
ก้าวที่สองแบบ ไม่มีที่มา ของ สควีซแอนนิมอล
เว้นวรรคอัลบั้มไปนานกว่า 4 ปีเต็ม ล่าสุด 2 หนุ่มอินดี้จ๋า วิน ศิริวงศ์ และ สิงห์ ประชาธิป มุสิกพงศ์ ในนามวง สควีซแอนนิมอล ก็กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มที่สอง ไม่มีที่มา โดยเป็นอัลบั้มที่เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างความเป็นอินดี้ในแบบ สควีซแอนนิมอล และความต
“เราหายไปนานมาก แต่เราไม่ได้หายไปไหนไกล เรามีเล่นคอนเสิร์ตไปเรื่อยๆ เลยได้พบปะแฟนเพลงมาเรื่อยๆ แล้วก็ใช้โอกาสนั้นเก็บประสบการณ์ และแรงบันดาลใจทุกอย่างมาลงในอัลบั้มที่สอง เหมือนเป็นการเก็บเล็กผสมน้อย เพื่อให้มันพร้อมที่สุด สำหรับอัลบั้มนี้ มันเหมือนกับว่าถ้าออกก่อนหน้านี้ได้ไหมก็คงได้ แต่มันก็อาจจะไม่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่มันควรจะเป็น ถึงมันอาจจะนานไปสักนิดหน่อย แต่เป็นเวลาที่ดีและเหมาะสม” สิงห์เผย
ก่อนที่จะเสริมถึงแนวดนตรีในอัลบั้มใหม่ว่าเป็นวาไรตี้ครบรสแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน“อัลบั้มนี้แนวเพลงจะเป็นวาไรตี้มาก และมีเพลงที่เร็วมากๆ มันส์มากๆ ในแบบที่สควีซแอนนิมอล ไม่เคยทำเร็วขนาดนี้มาก่อน และก็มีเพลงที่ช้ามากๆ ซึ้งมากๆ และอาจจะร้องตามได้ง่ายมากๆ ด้วยเหมือนกัน อย่างที่อัลบั้มที่แล้วจะไม่ค่อยมี นี่คือส่วนของการเขียนเพลง ในส่วนของซาวนด์ดนตรี ก็จะเข้มข้นขึ้นกว่าอัลบั้มที่แล้ว เราจำกัดความกันไปว่าเป็นไซโครโนลิก โซล โดยมีพื้นฐานเหมือนอัลบั้มที่แล้ว คือมีความเป็นป๊อป มีดนตรีฟังก์ ดิสโก้อยู่ แต่ว่าซาวนด์โดยรวมจะมีความฟุ้ง มีความหลอนมากขึ้น เพื่อเพิ่มให้เป็นสีสัน ด้วยความที่เราพยายามที่จะทำให้เพลงของเราเป็นเพลงที่บริโภคได้ง่ายขึ้นด้วย” สิงห์กล่าว
ทั้งนี้ สิงห์ ยอมรับว่าการที่ทำเพลง เพื่อให้คนฟังรู้เรื่ออาจจะไม่ใช่แนวทางของวง แต่ก็เป็นการที่ได้ด้วยกันทั้งคนทำเพลงและคนฟัง
“ผมว่าการที่เราหันกลับมามองคนฟังมากขึ้น มันเหมือนเป็นการที่เราได้ด้วยกันทั้งคู่ ในความรู้สึกของเรา คือเวลาที่เราไปเล่นคอนเสิร์ต แล้วคนร้องเพลงตามเราได้ เรามีความสุข แฟนเพลงก็มีความสุข ที่ได้รู้ถึงอารมณ์เพลงในแบบของเรา มันเป็นการสื่อสารกันโดยตรง แต่ถามว่าเราตั้งใจที่จะทำเพลงเพื่อให้คนฟังรู้เรื่อง เข้าถึงเราเต็มที่หรือเปล่า คือไม่ เราทำตามความรู้สึกของเราและมันออกมาแบบนั้นเอง” สิงห์เผย ก่อนที่ “วิน” จะเสริมต่อว่าเพราะอย่างนี้จึงเป็นเหตุของชื่ออัลบั้มว่า “ไม่มีที่มา”
“การที่เราไม่ได้ตั้งใจทำให้มันเป็นแบบนั้น แต่มันกลับเป็น มันเหมือนชื่ออัลบั้มที่ว่าไม่มีที่มา ก็คือทุกๆ อย่าง จะเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ ไม่รู้ว่าทำไมมันเป็นแบบนี้ มันเหมือนเป็นการดึงแฟนเพลง ดึงคนฟังเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็พยายามหาตรงกลาง ระหว่างสิ่งที่ตลาดต้องการ และสิ่งที่เราต้องการมันอยู่ตรงไหน และตรงกลางตรงนี้เอง เป็นจุดที่หายากมากในการทำเพลง และมันก็เป็นสิ่งที่เราไม่ได้แพลนไว้ ว่าตรงกลางจะต้องเป็นแบบนี้ เราไม่รู้หรอก ว่าอะไรคือตรงกลาง แต่พอทำไปแล้ว ก็ได้มาเป็นอัลบั้มนี้ ที่เป็นผลลัพธ์ที่ทำให้อัลบั้มนี้เป็นตัวเราในแบบที่เราไม่รู้ตัว” วินกล่าว และบอกต่อว่าอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่เอาประสบการณ์จากการทัวร์คอนเสิร์ตมาใส่เข้าลงไปในอัลบั้ม เพื่อเข้าถึงคนดูมากขึ้น
“เราเล่นสดมาเยอะ มันทำให้เราเข้าถึงคนดูและคนฟังมายิ่งขึ้น ช่วงก่อนหน้านี้ ที่เราออกอัลบั้มแรก เราไม่รู้เลยว่าคนฟังเขารู้สึกยังไง แต่พออัลบั้มแรกออกมาแล้ว และเราได้ทัวร์คอนเสิร์ต ได้รับรู้ว่าฟีดแบ็กจากคนดู และจากคนที่เขาฟังว่าเขาชอบเพลงสไตล์ไหน อย่างเวลาที่เราเป็นเล่นคอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ มันควรมีเพลงสนุกๆ บ้าง เพื่อให้การแสดงของเราเองไม่น่าเบื่อ เพลงแนวไหนที่เราไม่เคยทำในอัลบั้มแรก อัลบั้มนี้เราก็สร้างมันขึ้นมา สำหรับเป็นเพลงในอัลบั้มที่สอง จริงๆ เหมือนเป็นการหาจังหวะและเติมอัลบั้มที่สองให้สมบูรณ์ที่สุด” วินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง และเสริมต่อว่าไม่ได้พยายามปรับดนตรีเพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาด เพราะยังไงเพลงของ “สควีซแอนนมอล” เป็นเพลงเพื่อรับใช้ตนเองทั้งคู่ก่อน
“เราไม่ได้รู้สึก ว่าการที่เราทำเพลงให้มันฟังง่ายมากขึ้น เพื่อว่าจะให้ขายได้ เพราะสำหรับเราสองคนแล้ว เพลงของสควีซแอนนิมอลยังเป็นเพลงที่ต้องรับใช้พวกเราสองคนก่อน ที่จะรับใช้คนฟังอยู่ดี ก่อนที่เพลงทุกเพลงของพวกเรา จะถูกปล่อยออกไปให้คนฟัง ต้องเป็นเพลงที่เราชอบมากๆ ก่อน แต่อัลบั้มนี้เรามีการเอาความต้องการของคนฟังเข้ามามีส่วนมาก เพราะก่อนหน้านี้เราไม่เคยทำเพลงแบบนั้นมาก่อนที่คิดถึงคนฟังมากขนาดนี้ อยากที่จะทำเพลงเพื่อให้เขาฟังรู้เรื่อง และอยากให้เป็นเพลงที่บริโภคง่าย” วินบอกเล่าทิ้งท้ายบทสนทนา



