
คมเคียวคมปากกา - จบตำนาน "หมอลำถูทา"
วันศุกร์ที่ผ่านมา ข่าวจากไปของ "ศิลปินชาวบ้าน" ที่ยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน อาจไม่ได้รับความใจมากมายเหมือนดารานักร้องร่วมสมัยเสียชีวิต แต่นักข่าวท้องถิ่นต่างรายงานข่าวนี้เข้าสู่ส่วนกลางทุกสำนัก
ทองมาก จันทะลือ หรือ "หมอลำถูทา" วัย 82 ปี เสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน ขณะนอนพักรักษาตัวที่บ้านสวนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านแมด อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เมื่อเวลา 03.20 น.
ทายาทหมอลำถูทาบอกว่า ก่อนเสียชีวิตบิดาสั่งให้จัดการศพตามประเพณีแบบเรียบง่ายไม่ หลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนาให้มอบ "ร่าง" แก่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น รับไปดำเนินการทันที เพราะบิดาบอกอยากกลับบ้านเกิดไปเป็น "ครูใหญ่" แก่นักศึกษาแพทย์
พ่อใหญ่ทองมากเป็นชาวขอนแก่น อายุ 14 ปีก็เข้าสู่วงการหมอลำ ด้วยความสามารถลำกลอน 7 กลอน 8 และกลอน 9 ได้อย่างสดๆ โดยไม่ติดขัด ในปี 2500 ได้เข้าประกวดหมอลำกลอนฝ่ายชาย และได้รางวัลชนะเลิศประกาศนียบัตรหมอลำชั้นพิเศษ 4 ดาว
20 ปีที่แล้ว ผมเคยไปนั่งพูดคุยกับพ่อหมอลำทองมาก ที่บ้านพักฝั่งวารินชำราบ เพราะอยากทราบที่มาของ "หมอลำถูทา" และประสบการณ์ในการลงสมัคร ส.ส.ของพ่อทองมาก
พ่อทองมากเล่าว่า หลังจากได้รับรางวัลชนะเลิศประกวดหมอลำที่ขอนแก่น ก็ย้ายมาปักหลักอยู่รับงานแสดงลำกลอนที่เมืองอุบลฯ และอีกด้านหนึ่ง บริษัทโอสถสภา(เต๊กเฮงหยู) ได้ปูพรมโฆษณาผลิตภัณฑ์ของบริษัทผ่าน "วิทยุกระจายเสียง" จึงมอบหมายให้พ่อทองมากมารับผิดชอบแถวอีสานใต้
โอสถสภา(เต๊กเฮงหยู) ขายยาทุกประเภท ทั้งยาทัมใจ ยาหม่อง ยากฤษณากลั่นตรากิเลน ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ใช้ "หมอลำ" เป็นสื่อถึงผู้บริโภค ถึงขั้นมีการจัดตั้งสำนักงานหมอลำชื่อ "บ้านพักหมอลำทัมใจ" อยู่ที่ขอนแก่น
บ้านพักหมอลำทัมใจขยายมาถึงอุบลฯ โดยหมอลำทองมากเป็นผู้รับผิดชอบ และในการจัดรายการวิทยุ พ่อทองมากได้ใช้ภาษาสื่อสารการตลาดว่า "ถูทา ถูทา ยาหม่อง.." จนชาวบ้านจำได้ติดปาก
จึงมีการเรียกขาน ทองมาก จันทะลือ โฆษกวิทยุ และหมอลำชื่อดังว่า "หมอลำถูทา" ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ปี 2512 จอมพลถนอม กิตติขจร ผู้นำรัฐบาลได้จัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ และเป็นการเลือกตั้งแบบรวมเขต
จังหวัดอุบลราชธานี (ยังไม่ได้แยกยโสธร-อำนาจเจริญ) มี ส.ส. 9 คน พ่อทองมากสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้คน ด้วยการประกาศตัวลงสมัครผู้แทนฯ ซึ่งสมัยนั้น ยังไม่มีการห้ามนำมหรสพมาหาเสียง "หมอลำถูทา" จึงใช้ลำกลอนหาเสียงในทุกอำเภอ
ค่ำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2512 มีการนับคะแนนเลือกตั้ง ช่วงหัวค่ำพ่อทองมากแทบสิ้นหวัง เพราะคะแนนสู้ผู้สมัคร ส.ส.ระดับครูบาอาจารย์ ทนายความ และคหบดีไม่ได้เลย จนดื่นดึกคะแนนจากอำเภอรอบนอกก็เข้ามา โดยเฉพาะแถวถิ่นบุณฑริก นาจะหลวย น้ำยืน เดชอุดม คะแนนพ่อทองมากนำผู้สมัครคนอื่น
ส่งผลให้ "หมอลำถูทา" ได้เป็น ส.ส.ผู้ทรงเกียรติแบบพลิกความคาดหมาย โดยเป็น ส.ส.หมอลำคนแรก และคนสุดท้ายของประเทศไทย
ปี 2514 อาศัยความเป็นผู้แทนของชาวหมอลำ พ่อทองมากได้ก่อตั้งสหพันธ์ "สหพันธ์หมอลำแห่งประเทศไทย" และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสหพันธ์เป็นคนแรก
แม้ภายหลัง "หมอลำถูทา" ได้รับเกียรติยศจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ" สาขาศิลปะการแสดง เมื่อปี 2529
สำหรับผมแล้ว "หมอลำถูทา" คือศิลปินของชาวบ้าน ผู้สร้างตำนานการเมืองของคนรากหญ้าไว้อย่างน่าศึกษายิ่ง!!
"บรรณวัชร"



