บันเทิง

พรมแดนของโลกมายา  - เดอะ ลาสต์ วอลทซ์

พรมแดนของโลกมายา - เดอะ ลาสต์ วอลทซ์

25 มี.ค. 2554

อัลบั้ม ดีวีดี. The Last Waltz/The Band ภาพยนต์โดย Martin Scorsese ภาพยนตร์สารคดีดนตรีร็อก เดอะ ลาสต์ วอลซ์ ทำขึ้นมากว่า 30 ปีแล้ว แต่ยังมีคุณค่าสำหรับการศึกษา มาร์ติน สกอร์เซซี ผู้กำกับและเป็นผู้สัมภาษณ์กับวง “เดอะ แบนด์” ตัดสลับฉากกับการแสดงดนตรีบน

 ร็อบบี้ โรเบิร์ตสัน (ลีด กีตาร์) พูดคุยถึงเหตุผลของ เดอะ ลาสต์ วอลทซ์ ว่า เดอะ แบนด์ ร่วมวงและเดินทางร่วมกันมาถึง 16 ปี และเหตุผลที่ศิลปินคนดังมาร่วมในคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วย  เมื่อถูกถามว่า มันเป็นเฉลิมฉลองของการเริ่มต้นหรือการจบลง เขาตอบว่า คือการเริ่มต้นของการเริ่มต้น ของการจบลงของการเริ่มต้น

 ตัดภาพมาที่เวที เดอะแบนด์เล่นเพลง Up On Cripple Creek ร้องนำโดย เลวอน เฮล์ม มือกลอง ตัดมาที่บทสัมภาษณ์ พูดถึงอดีตครั้งที่ไปแสดงที่คลับใหญ่แห่งหนึ่งในเท็กซัส ตัดมาเวทีเล่นเพลง The Shape I’m In ตัดมาที่การพูดคุยถึงเมื่อ 16 ปีก่อนเขาพูดถึง รอนนี่ ฮอว์กินส์ ตัดเข้าเวทีกับเพลง Who Do You Love ร็อบบี้เล่าอดีตในช่วงนั้นถึง ความยากลำบากของการทำวงในช่วงแรก บนเวทีเล่น It makes No Difference ร้องนำโดย ริค แดงโก้ มือเบส เป็นเพลงที่ค่อนข้างเหงาและหดหู่ อ่านบทกวีโดย ไมเคิล แม็คเคลียว ต่อด้วย ดอกเตอร์จอห์น แม็ครีเบ็นเนค เล่นเปียโนและร้องนำ Such A Night ต่อด้วย นีล ยัง ในเพลง Helpless เขาเล่นกีตาร์อะคูสติกและเป่าฮาร์โมนิก้า ด้านหลังเวที โจนี่ มิตเชล แอบร้องประสาน ร็อบบี้ พูดถึงตัว 16 ปีกับความกลัวของเขา บนเวทีเล่นเพลง Stage Fright ริค แดงโก้ มือเบส ร้องนำ ตัดมาบทสัมภาษณ์ ร็อบบี้ เล่าถึงตอนที่ทำงานกับ บ็อบ ดิลแลน แล้วพวกเขาก็ถูกเรียกว่า “เดอะ แบนด์” บนเวทีเล่นเพลง The Weight เลวอน เฮล์ม ร้องนำ เพลงนี้ค่อนข้างคุ้นหู มีนักร้องคอรัสผิวสีร้องด้วย

 ตัดเข้าฉากพิเศษ พวกเขานั่งเล่นพูดคุยเล่นดนตรีพื้นบ้านเพลง Old Time Religion ตัวเข้าเวทีกับวงแบ็กอัพวงใหญ่เล่นเพลง The Night They Drove Old Dixie Down เลวอน เฮล์ม ร้องนำ ตัดมาที่การเล่าย้อนภาพอดีตถึงนิวยอร์ก กับชื่อ Tin Pan Alley กับการได้รู้จักกับนักแต่งเพลงและทศวรรษ 60 นีล ไดมอนด์เล่นเพลง Dry Your Eyes เดอะ แบนด์ ตอบคำถาม มาร์ติน สกอร์เซซีว่า เพราะเหตุใดพวกเขาจึงทำตัว “โลว์ โปรไฟล์” บนเวที โจนี มิตเชล เล่นเพลง Coyote ตัดมาที่ร็อบบี้เล่าถึง ซันนี่ บอย วิลเลียมสัน ศิลปินบลูส์นักเล่นฮาร์โมนิก้าผิวสี ตัดมาที่เวที พบกับ พอล บัตเตอร์ฟิลด์ เล่น Mystery Train  ตัดมาพูดถึงเมืองเมมฟิส ศิลปินดนตรีที่มาจากที่นั่น กับความเป็นเบ้าหลอมทางดนตรีที่สำคัญ ตัดมาที่เวที มัดดี้ วอเตอร์เล่น Mannish Boy

 ต่อด้วย อีริค แคลปตัน ในเพลง Further Upon The Road ตัดมาที่ร็อบบี้พามาร์ตินไปดูห้องบันทึกเสียงที่เคยทำเพลง พูดคุยเรื่องลึกๆ เกี่ยวกับเพลงมีฉากพิเศษ เดอะแบนด์เล่นให้ เอมิลี ลู แฮริส เพลง Evangeline ตัดมาพูดถึง การ์ธ ฮัดสัน กับความสามารถทางดนตรีของเขา เล่น Ophelia เล่าถึงการแสดงของพวกเขา แวน มอร์ริสัน เล่น Caravan ริงโก้ สตาร์ อ่านกวี บ๊อบ ดิลแลน เล่น Forever Young, Baby Let Me Follow You Down จบลงด้วย I Shall Be Released ร้องร่วมกัน

"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"