้ยบำเหน็จ เบี้ยบำนาญใดๆ คนที่กล้าประกาศออกมาเช่นนั้นได้นับว่าเป็นผู้ที่โชคดีเพราะคงมีเงินเก็บ หรือไม่ก็มีทา

  ผมก็อดอิจฉาเพื่อนๆ เหล่านี้เป็นที่สุดไม่ได้ เนื่องจากว่าผมเองก็เหนื่อยเต็มทนแล้ว แต่ไม่สามารถเกษียณตัวเองได้ จะด้วยเหตุผลของรายได้ที่ยังจะต้องพยายามหามาให้ชนต้นเดือนปลายเดือน หรือเพราะเหตุผลที่อยู่ในวงการที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่ต้องพยายามติดตามกันอย่างกระชั้นชิด ชนิดกะพริบตาไม่ได้ หรือเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวที่แก้ไม่หาย เพราะชอบหาเรื่องนู้นเรื่องนี้มาใส่ตัวใส่หัวให้มันร้อนรนอยู่ร่ำไป เมื่อเร็วๆ นี้ก็อยู่ดีไม่ว่าดีก็ไปสั่งหนังสือจาก Amazon .com มาเล่มหนึ่งเพราะชื่อเรื่องน่าสนใจ หนังสือชื่อ The Future Of Music เขียนโดย David Kusek กับ Gerd Leonhard พิมพ์เผยแพร่โดยสำนักพิมพ์ Berklee Press

 อ่านแค่บทนำไปบทเดียวก็เกิดอาการร้อนรน อยากจะนำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้มีส่วนร่วม ก็ความฝันและจินตนาการของนักเขียนทั้งสองท่านนี้นั้นไม่ธรรมดาเอาเลยทีเดียว นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังได้รับคำนิยมจากผู้คนระดับบิ๊กๆ ในวงการเชิญชวนให้หามาอ่าน เพราะว่าเป็นหนังสือที่สามารถอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้วงการดนตรีแบบเดิม (The Old Music Business) พังทลายลงเพราะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เมื่อดนตรีเปลี่ยนจากระบบอนาล็อก มาเป็นดิจิทัล 

 ในช่วงที่ซีดีออกมาใหม่ๆ นั้น วงการอุตสาหกรรมดนตรีค่ายเพลงต่างๆ ต่างอิ่มหมีพีมันไปตามๆ กัน เพราะขายได้ในราคาที่สูงมากทำให้ได้กำไร (Contribution Margin) อย่างมากมาย และก็ไม่มีใครคิดว่าระบบดิจิทัลนี้จะกลับมาเป็นดาบคืนสนอง เพราะเอาเปรียบผู้บริโภคมาไว้มาก เมื่อระบบนี้กลายมาเป็นทางออกสำคัญทำให้เกิดอินเทอร์เน็ตและเอ็มพี 3 ดนตรีกลายเป็นสิ่งที่ใครทำก็ได้ไม่จำ กัดอยู่เฉพาะค่ายเพลงใดค่ายเพลงหนึ่ง ที่จะมากำหนดว่าใครสมควรจะได้รับการโปรโมทให้กลายเป็นศิลปิน  ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือสินค้าตัวใหม่ (New Product) ของค่ายเพลงนั่นเอง 

 นักเขียนสองท่านนี้จินตนาการว่า ในอนาคตดนตรีจะเหมือนกับ ”น้ำ” (Music like Water) ที่คุณจะเปิดใช้ได้ตลอดเวลา เหมือนประเทศที่เจริญแล้วที่จะมีน้ำสะอาดใช้ทุกที่ทุกเวลา ถึงจะไม่ฟรี แต่คุณจะรู้สึกเหมือนว่าได้ใช้ฟรีๆ เพราะการใช้แต่ละครั้งราคาจะไม่สูงมาก เช่นคุณคงไม่มาเสียเวลา คำนวณว่า เมื่อคุณเข้าห้องน้ำเปิดก๊อกน้ำล้างมือคุณจะเสียค่าน้ำประปาไปกี่สตางค์ ดนตรีจะอยู่ทุกหนทุกแห่งเช่นเดียวกับกระแสไฟฟ้าหรือคลื่นวิทยุ

 เขาบอกว่า ดนตรีจะถูกนำมาขับดันให้ธุรกิจดนตรีใหญ่โตขึ้น มีมูลค่ามากขึ้น สะดวกและยุติธรรมมากขึ้น ศิลปิน นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์จะมีรายได้มากขึ้นเพราะพวกเขาจะเป็นผู้ขับเคลื่อนธุรกิจดนตรีร่วมกับผู้ฟัง ธุรกิจดนตรีจะไม่ได้ถูกขับเคลื่อนจากค่ายเพลงแต่ผู้เดียวอีกต่อไป

 การฟังดนตรีจะเป็นลักษณะจ่ายเป็นรายเดือนเช่นเดียวกับที่เราจ่ายค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ประมาณว่าค่าดนตรีจะถูกกว่าค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ มาก การฟังจะใช่ระบบไร้สายต่อเข้ากับระบบ เครื่องเสียงภายในบ้านหรือใช้หูฟังที่สามารถรับสัญญาณแบบไร้สาย สามารถรับคำสั่งเป็นคำพูดได้ ด้วยโปรแกรมที่เรียกว่า Taste Mate ที่คุณสามารถเรียกเพลงที่คุณชื่นชอบ จัดรวบรวมเป็นหมวดหมู่ เพื่อใช้ฟังตามเวลาและบรรยากาศต่างๆ ตามที่คุณต้องการได้ เช่นตั้งเวลาให้ปลุกคุณในตอนเช้าด้วย เพลงเบาๆ เมื่อคุณเดินเข้าห้องน้ำก็สามารถสั่งเป็นคำพูดให้เลือกเพลงหรือสถานีข่าว เปิดให้คุณฟัง ขณะอาบน้ำ เมื่อคุณออกไปทำงาน ที่แว่นกันแดดของคุณก็จะมีติดระบบสื่อสารให้สามารถฟังเพลง หรือข่าวสารจากสถานีโปรดของคุณได้ คุณอยู่ที่ทำงานโดยมีเพลงเป็นเพื่อนคุณตลอดเวลาที่คุณต้องการ เมื่อกลับถึงบ้านก็ใช้คำพูดสั่งให้เปิดเพลงแจ๊สเบาๆ ขณะทานอาหารค่ำ เสร็จแล้วเปลี่ยนเป็นเพลงของโมสาร์ทปรับอารมณ์ก่อนที่จะเข้านอน เขาบอกว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิด ขึ้นในปี 2015 ครับที่สหรัฐอเมริกา

 อ่านถึงแค่ตรงนี้ความคิดลอยไปนึกถึงบทสำรวจของ National Geography เมื่อ 2 เดือนก่อน ที่สำรวจพบว่า มีประชากรของโลกเพียง 20% ที่ได้ผลประโยชน์จากทัพยากรของโลกน้อยใบนี้ไป เต็มๆ มีประชากรอีกจำนวน 80% หรือเท่ากับ 5,600 ล้านคนที่ยังเข้าไม่ถึงทรัพยากรเหล่านี้ ในจำนวน 20% นี้มีสหรัฐอเมริกาอยู่ด้วย ซึ่งแค่เพียงประเทศเดียวก็มีการบริโภคสูงถึง 25% ของผลผลิต ที่รวมกันทั้งโลกแล้ว

 ความคิดล่องลอยต่อไปถึงวง “ผ้าขาวม้า” ที่ชนะการประกวดการแต่งเพลงของ สสส. ในโครงการดนตรีสร้างปัญญานำพาสุขสู่สังคม เป็นเพลงแนวเพื่อชีวิตที่มีการนำเอาซออู้และแคนเข้ามาเล่นผสมผสาน เพื่ออยากจะบอกกับพวกที่เข้ามาพัฒนาชุมชนทั้งหลายว่า ความเจริญ ที่เขาอ้างว่านำมาให้นั้นกลับทำลายระบบนิเวศน์ของพวกเขาไปจนหมดสิ้น

 ความคิดผมมันกระเจิดกระเจิงจนจบไม่ลง ทำไมเราช่างห่างไกลกันเหลือเกิน...
 แต่ผมก็เชื่อว่า อนาคตของดนตรียังมีอยู่   
 ที่นี่...ในแบบของเรา

"จิรพรรณ อังศวานนท์"