บันเทิง

Gnomeo&Juliet

Gnomeo&Juliet

31 มี.ค. 2554

ใครที่ชอบหนังแอนิเมชั่น ฟังเพลงเอลตัน จอห์น ต้องไม่พลาด “Gnomeo&Juliet” เรื่องนี้ครับ โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าแม้หนังจะพยายามรวบรวมเอาเพลงเอลตัน จอห์น มาใส่ไว้มากมาย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกยัดเยียดแต่อย่างใด และถึงตัวหนังจะว่าด้วยเรื่องราวความรักที่ ดัดแปลงมาจา

 การปูเรื่องจากความขัดแย้งระหว่างสองตระกูลที่มีมาเนิ่นนาน (จากบทละครของเช็คสเปียร์) ซึ่งพอมาถึงเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นอารมณ์ดี หนังก็ล้อด้วยการเปิดเรื่องจากการแสดงอาการไม่ชอบขี้หน้าด้วยการตะโกน ‘แขวะ’ใส่กันของ ป้ามองตากิว บ้านเลขที่ 2B ประตูสีฟ้า กับลุงคาร์ปูเล็ตที่มีรั้วสีแดง บ้านเลขที่ไม่ใช่ 2B (ในหนังเขียนว่า 2B ) พลอยทำให้ตุ๊กตา ‘โนม’ เฝ้าสวนของทั้งสองบ้าน ก็พาลไม่ถูกกันตามไปด้วย

  ตัวโนมสีฟ้าแห่งบ้านมองตากิว ดูจะเป็นพวกรักสงบ มีหญิงหม้าย ‘Lady Blueberry’ สาวใหญ่เป็นผู้นำกลุ่ม และมีลูกชายชื่อ ‘โนมีโอ’ ผู้รักการผจญภัย ส่วนเหล่าตัวโนมสีแดงแห่งบ้านคาร์ปูเล็ต มี ‘Lord Redbrick’ เป็นหัวหน้า ผู้ที่หวงแหนลูกสาวแสนสวย ‘จูเลียต’ ยิ่งกว่าไข่ในหิน ทั้งๆที่เธอเองนั้นรักอิสระ และปรารถนาจะข้ามไปเด็ดดอกกล้วยไม้ที่ขึ้นกลางเรือนกระจกร้างฝั่งตรงข้าม และที่นั่นเองทำให้เธอได้พบกับ ‘โนมิโอ’ โดยบังเอิญในค่ำคืนหนึ่ง

 เรื่องราวหลังจากนี้ดำเนินไปตามบทละครของเช็คสเปียร์เป๊ะๆ ทั้งการกีดกันจากสองตระกูล การออกมา ปะทะประลองกำลังกันระหว่างชายหนุ่มสองตระกูล ทำให้ฝ่ายหนึ่งสูญเสีย และอีกฝ่ายหนึ่งต้องออกมาแก้แค้น หากแต่หนังไม่ได้ลงเอยด้วยความเศร้าเช่นในบทละครต้นฉบับ หากแต่มุ่งหน้าล้อเลียนเรื่องเดิมอย่างสนุกสนาน (ถึงขั้นหยอกเอิน เช็คสเปียร์ อย่างเมามันด้วยซ้ำไป)

 และตามธรรมเนียมของหนังแอนนิเมชั่นที่ต้องมีเพลงประกอบเพราะๆ หรือไม่ก็ในรูปแบบของบทละครเวที ต้นฉบับดั้งเดิมของ ‘โรมิโอแอนด์จูเลียต’ ที่ในบางฉากบางองก์ ต้องมีการขับลำนำ ซึ่งใน “Gnomeo&Juliet” ก็ไม่วายเอากับเขาด้วย หนังตั้งใจล้อขนบดังกล่าวด้วยการใส่เพลงของท่านเซอร์เอลตัน จอห์น มาให้ฟังกันเต็มอิ่มร่วมๆสิบเพลง (จริงๆเพลงฮิตของท่านเซอร์มีเยอะมาก น่าจะมีใครรวบรวมทำเป็น Jukebox Musical บ้างคงจะดี) ตั้งแต่เพลงสนุกๆอย่าง ‘Crocodile Rock’ ‘Don't Go Breaking My Heart’ ‘Bennie And The Jets’ ‘I'm Still Standing’ ‘Saturday Night's Alright (For Fighting)’ จนถึง ‘The Bitch Is Back’ เพลงที่มันที่สุดเพลงหนึ่งของเอลตัน จอห์น เวลาที่เขาขึ้นโชว์บนเวทีคอนเสิร์ต กระทั่งเพลงน่ารักๆอย่าง ‘Tiny Dancer’ ก็ถูกนำมาใส่ในหนัง รวมทั้งเพลงที่มีความหมายดีๆ และท่วงทำนองเพราะชวนฟังอย่าง ‘Your Song’ และ ‘Rocket Man’ ก็ปรากฎอยู่ในหนังด้วย หรือเมื่อถึงฉากเศร้า เพลงอย่าง ‘Sorry Seems To Be The Hardest Word’ ก็ดังขึ้นโหยหวน

 เท่านั้นไม่พอ เพลงที่แต่งขึ้นใหม่อย่าง ‘Love Builds A Garden’ ก็ชวนให้ซาบซึ้งสะเทือนใจ ในฉากที่เจ้านกฟลามิงโก้เล่าถึงความหลังเมื่อครั้งอดีตชีวิตอันหวานชื่นในสวนของมันให้ ‘โนมิโอและจูเลียต’ ฟัง ที่สำคัญ เพลง “Hello Hello” ที่เอลตัน จอห์น ร้องคู่กับเลดี้ กาก้า ก็หาฟังได้ในหนังเท่านั้น เพราะหากใครคิดจะหามาฟังจากอัลบั้มซาวด์แทร็ครวมเพลงประกอบหนัง “Gnomeo&Juliet” ก็ต้องบอกว่าเสียใจเพราะไม่มีเพลงนี้รวมอยู่ด้วย

 อันที่จริง เอลตัน จอห์น ร้องเพลงประกอบหนังมาก็หลายเรื่องทีเดียว ที่เด่นๆก็คือ ‘Can You Feel yhe Love Tonight’ และ ‘Circle of Life’ จากหนังแอนิเมชั่นเรื่องดังอย่าง “Lion King” แต่ก็มีงานทำเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ไม่ประสบความสำเร็จเสียเลย ก็อย่าง “The Road to El Dorado” และ “The Muse”(หนังไลฟ์แอ็คชั่น) แต่ผลงานที่ทำให้อัศวินศิลปินท่านนี้เป็นที่ยอมรับและจดจำในฐานะคนทำเพลงผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษก็คืองานประพันธ์ละครเพลงเรื่องดัง “Aida” ที่เปิดการแสดงมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน รวมทั้งคว้ารางวัลมามากมาย

 สรุปแล้วตัวหนัง “Gnomeo&Juliet” อาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ตัวคนที่อยู่เบื้องหลังนั้น ยิ่งใหญ่ควรค่าการยกย่องยิ่งนัก

ชื่อเรื่อง : Gnomeo&Juliet
ผู้เขียนบท : John R. Smith, Rob Sprackling, Kelly Asbury, Mark Burton, Kevin Cecil, Emily Cook, Kathy Greenberg, Andy Riley, Steve Hamilton Shaw
ผู้กำกับ : Kelly Asbury
ผู้ให้เสียงพากษ์ : James McAvoy, Emily Blunt, Michael Caine, Jason Statham, Maggie Smith, Ashley Jensen, Patrick Stewart, Ozzy Osbourne
เรตติ้ง : ท. ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ชมทั่วไป
วันที่เข้าฉาย : 24 มีนาคม 2554

"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"