
เรตติ้งนิ่งเหตุ'เป็นต่อ'หลุดผัง'ประวิทย์'ชง'บอย'ผลิตเรียลิตี้
ประวิทย์ มาลีนนท์ ยันยุบซิทคอม "เป็นต่อ" อ้างเรตติ้งคงที่ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เผยช่วงเวลายังเป็นของค่ายเอ็กแซ็กท์ เล็งให้ "บอย" ถกลเกียรติ วีรวรรณ ทำรายการแนวประกวดหาคนเข้าช่อง
สืบเนื่องมาจากมีข่าวว่ารายการซิทคอมสุดฮิตอย่าง "เป็นต่อ" หลุดออกจากผังรายการช่อง 3 เป็นที่แน่นอนแล้ว ทำให้ผู้จัดซิทคอมชื่อดัง "บอย" ถกลเกียรติ ถึงกับช็อก ล่าสุดเจอตัวบอสวิกพระรามสี่ ประวิทย์ มาลีนนท์ ในงานครบรอบ 41 ปี สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ที่ตึกมาลีนนท์ เลยขอคำชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว บอสใหญ่วิก 3 เผยดังนี้
"คงมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร เพราะผมเข้าใจว่าเราได้บอกไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเรื่องการหลุดผัง เพราะกระแสซิทคอม เป็นต่อ ค่อนข้างนิ่ง นึกว่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ทำไมถึงเพิ่งจะเป็นข่าวก็ไม่รู้ พอมีข่าวออกมาเราก็ตกใจเหมือนกัน (กลัวคุณบอยน้อยใจมั้ย) ไม่หรอกเพราะเวลาก็ยังเป็นของคุณบอยเหมือนเดิม แล้วรายการที่คุณบอยทำอยู่เป็นซิทคอมทั้งหมด 3 รายการ ช่วงที่ผ่านมาเราเห็นว่าคุณบอยทำรายการโหวตเยอะ แล้วได้ผลดีด้วย และตอนนี้ทางช่อง 3 ต้องการบุคลากรใหม่ๆ เข้าวงการ เราจึงอยากให้ทางคุณบอยผลิตรายการเหมือนเวทีประกวด เราอยากได้รายการที่สร้างคนออกมา เพราะตอนนี้เราขาดคนมากๆ" ประวิทย์กล่าว
บอสวิก 3 เผยต่อว่า เมื่อปลดซิทคอม "เป็นต่อ" แล้วอาจมีผลกระทบกับทางช่องบ้าง แต่ต้องยอมรับว่ากระแสละครเป็นต่อค่อนข้างนิ่ง และคงไม่มีการย้ายไปแพร่ภาพช่วงเวลาอื่น ส่วนที่มีกระแสในอินเทอร์เน็ตไม่อยากให้ "เป็นต่อ" หลุดผังนั้น ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรายการ ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะเอาละครเรื่อง "เนื้อคู่ประตูถัดไป" มาเสียบแทนนั้น เรื่องนี้ไม่แน่ใจว่าฝ่ายรายการคุยอย่างไร แต่เวลานี้ยังเป็นของค่ายเอ็กแซกท์เหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนเจ้า เพราะไม่ได้กันช่วงเวลานั้นให้เจ้าอื่น และไม่เกี่ยวกับกระแสทางด้านการเมืองแต่อย่างใด
"ไม่ว่าจะเป็นรายการ มาสเตอร์คีย์ หรือรายการอื่นๆ ต่างมีการเปลี่ยนรูปแบบรายการ และการที่รายการบางรายการจะถูกปลดหรือถูกปรับเปลี่ยนต่างเป็นเรื่องธรรมดา เราไม่นึกว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเราอยากให้คุณบอยหาคนให้เรา และเป็นนโยบายของช่องอยู่แล้วที่อยากได้คนมาช่วย เพราะเราเป็นช่องที่ต้องการใช้คนมากที่สุด ส่วนซิทคอม เป็นต่อ จะต้องยุติแพร่ภาพตอนไหนนั้น หรือเหลือสต็อกอีกเท่าไหร่นั้น บอกตรงๆ ว่าไม่ทราบเหมือนกัน เพราะไม่ทราบว่าทางฝ่ายรายการเขาคุยอย่างไร ขอไปเช็กกับทางฝ่ายรายการก่อน แต่เป็นเรื่องที่เราบอกตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เขาจะสื่อกันหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ (มองว่าเสี่ยงไหมหากรายการใหม่ไม่เป็นที่นิยมเท่า เป็นต่อ) ผมว่ามันก็เหมือนซื้อลอตเตอรี่ ผมพร้อมเสี่ยง ไม่แน่นะผมอาจถูกรางวัลที่ 1 ก็ได้" ประวิทย์กล่าวปิดท้าย



