
คอลัมน์-สนามเรื่องสั้น-สั้น-คืนเลือด
สหายหลบ !
สิ้นเสียงตะโกนร้อง ร่างของผมถูกถีบอย่างแรง จนกระเด็นออกจากจุดที่ยืนไปเกือบสองเมตร จากนั้นเสียงปืนดังขึ้นอย่างหูดับตับไหม้ เศษหิน ดิน กิ่งไม้ ใบไม้ ปลิวว่อน กลิ่นดินปืนอวลไปทั่วบริเวณ เสียงร้องไห้โอดครวญของผู้เคราะห์ร้ายถูกคมกระสุนเจาะผ่านร่าง หากอเวจีมหานรกมีจริงตามจินตนาการของนักบวช ที่นี่แหละคือข้อเปรียบเทียบ
นานชั่วกัปชั่วกัลป์ในความรู้สึกของผู้ที่ติดอยู่กลางสมรภูมิ กว่าเสียงอาวุธซึ่งผลิตจากอีกฟากหนึ่งของโลกจะสงบลง คนสองฝ่ายกระหน่ำเขี้ยวเล็บยุทโธปกรณ์ใส่กันอย่างเอาเป็นเอาตาย กลุ่มหนึ่งสวมหัวโขนเจ้าหน้าที่รัฐ มีเครื่องแบบ สังกัด มีเงินเดือนสวัสดิการตอบแทน ภายใต้ชื่อยุทธการชัดเจน รับคำสั่งฆ่ากวาดล้างให้สิ้นซาก ไม่ให้หลงเหลือเป็นเสี้ยนหนามทิ่มบัลลังก์อำนาจรัฐได้ อีกกลุ่มหนึ่งสวมวิญญาณนักสู้ ทปท. ใช้ยุทธวิธีจรยุทธ์ ฝึกฝนกำลังกันเองในป่า เมื่อไม่สามารถเรียกร้องต่อรองอำนาจกับฝ่ายรัฐบาล จึงต้องใช้ปืนพูดแทนปากคน และได้ผลชะงัดนัก เพราะพอเสียงปืนแตกก็ทำให้หูจากเบื้องบนต้องคอยเงี่ยฟังด้วยหมายกำจัด
หลังจากทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ บนฟ้ามีนกออกมาร่อนบิน สัตว์ตัวเล็กๆ ค่อยโผล่หัวออกมาจากที่หลบซ่อน ร่างผมถูกเพื่อนจากพลพรรคลากถูลู่ถูกังเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ปะทะ พวกเราสูญเสียสหายไปหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับฝ่ายรัฐบาลที่ถูกทางฝ่ายเราโต้กลับขณะไล่ล่าไม่ดูตามาตาเรือสะดุดระเบิดที่ทางเราวางไว้ตามเส้นทางถอย ตายไปหลายศพ การปะทะครั้งนี้จึงไม่ถือว่าทางเราเสียเปรียบเอาเสียทีเดียว
กลับถึงฐานที่มั่น ผมถูกส่งไปเรือนพยาบาล เพราะทั้งตัวมีรอยบาดแผล บางจุดแผลลึกเสียเลือดมาก จนหน้าซีดและอ่อนเปลี้ยหมดแรง ต้องได้รับการให้เลือดโดยด่วน
“เลือดกรุ๊ปไร....”
“โอ ครับ”
พอได้ยินคำตอบ หมอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอาเข็มมาปักตรงโคนแขนของตัวเองเพื่อให้เลือดไหลสู่ถุง สักครู่พอเลือดเกือบเต็มถุงหมอยกถุงนั้นมาแขวนไว้เหนือเตียง และปักเข็มที่โคนแขนผมต่อกับถุงเลือดอันนั้น
ผมมองดูปริมาณเลือดในถุงค่อยๆ ลดลง พร้อมๆ กับเข็มนาฬิกาที่ฝาผนังเรือนพยาบาลเคลื่อนกระดิกไปชั่วโมงกว่า บางช่วงในระหว่างนั้นผมคล้ายๆ สะลึมสะลือล่องลอยไปไหนไม่รู้ และพอตื่นฟื้นอีกที ก็ได้ยินเสียงหมอเอ่ยขึ้น
“สหายฟืนไม่ได้กลับมาด้วยใช่มั้ย...”
“สหายฟืนเสียสละ ในการปะทะครั้งนี้”
ผมพยายามบังคับเสียงตัวเองให้เป็นปกติที่สุด ถึงกระนั้นมันก็ยังสั่นเครือจนรู้สึกได้ พลพรรคทุกคนในฐานพี่มั่นแห่งนี้รู้ดีว่า สหายตะวัน สหายหญิงผู้ทำหน้าที่แพทย์อยู่นี้ เดินทางเข้าป่ามาพร้อมกับสหายฟืน หลังจากเหตุการณ์ล้อมปราบที่มหาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งสองตัดสินใจสลัดเครื่องแบบนักศึกษามาสวมชุดนักรบทปท. ด้วยกัน สหายฟืนพอเรียนรู้ทฤษฎีเรื่องจรยุทธ์ได้ไม่นานก็อาสาออกแนวหน้า ทั้งๆ ความรู้เดิมของตนคือวิศวกรรมศาสตร์
แม้สองตาจะพร่าพรายด้วยน้ำตา แต่มือทั้งคู่ของสหายตะวันยังคงทำหน้าที่รักษากายบอบช้ำให้ผมอย่างปกติ ช่วงหนึ่งเธอยกหัวไหล่ขึ้นมาป้ายหยาดน้ำตาให้กับตัวเอง จนเสื้อสีเขียวตรงหัวไหล่เปียกชุ่มด้วยของเหลวที่มนุษย์ใต้ฟ้าเดียวกันทุกคนจะพึงมี
ผมเลือกที่จะใช้ความเงียบแทนคำปลอบโยนสหายตะวัน ในป่าไม่จำเป็นต้องสรรหาคำพูดสำเร็จรูปแบบที่ใช้กันในสโมสรวรรณศิลป์มาพร่ำรำพันให้เสียเวลา ใจคือสิ่งสำคัญสุด ทุกอย่างเราใช้ใจเป็นตัวเชื่อมโยงและสนทนา คนๆ หนึ่งกระทั่งกล้าเสนอตัวออกไปรับกระสุนปืนแทนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ได้ทำเนียมปฏิบัติแบบสังคมชั้นสูงจอมปลอมทั้งหมดในที่นี้จึงมีค่าเทียบกับปลอกกระสุนปืนหนึ่งปลอกเท่านั้น
“บางทีถ้าฉันไปด้วย อาจช่วยอะไรเขาได้บ้าง...”
สหายตะวันเปรยออกมาเหมือนหนึ่งพูดกับสุญญากาศ ก่อนหันไปทำความสะอาดและจัดเก็บอุปกรณ์เวชภัณฑ์เข้าที่ จากนั้นจึงก้าวเดินออกไปข้างนอก ปล่อยให้ผมนอนมองเข็มวินาทีกระดิกเคลื่อนไปตามรอบวงกลมอย่างมิรู้จักหยุดพัก ด้วยความรู้สึกที่เหนื่อยเหลือเกิน
บาดแผลผมทุเลาและหายเป็นปกติในหนึ่งอาทิตย์ต่อมา และพอรุ่งเช้าของวันถัดไปผมได้อาสาออกแนวหน้าอีก ซึ่งครั้งนี้มีนักรบ ทปท. หญิงร่างกายบอบบาง แต่แววตาเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง สองมือแม้จะดูอ่อนช้อยประหนึ่งงาช้าง ทว่ายามถือปืนมือทั้งสองข้างของเธอไม่ต่างจาลิ่มเหล็กที่แข็งแกร่งและไม่ยอมครั้นคร้ามต่ออำนาจมารทมิฬใดๆ ทั้งสิ้น ร่วมไปด้วย
การปะทะครั้งสุดท้ายก่อนวันป่าแตกคราวนั้น สหายตะวันมิได้กลับมา
0 0 0
“ท่านนายก เขาเชิญไปวางพวงมาลาครับ...”
ผมสะดุ้งโหยง เมื่อมีใครมาสะกิดท่อนแขนพร้อมกระซิบ หันไปมองต้นเสียง ที่แท้ลูกสมุนใกล้ชิดเป็นทั้งลูกน้องและมือปืนส่วนตัวนั่นเอง หันไปมองลานพิธีรู้สึกตนเองถูกจับจ้องจากผู้คนที่มาร่วมงานเป็นตาเดียวกัน ให้รู้สึกประหม่าแปลกๆ
อย่างไม่รอช้า ผมรีบเดินยืดตัวตรงไหล่ผาย วางมาดท่าทีให้สมกับเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคนสำคัญที่ถูกเชิญมาเป็นประธานพิธีวางพวงมาลาสดุดีวีรชน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า นักรบคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นงานประจำปีของชุมชนแห่งนี้ มีการจัดสร้างสถูปสำหรับบรรจุอัฐิวีรชนผู้เสียสละ ปีหนึ่งจัดงานรำลึกครั้งหนึ่ง มีผู้คนมาร่วมพิธีรำลึกมากมาย ทั้งฝ่ายสหายผู้เคยร่วมอยู่ป่า และคนรุ่นใหม่ที่สนใจการต่อสู้ศึกในครั้งนั้น นักศึกษามาหาข้อมูลทำรายงาน นักข่าวทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นมาทำข่าว
ผมรับพวงมาลาจากเจ้าหน้าที่แล้วสาวเท้าไปยังหน้าสถูปก่อนยื่นมือไปวางตรงจุดที่เตรียมไว้ โดยเอียงหน้าตัวเองไปทางมุมกล้องของเจ้าหน้าที่อบต.สาวๆ ร่วมคณะ ที่ถูกกำชับก่อนหน้านี้ว่า ต้องเก็บภาพนี้สำหรับประกอบข่าวส่งเสริมกิจกรรมชุมชนของนายกฯ ซึ่งแน่นอนเจ้าหน้าที่พวกนี้ย่อมกระเหี้ยนกระหือรือที่จะสนองงานผมแบบมิให้ขาดตกบกพร่อง เพราะกว่าพวกหล่อนๆ จะเข้ามาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ได้ต้องสูญเสียเงินใต้โต๊ะให้ผมกับพรรคพวกคนละไม่ใช่น้อยๆ
วางพวงมาลาเสร็จ ผมบรรจงโค้งคำนับเพื่อให้ภาพออกมาดีที่สุด วูบหนึ่งสายลมจากทิศไหนไม่รู้พัดมากระทบหน้าอย่างจัง ภายใต้แสงตะวันแรงกล้า ผมเกิดอาการวิงเวียนศีรษะหน้ามืดจนมิอาจทรงตัวไว้ได้ ก่อนล้มหัวคะมำลงโหม่งพื้นลานสถูปเลือดไหลนองแดงฉาน
เสี้ยววินาทีถัดจากนั้น ผมคล้ายๆ เห็นใบหน้าของสหายตะวันโผล่ออกมาจากสถูป ก่อนความรู้สึกทุกอย่างของผมจะดับมืดลงชั่วคราว
คอลัมน์ "สนามเรื่องสั้น-สั้น(Short-Short Story)"มีจุดม่งหมายเพื่อให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมงานเขียนประเภทเรื่องสั้นขนาดสั้น หรือ Short-Short Story และเป็นพื้นที่ให้นักเขียนทุกรุ่นได้เผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ของตนเองให้ไปสู่วงกว้างอย่างเต็มที่ โดยไม่จำกัดแนวและเนื้อหาของเรื่อง ขนาดความยาว 2 หน้าหรือ2 หน้าครึ่งกระดาษ A4 ในกรณีใช้นามปากกา ต้องเขียนชื่อจริงพร้อมที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้มาด้วย สำหรับเรื่องที่ได้รับการตีพิมพ์จะได้รับค่าลิขสิทธิ์ตามสมควร.. ส่งต้นฉบับทั้งที่เป็นกระดาษ และแผ่น CD มาได้ที่กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คมชัดลึก บริษัทเนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) 1854 ถ.บางนา-ตราด กรุงเทพฯ 10260 (วงเล็บมุมซองว่า "สนามเรื่องสั้น-สั้น") หรือส่งทางอีเมลมาที่ [email protected]
ธารา ศรีอนุรักษ์



