บันเทิง

คมเคียวคมปากกา -  “ก่อนนั้นฉันมีคู่  วันนี้อยู่เพียงลำพัง”
เสียงจากเรือนใจในเรือนจำ

คมเคียวคมปากกา - “ก่อนนั้นฉันมีคู่ วันนี้อยู่เพียงลำพัง” เสียงจากเรือนใจในเรือนจำ

25 มี.ค. 2554

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๔

 ดั่งที่เล่าแล้ว  คนที่มีโอกาสเข้าไปพบผู้ต้องขังเรือนจำบางขวาง ใน “โครงการเรื่องเล่าจากแดนประหาร”  มิได้มีเพียงผมกับ ศักดิ์สิริ  มีสมสืบ เท่านั้น  หากยังมีกลุ่มคนในสายอื่นๆ ด้วย เช่น สายดนตรีอย่าง ศุ  บุญเลี้ยง หรือ วงโฮป  สายนักคิดนักปรัชญาอย่าง อาจารย์ประมวล  เพ็งจันทร์  ผู้เดินเท้าจากเชียงใหม่ถึงเกาะสมุย  สร้างปรากฏการณ์มหัศจรรย์แห่งชีวิต  กระทั่งกลายเป็นหนังสือ “เดินสู่อิสรภาพ”  ที่ว่ากันว่าในเรือนจำบางขวาง  ผู้ต้องขังบางคนได้พบอาจารย์ประมวลแล้ว  ถึงกับร้องไห้ด้วยความปีติตื้นตัน  แน่นอน...ชีวิตคนเช่นอาจารย์ประมวล  ย่อมกระเพื่อมสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้คนได้ไม่น้อย

 ในวันสุดท้ายของโครงการที่ เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์ เข้าไปเยี่ยมผู้ต้องขัง  ศักดิ์สิริ  มีสมสืบ ก็ได้เข้าไปอีกรอบ  เชื่อว่าเขาทั้งประทับใจผู้ต้องขัง  และถูกผู้ต้องขังประทับใจ

 ในฐานะสายบทกวีและบทเพลง  หรือสายการอ่านการเขียน  เราย่อมผูกพันอยู่กับถ้อยคำ  ภาษา  อารมณ์  รู้สึก  นึกคิด  สิ่งเหล่านี้แม้เป็นสิ่งสมมติ  หากก็เป็นสิ่งสมมติที่ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับชีวิตจิตใจจริงๆ  กระทั่งสามารถเป็นพลังงานชนิดหนึ่งของชีวิตได้      
“ก่อนนั้นฉันมีคู่ วันนี้อยู่เพียงลำพัง
แต่ใจฉันก็ยัง เฝ้าห่วงหาทุกนาที”

 กาพย์ยานีของผู้ต้องขังคนหนึ่ง  จะว่าไปแล้วก็ธรรมดาสามัญ  ออกจะเชยๆ ก็ว่าได้  เหมือนเด็กเพิ่งหัดแต่งกลอน  แต่หากเราเห็นชายร่างใหญ่วัยกลางคนเป็นผู้ออกไปสะกดถ้อยคำและวรรคตอนกาพย์กลอนเหล่านี้ต่อหน้าเพื่อนๆ  โดยเฉพาะเมื่อเขากำลังอยู่ในแดนประหาร  ก็ย่อมรู้สึกว่าถ้อยคำเชยๆ ของเขาถูกกลั่นออกมาจากเลือดเนื้อจริงๆ ในยามนั้น  บางทีผมก็พลอยเศร้า  พลอยน้ำตาซึม  นึกถึงหัวอกของคนที่เคยอยู่ในโลกกว้าง  ในบ้าน  ในครอบครัว  กับพ่อแม่พี่น้องลูกเมียญาติมิตร  พลันอะไรก็ตาม “สักชั่ววูบหนึ่ง”  พลิกผันเขาให้เข้าไปอยู่ในสถานที่จองจำ  ชนิดที่ว่า “ก่อนนี้ฉันมีคู่  วันนี้อยู่เพียงลำพัง”

 ว่ากันว่า...ในแดนประหารนั้นมีคดีหนักๆ อยู่ประมาณสองคดีคือ  ความผิดต่อชีวิต และ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด  หรือไม่ก็อาจโชคร้ายอย่างบัดซบ  แบบตกเป็นแพะรับบาปของขบวนการ  เพื่อนเคยเล่าให้ฟังหลายกรณี  ลูกชายถูกจับยาเสพติดแล้วซัดทอดถึงพ่อก็มี  หรือกระทั่งผัวเมียเลิกร้างกันแล้ว  อดีตเมียหลอกให้อดีตผัวไปรับของอย่างใดอย่างหนึ่ง ณ สถานที่แห่งหนึ่ง  ปรากฏในนั้นเป็นยาเสพติด  ผัวเก่าถูกตำรวจรวบ  ด้วยเมียเก่าต่อรองกับตำรวจไว้ว่าจะหาผู้ต้องหามาเพิ่มให้  ฟังแล้วเศร้ายิ่งกว่าละครน้ำเน่าเสียอีก  หลายสิ่งที่เราเห็นด้วยตา  ยังมิอาจสรุปง่ายๆ ตามที่เห็นนั้นได้  การอยู่ในสังคมยุ่งเหยิง  ผู้คนดูจะเต็มไปด้วยการออกแบบวางแผนที่ซับซ้อน  ตำรวจ?  โจร?  ผู้บริสุทธิ์?  ผู้กระทำผิด?  บางทีก็เหมือนที่เราดูหนังดูละครนั่นแหละ  มันสามารถพลิกไปแพลงมาให้ลุ้นระทึกตลอดเวลา

 ผู้ต้องขังชายหลายคน  อาจเผชิญสภาพ “ก่อนนั้นฉันมีคู่  วันนี้อยู่เพียงลำพัง”  และระหว่างนั้นคู่ของเขาที่อยู่นอกห้องขัง  ย่อมมีไม่น้อยที่มิอาจทนรอคู่ในเรือนจำได้  การปลดปล่อยหรือละทิ้งกันระหว่างทางย่อมเป็นไปได้  หากภรรยามีสามีใหม่  สามีในเรือนจำจะทำอะไรได้  นอกจากปลง...แต่ก็มีเรื่องเล่าอีกนั่นแหละ  ในจังหวัดแห่งหนึ่ง  ผู้ต้องขังระดับร้ายๆ คนหนึ่ง  รู้ว่าคนรักของตัวเองแอบมีชายคนใหม่  เขาสะกิดพรรคพวกข้างนอกให้จัดการยิงทิ้งเสียเลย  นี่ก็เรื่องเล่าแบบ “ดราม่าแอ็กชั่น”  เลยทีเดียว

 ในเรือนจำบางขวาง  ผู้สมัครใจเข้ามาหาเราจำนวนหนึ่งนั้น  จะต้องโทษได้ก็ตามแต่  ผมมองเขาในฐานะเพื่อนมนุษย์  เขาอาจผิดหรือถูก  เขาอาจผิดแบบ “ชั่ววูบ” โดยไม่ตั้งใจจะผิด  ย่อมได้แต่รู้สึกเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมอันน่าเศร้านั้นๆ  ในวันที่เราเข้าไปเยี่ยม  ยังมีหมออย่างน้อยสองคนที่เราเคยรู้จักทางหน้าหนังสือพิมพ์  เข้ามานั่งฟังและขอลายมือชื่อด้วย  ซึ่งเราก็รู้สึกเป็นมิตรต่อทุกคนโดยมิได้แบ่งแยก

 ด้วยพลังชีวิต  พลังภาษา  พลังวรรณศิลป์  ปรารถนาให้ผู้ต้องขังทุกคนได้มีความสุขและเข้าอกเข้าใจชีวิตตามสภาพ  จะรอติดตาม “เรื่องเล่าจากแดนประหาร” อย่างตั้งใจ...อย่างระลึกถึงสิ่งดีๆ ร่วมกัน!

"ไพวรินทร์ ขาวงาม"