บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - ไทยแลนด์ ก็อตทาเล้นท์

มองผ่านเลนส์คม - ไทยแลนด์ ก็อตทาเล้นท์

01 เม.ย. 2554

เป็นอีกรายการที่เรตติ้งดีวันดีดืน

 รายการ "ไทยแลนด์ ก็อตทาเลนท์ พรสวรรค์ บันดาลชีวิต" ที่ออกอากาศในช่วงเย็นวันอาทิตย์
 เป็นการโชว์ความสามารถของผู้เข้าแข่งขันทุกท่าน โดยที่แต่ละคนจะโชว์อะไรก็ได้ที่ตัวเองถนัด และคิดว่าเจ๋งที่สุด 

 แรงจูงใจน่าจะอยู่ตรงที่เงินรางวัล ที่มีมูลค่ารวมสูงถึง 10 ล้านบาท !!
 เพียงแค่ 2 สัปดาห์แรก ก็เห็นประชาชนทั่วประเทศ แห่แหนมาสมัครโชว์กันจนเผลอทำตาโต
 คนไทยถ้าตั้งใจทำอะไรแล้วไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ!

 ไม่เพียงเราจะได้เห็น ซูซาน บอยล์ (จูเนียร์) เมืองไทย ที่ต้องยกนิ้วให้กับพลังเสียง และความมั่นใจ เรายังมีสาวประเภท 2 อย่างน้องเบลล์ ที่ไม่พึ่งการเติมแต่งใบหน้า และเน้นที่การแต่งตัวเหมือนสาวคนอื่นๆ แต่เธอมีดีที่ "เสียง" ที่ทำให้ฝรั่งทึ่ง และมียอดคนเข้าไปดูเธอในยูทูบถึงหลักล้าน

 เราได้เห็นความสุขของหนุ่มที่พิการขาทั้งสองข้าง ต้องใส่ขาเทียม มือก็ไม่มี แต่เขาเล่นดนตรีได้อย่างมีความสุข

 ใบหน้าของเขาทำให้ต้องรีบหยิบกระจกมาดูตัวเอง... เราเคยยิ้มกว้างและดวงตาสุกใสได้เท่ากับเขาหรือเปล่า

 การมองโลกในแง่ดี และมีความสุขไม่ว่าตัวเองจะมีไม่เท่าคนอื่น นี่คือสิ่งที่คนดูประทับใจ และซื้อใจกรรมการทั้ง 3 คนบนเวทีได้อย่างแทบไม่ต้องพูดอะไรเลย

 หรือการที่เด็กสาวจากนครนายก ท่าทางกระเซอะกระเซิง ทว่าเมื่อเธอคว้าไมค์โชว์พลังเสียงแบบวิทนีย์ ฮุสตันแล้ว โอ้ เธอสะกดคนได้อยู่หมัด...เธอสวยในความรู้สึกทันที 
   
 ยังมีอีกหลายคนที่ทำให้เราทึ่ง อึ้ง และเสียว ในแบบฉบับของคนไทย
 แต่ใช่ว่าต่างประเทศมีบ้านเราจะไม่มี... ที่อื่นมีแก้ผ้าบนเวที บ้านเราก็มีเหมือนกัน

 แม้เราจะนำสุดยอดรายการประกวดความสามารถระดับโลกมา แต่ก็จับได้ชัดเจนว่าการยกชะตากรรมของผู้เข้าประกวดไว้กับกรรมการทั้ง 3 คน ที่มีเบนซ์ พรชิตา นิรุตติ์ และ ภิญโญ รู้ธรรม นั้นอาจจะทำให้บางคนรู้สึกขัดเคืองใจ

 เพราะแม้โปรดักชั่นการถ่ายทำดี จากเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือพิธีกรภาคสนามเก๋าอย่าง น้าเน็ก และ ดีเจกฤษณ์ ทำให้รายการมีสีสันและน่าดู

 แต่อย่างที่บอกว่า บทบาทกรรมการทั้ง 3 คน ยังดูเหมือนทำหน้าที่น้อยไป
 คนดูคงไม่ต้องการให้พวกเขาถามแค่ ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ จะมาโชว์อะไร เท่านั้น เราอยากฟังคำวิจารณ์จากสิ่งที่พวกคุณคิดด้วย

 คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า รายการเหล่านี้เป็น "ดราม่า" ชัดๆ
 และท้ายที่สุด ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า ความรู้สึกมันได้นำความสามารถอยู่ดี

 แต่จะทำอย่างไรให้ "ดราม่า" นั้น มีคุณค่า และส่งเสริมคนที่มีความสามารถจริงๆ เพื่อต่อยอดพวกเขาต่อไป

 เพราะถ้าจะหาช้างเผือกจริงๆ ต้อง "กล้า" และทำให้รู้สึกปราศจากข้อค้างคาใจใดๆ
 ดิฉันเชื่อว่าทีมงานยักษ์ใหญ่นี้ทำได้แน่ ถ้าตั้งใจสู่จุดนั้น!!

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"