บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - “มาอยู่บางขวาง  อ้างว้างหัวใจ”
บางบทกวีจากเรือนจำ

คมเคียวคมปากกา - “มาอยู่บางขวาง อ้างว้างหัวใจ” บางบทกวีจากเรือนจำ

18 มี.ค. 2554

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๔

 วีระศักดิ์  จันทร์ส่งแสง  นักเขียนสารคดีผู้มีผลงานโดดเด่นหลายเล่ม  เขาคือหนึ่งในผู้เดินงาน “โครงการเรื่องเล่าจากแดนประหาร” นี้ด้วย  วันนั้นนอกจากจะเป็นเหมือนพี่เลี้ยงแล้ว  ยังได้บันทึกภาพทั้งครูและผู้เรียนไว้หลายอิริยาบถ  ทั้งกรุณาบันทึกลงแผ่นแล้วส่งมาให้ผมดูย้อนหลัง  โดยเขียนบนแผ่นภาพว่า “สองกวีซีไรต์ในบางขวาง” 

 ภาพหลายภาพไม่สามารถนำมาเผยแพร่ได้  เพราะเห็นใบหน้าผู้ต้องขัง  แต่ทุกภาพเมื่อนั่งดูตามลำพังแล้วเกิดความรู้สึกร่วมกับเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วนั้น  เหมือนว่าเพิ่งเกิดขึ้นวันสองวันนี้เอง

 ภาพที่บันทึกไว้  ทำให้เห็นลายเส้นของผู้ต้องขังคนหนึ่ง  ระหว่างฟังบรรยาย  เขาเขียนโน่นเขียนนี่ไว้  รวมทั้งพยายามวาดภาพผมและ ศักดิ์สิริ  มีสมสืบ ด้วยปากกาลูกลื่น  แม้เป็นภาพเหมือนนัก  แต่ก็ได้อารมณ์ศิลปะอย่างยิ่ง  แบบที่ให้ใครดูก็ต้องรู้ว่าเป็นไพวรินทร์และศักดิ์สิริ  ผู้ต้องขังคนนี้เท่าที่จำได้  วัยไล่เลี่ยกับพวกเรา  หน้าตายังหนุ่ม  ท่าทางกระฉับกระเฉง  เก่งทางพูด  ทางเขียน  ทางเพลง  เขาบอกว่ามาจากเมืองอุบลฯ  ยังนำภาพลายเส้นนั้นมาขอลายมือชื่อจากเราเป็นที่ระลึก

 ยังมีคนหนึ่ง  นำอัลบั้มภาพลูกเมียมาให้ดู  พร้อมขอให้ลงลายมือชื่อใต้รูปลูกชายของเขา  ตอนแรกผมบ่ายเบี่ยงบอกขอพื้นที่ว่างอื่นๆ ได้ไหม  แต่เขายืนยันขอร้องให้ลงไว้ตามที่เขาตั้งใจ

 ยังมีคนหนึ่ง  นำสมุดวาดเขียนมาให้ดู  ในนั้นเป็นภาพวาดดอกไม้สวยงาม  เขาเรียนวาดรูปมาก่อนแล้ว  ตอนนี้กำลังเรียนเขียนกลอนสั้นๆ  เพื่อแทรกเข้าไปในพื้นที่ว่างของภาพ  ผมบอกว่านี่พิมพ์เป็นโปสการ์ดเผยแพร่ได้เลย  เขาเองก็บอกกำลังมีความฝันอย่างนั้น

 ยังมีคนหนึ่ง  นำสมุดบันทึกมาให้ดู  ในนั้นเต็มไปด้วยบทกวีของคนที่เป็นทางนี้มาแล้ว  มีทั้งบทใหม่และบทเก่าย้อนหลังไปลายปี  อาจเป็นก่อนที่เขาเข้าไปอยู่ในเรือนจำด้วยซ้ำ  คุยไปคุยมาเขาเคยอยู่ในสาย “ชมรมนักกลอน” ที่ผมเคยรู้จักชื่อชมรมมาบ้าง

 ยังมีคนหนึ่ง  วันนั้นเขาไม่ได้อยู่ในแดนบางขวางแล้ว  แต่ผมได้เห็นสำเนาลายมือการประพันธ์บทเพลงของเขาจำนวนมาก  ลายมือเขาสวยงาม  ผมขออนุญาตนำติดตัวมาด้วย  เผื่ออ่านศึกษา  หรือเผื่อว่าจะนำไปให้ผู้ที่สนใจได้อ่านได้ดู  แม้เป็นเพียงคำร้อง  แต่ก็มีคอร์ดบอกทำนองพื้นฐานไว้ด้วย  คนนี้นี่แหละที่ผมได้ฟังมาว่า  เขาถูกจองจำอยู่ในแดนนี้นานหลายปี  กระทั่งวันหนึ่งชะตาพลิกผัน  ศาลยกฟ้อง  เขาพ้นโทษ  ได้รับอิสรภาพกลับคืนมา  หากตอนที่เขาจะเดินออกไปสู่โลกกว้างอีกครั้งนั้น  เขายืนซึมอยู่หน้าประตูเรือนจำนานกว่าครึ่งชั่วโมง  ใครจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่?  อาลัยอาวรณ์เพื่อนฝูงข้างในนั้น  หรือหวาดหวั่นต่อสิ่งที่จะไปพบข้างหน้า?  พ่อแม่พี่น้องลูกเมียของเขาเล่า?  ยังมีเหลือรออยู่หรือไม่?

 ยังมีคนหนึ่ง  ออกไปเขียนบทกวีบนหน้ากระดาษติดกระดานดำ...
 “ชะตาชีวิต  ลิขิตให้จาก
 จำใจต้องพราก  ต้องจากเธอไกล
 มาอยู่บางขวาง  อ้างว้างหัวใจ
 ทนทุกข์หมองไหม้  สดใสไม่มี
 คิดถึงคืนวัน  ผ่านผันเร็วรี่
 ขอเธอคนดี  ให้มีโชคชัย
 จากชายคนหนึ่ง  คิดถึงทรามวัย
 ต่อแต่นี้ไป  จิตใจระทม”

 เราแนะนำให้แต่งกลอนสี่  เพราะสั้น  กระชับ  ใช้คำน้อย  บทนี้ตอนจบของเขาชวนหดหู่สิ้นหวังไปสักหน่อย  งานนี้ “พี่ไวท์” จึงใส่ทำนองและเพิ่มคำตอนจบว่า “ฝากเพียงสายลม  ส่งไปถึงเธอ”  ใส่ทำนองปรับไปปรับมา  กลายเป็นเพลงไพเราะซาบซึ้งขึ้นมา  ทั้งตอนที่ขับร้องโดยศักดิ์สิริ และขับร้องพร้อมกัน

 ยังมีคนหนึ่ง  เขียนกลอนบอกว่าประทับใจพวกเรามาก  อยากให้เข้าไปทุกวัน  เขาจะได้เรียนรู้เรื่อยๆ...ครับ  ขอบคุณครับ  ครั้งเดียวก็ยากแล้ว  แต่เอาเถอะ  ศุกร์หน้าจะชวนเข้าไปชมชีวิตจิตใจผู้ต้องขังกันอีก!

"ไพวรินทร์ ขาวงาม"