
มองนอกดูใน - ช่วย...ด้วยความเคารพ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ที่ผ่านมา เครื่องบิน C 130 ของกองทัพอากาศได้รับคนไทยในญี่ปุ่นกลับถึงประเทศไทยด้วยสีหน้าที่แสดงความยินดีของคนไทยที่รอดชีวิต บางคนพาครอบครัว ลูก สามี กลับมาสู่บ้านเกิด ทำให้นึกถึงภาพข่าวที่เห็นในช่วงเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกล
เด็กที่ถูกอุ้มออกมาด้วยความรับผิดชอบของการช่วยเหลืออย่างปกติ ไม่ได้พูดว่านี่เป็นผลงานของใคร ทุกคนทำหน้าที่ของตนอย่างเข้มแข็งและมีวินัยยิ่ง
ทุกชีวิตต่างต้องการน้ำ ต้องการอาหารมาประทังชีวิต ต้องการน้ำมันมาเติมรถ แต่คนญี่ปุ่นยังเข้าคิว ยังต่อแถวกันอย่างเป็นระเบียบ เจ้าของร้านไม่กักตุนสินค้า ในขณะที่ชาวบ้านไม่มีการยื้อแย่งหรือปล้นสะดมภ์ ทุกคนเข้าคิว แม้ว่าเมื่อถึงคิวของตนเองแล้วอาจจะได้หรือไม่ได้สิ่งของนั้นๆ ก็ตามที
ตลอดเวลาเกือบ 2 สัปดาห์เช่นกันที่ความช่วยเหลือจากทั่วทุกสารทิศมุ่งสู่ประเทศญี่ปุ่นทันทีที่ภาพข่าวถูกเผยแพร่ออกไป
และในท่ามกลางความช่วยเหลือของโลก คนญี่ปุ่นได้สอนให้คนที่กำลังช่วยเหลือเขาได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการช่วยเหลือว่า...
คนญี่ปุ่นนั้น...แผ่นดินจะไหวอย่างไรก็ไหวไป ถังเตาปฏิกรณ์ปรมาณูจะประสบปัญหาอย่างไรก็ตามที แต่คนญี่ปุ่นจะไม่ไหวตาม คือหากยังมีชีวิตเหลืออยู่ เขาจะยังมั่นคงกับวินัย มีความหวัง มีแรงศรัทธาที่จะทำงานต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ฉะนั้น คนที่เข้าไปช่วยเหลือ...จึงมิได้ช่วยด้วยความสงสาร แต่เป็นการช่วยเหลือด้วยความเคารพศรัทธาในวินัยคนของญี่ปุ่น
อันนี้เองที่ญี่ปุ่นชนะใจ แม้แผ่นดินจะไหวครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่น แต่คนญี่ปุ่นได้ใจของคนทั้งโลกไปเต็มๆ
เมื่อมองย้อนมา นับเป็นสิ่งที่พวกเราคนไทยต้องกลับมาเรียนรู้ว่า ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อไร มีอะไรบ้างที่เราต้องสูญเสียมากกว่าเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยที่ประสบ...
เราเสียใจ เราใจเสีย หรือเราเสียขบวนการของการมีวินัยร่วมกัน เพราะฉะนั้นการเรียนรู้ที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือการมองญี่ปุ่นเป็นครู แล้วเรียนรู้ที่จะกลับมาอยู่กับธรรมชาติอย่างเคารพธรรมชาติ และไม่ละโมบ ไม่กอบโกย แต่ ‘ให้’ ให้ได้มากกว่าที่เคยให้ และโปรดเคารพหัวใจของคน ‘รับ’ ว่าเขากำลังสอนอะไรเรา
คนญี่ปุ่นกำลังสอนถึงความเป็นมนุษย์ คือ ถ้าเขาไม่เพิ่มให้ตัวเขาขาดระเบียบวินัย และทำให้ภัยของสึนามินั้นดูมีบาดแผลลึกขึ้น แต่พยายามช่วยเหลือตัวเอง เขาจะชนะใจของตัวเองได้ ถึงแม้ว่าเขาจะพ่ายแพ้ต่อธรรมชาติภายนอกก็ตาม
ตลอดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัปดาห์ของงาน ‘โรงเรียนพ่อแม่’ เสถียรธรรมสถานได้จัดให้มีการระดมทุน การสร้างนิสัยการให้ที่เสียสละตัวตนของผู้ให้และเด็กช่วยกันพับนก เขียนการ์ด เพื่อส่งกำลังใจไปให้พี่น้องชาวญี่ปุ่น และตอนพลบค่ำ ณ สนามลานโพธิ์ ในวันพระ วันพระจันทร์เต็มดวง ซูเปอร์มูน คณะสังฆะนักบวชสตรีได้ชุมนุมเทวดาลงมาฟังธัมมจักกัปปวัตตนสุต ผู้ปฏิบัติธรรมในโครงการอานาปานสติภาวนากว่า 300 คน ชาวชุมชนเสถียรธรรมสถาน และผู้สนใจ ได้มารวมตัวกันเพื่อสาธยายมนต์ ภาวนา ตามประทีป และเจริญสติ ปัญญา ให้มีสติมาอารักขาจิต ทำให้จิตบริสุทธิ์ตั้งมั่น แล้วนำจิตอันบริสุทธิ์ตั้งมั่นนี้ส่งไปเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กับพี่น้องชาวญี่ปุ่น และอุทิศส่วนกุศลถึงดวงวิญญาณผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้เงินหรือพลังงานข้างนอก แต่ทำงานด้วยพลังงานของจิตที่ผึกไว้ดี สติจึงเป็นกุญแจดอกแรกที่จะทำให้เราเปลี่ยนแปลงโลกได้ ถ้ามีสติก็มีปัญญา สติปัญญาเป็นของคู่กัน
ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่นับวันจะรุนแรงขึ้น ขอให้เรากลับมาอยู่กับโลกภายในด้วยใจที่เป็นอิสระ
ไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร ใจก็พ้นทุกข์ได้
และถ้าทำได้อย่างนี้ ก็ไม่มีสึนามิภายในใจของเรา
ธรรมสวัสดี
"แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต "
***ขอเชิญผู้ปกครองของเด็กหญิงอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ที่สนใจนำบุตรหลานเข้ามาเรียนรู้การใช้ชีวิตที่เป็น“ธิดาของพระผู้มีพระภาคเจ้า” ในโครงการ “พุทธสาวิกาศีล 10 ภาคฤดูร้อน” ระหว่างวันที่ 6 - 18 เม.ย. 54 รับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 54 ติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เสถียรธรรมสถาน
โทร. 0-2519-1119 , 0-2510-6697 หรือ www.sdsweb.org <http://www.sdsweb.org> เตรียมกายเตรียมใจสู่ความเป็นอริยะ เพราะอริยะสร้างได้...ไม่ใช่สิ่งสุดวิสัย



