บันเทิง

เอฟเฟกท์ของกระแส Retro
หนัง Trendy จะไปทางไหน ?

เอฟเฟกท์ของกระแส Retro หนัง Trendy จะไปทางไหน ?

18 มี.ค. 2554

มีข้อเปรียบเทียบอย่างไม่เป็นทางการของผมเองว่า ระหว่างรายได้ที่น้อยมากของ “กระดึ๊บ” และ “กะปิ” เมื่อปลายปีที่แล้ว เมื่อจับมายืนคู่กับ “สุดเขตสเลดเป็ด” ที่กลายเป็นปรากฏการณ์หนังตลกถล่มบ็อกออฟฟิศอีกครั้งนั้น

 ทั้งสองเรื่องที่ว่านี้ มีความเหมือนและความแตกต่างกันอยู่ในที กล่าวคือ ขณะที่ “กระดึ๊บ” พลาดจุดสำคัญในการเข้าหารสนิยมของคนดูที่เป็นแมสไป หนังอย่างสุดเขตฯ ที่ไม่ได้ดีกว่า กลับหยิบเอาวัฒนธรรมการ “เล่นคำ” แบบชาวบ้าน และวางตัวเองอยู่ใน pattern comedy ได้อย่างชัดเจนกว่าความที่ ”สุดเขตฯ” มีความอบอุ่น น่ารักมากกว่า น่าจะเป็นเหตุผลทางอ้อมที่ทำให้หนังอยู่ในความรู้สึกของคนดูจะแจ้งกว่า

 ทว่า แง่มุมที่มันถูกคุ้ยออกมาก็คือ มันมีการสะท้อนภาพของ tradition อย่างหนึ่งในสังคมไทย นั่นคือไลฟ์สไตล์ของชนชั้นล่างในสังคม ที่เป็นแบบใหม่

 ไม่นานหลังจากลาโรง หนังไทยที่มีกระแสในเว็บอย่าง “ปัญญา-เรณู” ก็ทำเงินได้ไปประมาณหนึ่ง แถมยังต่อด้วย “ฮักนะ สารคาม” งานเล็กๆ ที่ได้รับคำชมพอตัวจากคนดูแต่แม้จะไม่มาก ทว่า มันกลับทำให้เกิดคำถามที่ว่า ทำไมหนังไทยที่เกี่ยวกับอารมณ์บ้านนอกหรือวัยเยาว์ของคนไทย จึงกลับมาสร้างกันอีก

 ถ้าตอบแบบ “กำปั้นทุบดิน” โดยไม่กลัวเจ็บมือ ก็ต้องบอกว่า คนดูกำลังเบื่อประเด็นที่ดูมาจนช้ำ ไม่ว่าจะเป็นฮีโร่, เฟมินิสต์ หรือสัตว์ เซ็กส์ กะเทย ผี ถ้าซับซ้อนมากกว่านี้ ก็อาจทำให้การชักจูงคนดูอ่อนแรงไปด้วย

 หนังอย่าง สุดเขตฯ มาจนถึง “ปัญญา-เรณู” กับ “ฮักนะ สารคาม” นั้น บอกเสียงหนึ่งที่สำคัญมากก็คือ คนไทยยังต้องการดูอะไรที่เป็น “ท้องถิ่นนิยม” ที่ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องเกี่ยวกับภาคของตัวเอง

 “คนเหนือ” ยินดีดูเรื่องของ “คนอีสาน” และคนกรุงเทพแฮปปี้ถ้าจะดูเรื่องของคนใต้ หากว่าหนังที่นำเสนอออกมานั้น มีคุณภาพมากพอ การที่พล็อตในหนังเหล่านี้ หยิบเอาเรื่องของคนเล็กๆ ในสังคมมานำเสนอนั้น
คนดูบ้านเรารู้สึกอยู่แล้วว่า พวกเขาสามารถเข้าใจได้ด้วยวัฒนธรรมที่หล่อหลอม และตลาดของมันอยู่ เพราะคนยุค 80-90’s ก็ไม่ได้หนีหายไปตลาด เมื่อมองจากตอนที่ปรากฏการณ์ “โหมโรง” และ “แฟนฉัน” เคยสร้างแรงสั่นสะเทือน

 ถ้าดูจากภาพสะท้อนด้านอื่นๆ ในทางอ้อม เราก็เห็นว่า กระแสที่เกี่ยวกับท้องถิ่นนิยมนั้น ได้ปรากฏอาการแผ่นดินไหวของมันมาตลอดหลายริกเตอร์ เช่น การทำทีมของคุณเนวิน ชิดชอบ ที่เล่นกับความเป็นท้องถิ่นนิยม, เทศกาลไม้ตามห้างที่คนในเมืองยังแห่ไปซื้อมาทำเป็นเตียงและเฟอร์นิเจอร์ หรือล่าสุด เทศกาลอาหารไทยพื้นบ้าน มียอดแซงอาหารยุโรป

 น่าสนใจว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ กระแสย้อนยุคหรือ retro นั้น ไม่ได้หมดแรงหายไปไหนเลยจากสังคมไทย มันเพียงโผล่หน้าตาไปทางนั้นที ทางนี้ที แต่ทำหน้าที่ร่วมกันในการสะท้อน message ที่ซุกซ่อนอยู่
ในอุตสาหกรรมของดนตรีบ้านเรา งานเสื้อผ้าหรือคอสตูเอง ก็กลับไปใช้ลวดลายแบบยุค 70 หรือปาร์ตี้ปลายปีที่ผ่านมาจนถึงต้นปี วัฒนธรรม “ลายดอก” ปรากฏอีกครั้งกับแฟชี่นบนนิตยสาร และการแต่งตัวไปปาร์ตี้ของบ้านเรา

 นี่คือคลื่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ซัดสาดใส่ชายฝั่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นนิยม และมันอาจจะโถมตัวมากขึ้น หลังจาก wave ของสุดเขตฯ และ ปัญญา-เรณู กับ ฮักนะ สารคาม กำลังปั้นป่วนอยู่

 จะอารมณ์ถวิลหาอดีตที่เรียกกันว่า nostalgia หรือกระแสย้อนยุคแบบ retro ก็ดี สิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญเท่ากับแง่มุมหนึ่งที่ต้องตระหนุกกันตลอดเวลานั่นคือ ทำหนังที่ดีและมีคุณภาพเพียงพอ

 เพราะต่อให้คนดูไทยจะอยากดูแค่ไหน ถ้าค่ายหนังที่ไหน เอาแต่สุกเอาเผากิน หรือ hit and run หรือตีหัวเข้าบ้านจะย้อนยุคหรือไปข้างหน้าก็มีจุดจบที่ตายเท่ากัน

"นันทขว้าง สิรสุนทร"