บันเทิง

ศิลาในน้ำเชี่ยว - สึนามิกับวินัยของคนญี่ปุ่น

ศิลาในน้ำเชี่ยว - สึนามิกับวินัยของคนญี่ปุ่น

18 มี.ค. 2554

ศุกร์วันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมเดินทางไป จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อบรรยายเรื่อง กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว (White Ocean Strategy) ครั้งที่ 290 โดยมีผู้เข้าฟังหัวข้อนี้ไปแล้วมากกว่าห้าหมื่นคนในรอบปีที่ผ่านมา ช่วงเช้าที่อยู่สนามบินสุวรรณภูมิ เดินผ่านร้านหนังสือในสนาม

  ทุกครั้งผมมักจะถาม เห็นด้วยหรือไม่หากจะกล่าวว่าพวกเราทุกคนกำลังอยู่ในยุคการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ในทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านกายภาพหรือจิตภาพ ตั้งแต่ ภูมิทัศน์ อากาศ สภาพแวดล้อม วิถีชีวิต ความคิด ไลฟ์สไตล์ การเมือง การปกครอง การทำงาน ครอบครัว ฯลฯ

 ผมเน้นเรื่องการ ‘สังเกต’ ซึ่งมาจากภาษาธรรมะที่สำคัญ นั่นคือ โยนิโสมนสิการ การพิจารณาอย่างแยบคายในใจ ให้สังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งภายนอกภายใน ให้หัดเป็นคนช่างสังเกต แล้วเราจะเห็นว่าทุกสิ่งอย่างที่อยู่รอบตัวเราและในตัวเรานั้น เปลี่ยนแปลงเสมอ ตกอยู่ภายใต้กฎพระไตรลักษณ์อย่างชัดเจน นั่นคือ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ หรือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

 อย่างเช่นเรื่องสภาพแวดล้อม ผมพูดมาเกือบ 300 ครั้งว่า หาก ‘สังเกต’ เราจะเห็นว่าข่าวคราวที่ปรากฏในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะมีความรุนแรงที่สุดในรอบร้อยปี สองร้อยปี หรือในประวัติศาสตร์ แต่มันเกิดขึ้นถี่ๆ ในช่วงนี้ทุกด้าน ทั้งภัยพิบัติด้านดิน น้ำ ลม ไฟ และสิ่งที่เราไม่เคยได้ยิน ไม่เคยได้เห็น เราก็กำลังได้เห็นและได้เป็นพยานมากขึ้นเรื่อยๆ

 คนไทยทั้งประเทศไม่เคยได้ยินคำว่า ‘สึนามิ’ จนกระทั่งสึนามิโจมตีเกาะภูเก็ตและหลายจังหวัดทางภาคใต้ของไทย ส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมายมหาศาล ทั้งในไทยและอีกหลายประเทศ ครอบคลุมไปถึงทวีปต่างๆ

 หลังจากนั้น สึนามิเกิดขึ้นถี่เกือบทุกเดือน จากที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน จนกระทั่งล่าสุดไปเกิดอีกครั้งที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น หลังจากแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.9 ริกเตอร์ ซึ่งคนส่วนใหญ่บอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่แผ่นดินไหวจะเกิดในช่วงระยะเวลาใกล้ๆ ขนาดนี้ ปกติจะต้องทิ้งช่วงห่างสัก 30 ปีไม่ใช่ในระยะเวลาไม่กี่เดือน แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว และก่อให้เกิดความเสียหายครั้งรุนแรงที่สุด นับจากสงครามโลกครั้งที่สองที่ญี่ปุ่นโดนถล่มด้วยระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาเลยทีเดียว!

 ผมกลับจากสุราษฎร์ฯ ถึงกรุงเทพฯ ด้วยความเป็นห่วงว่าความเสียหายจะแผ่ขยายไปกว้างไกลเพียงใด เปิดดูข่าวทางโทรทัศน์ต่างๆ แล้วขอส่งกำลังใจและชื่นชมชาวญี่ปุ่นทุกคน ที่ยังรักษาระเบียบวินัยไว้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีใครตีอกชกหัว ไม่มีใครเสียสติ ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์ที่น่ากลัวขนาดนี้ เห็นภาพที่คนญี่ปุ่นนั่งสงบนิ่งอยู่ในอาคาร หรือเข้าแถวเพื่อกรอกน้ำดื่มด้วยความอดทนแล้ว มั่นใจว่าอีกไม่นานประเทศนี้จะฟื้นคืนกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่...

 ด้วยวินัยและความรักชาติที่ถูกปลูกฝังไว้อยู่ในสายเลือด
 ขอส่งกำลังใจให้คนญี่ปุ่นและผู้สูญเสียทุกคนได้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ในเร็ววันด้วยเทอญ

"ดนัย จันทร์เจ้าฉาย"