บันเทิง

Rango

Rango

17 มี.ค. 2554

ผมนั่งดูหนังเรื่องนี้ด้วยความเพลิดเพลินครับ และสนุกสนานไปกับมันเสียจนไม่รู้สึกว่า “Rango” ได้ซ่อนปรัชญาคาวบอยตะวันตกเอาไว้ได้อย่างแยบยล นักวิจารณ์รุ่นพี่บางคนบอกว่า สามารถลิสต์รายชื่อเอาไว้ในฐานะหนังชิงรางวัลปีหน้าได้เลย ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นครับ?

  ลองเซิร์จตามเว็บไซต์วิจารณ์หนังต่างประเทศ โดยเฉพาะเว็บมะเขือเทศเน่าชื่อดังอย่าง ‘rottentometoes’ ให้คะแนนสูงถึง 89 เปอร์เซ็นต์ ตามหลังหนังรางวัลออสก้าร์อย่าง “The King’s Speech” และ “True Grit” ไม่กี่คะแนน

 ประสบการณ์ดูหนังของผมอาจจะยังน้อย หรือดูหนังไม่ลุ่มลึกพอที่จะจับสังเกต หรือแม้แต่คิดถึงง่ามมุมตลอดจนประเด็น รวมทั้งสารัตถะต่างๆที่หนังทั้งตั้งใจ จงใจ แอบแฝง หรือไม่ก็ค่อยๆ แทรกสอดแง่คิดมากมายลงไปโดยที่เราไม่รู้ตัว กว่าจะรู้สึกกับมันได้ ก็ต่อเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงหรือไม่ก็คนที่จับประเด็นเหล่านั้นได้มาบอกกล่าวเล่าให้ฟังในภายหลัง

 เรื่องราวของเหล่าสรรพสัตว์หน้าตาประหลาดที่ชวนหวั่นหวาดมากกว่าหลงรักท่ามกลางทะเลทรายโมฮาวี่ โดยมีเจ้ากิ้งก่าไร้นามที่อุปโลกน์ตัวเองเป็นนักฆ่าเจ้าของฉายา ‘แรงโก้’ หลอกชาวเมือง ‘Dirt Town’ ให้หลงเชื่อ และแต่งตั้งให้เป็นนายอำเภอคอยปกปักษ์พิทักษ์เมืองที่ขาดแคลนน้ำแห่งนี้ ก่อนจะพลั้งพลาดปล่อยให้น้ำถังสุดท้ายถูกโจรขโมยไปจากธนาคาร จนต้องออกรวบรวมสมัครพรรคพวกออกตามล่าหาตัวผู้ร้าย ก่อนจะพบความจริงบางอย่างที่เกือบต้องเอาชีวิตเข้าแลก

 ตลอดเวลากว่า 100 นาที หนังตลกและทำได้สนุกเร้าอกเร้าใจ แม้กระทั่งการสร้างจินตภาพก็ทำได้อย่างลงตัวและดูสมจริงราวกับว่า ตัวละครที่ออกแบบมาจากสัตว์หน้าตาประหลาดกลางทะเลทรายเหล่านั้น มีชีวิตชีวาราวกับมนุษย์มนาก็ไม่ปาน ประเด็นบางอย่างที่หนังแสดงให้เราเห็นอยู่โต้งๆ ก็คือชนชั้นปกครองเมื่อถือครองอำนาจเป็นเวลานานๆ มักเอารัดเอาเปรียบ ทุจริตมิชอบต่อหน้าที่และบ้านเมือง ตลอดจนชนชั้นใต้การปกครองของเขาเสมอ (เหมือนนักการเมืองในหลายๆ ประเทศ) สุดท้ายนำมาซึ่งการลุกฮือโค่นล้มอำนาจฉ้อฉลเหล่านั้น (เหมือนที่เกิดขึ้นในหลายๆประเทศตอนนี้)

 นี่เป็นแก่นสารเพียงประการเดียวที่ดูเหมือนว่าผมจะเข้าถึงและเข้าใจมันได้โดยง่าย ผ่านสีสันความสนุกที่เคลือบฉาบเอาไว้ และในหลายฉากหลายตอน ก็ดูเหมือนว่าหนังพยายามพาเราไปทำความรู้จักกับจิตวิญญาณตะวันตก ผ่านตัวละครสมมติ โดยเฉพาะตัวอาร์มาดิลโล่ (ตัวนิ่ม) และคาวบอยเฒ่าที่ถอดรูปลักษณ์มาจากปู่ คลิ้นท์ อีสต์วู้ดเป๊ะๆ (อันที่จริง ตัวละครทุกตัวก็สมมติมาทั้งนั้นแหละครับ ไม่มีสัตว์เลื้อยคลานตัวไหนในโลก ยืนจังก้า ท้าดวลปืนกันได้หรอก เพียงแต่ตัวละครสมมติในหนังที่ว่า มักจะปรากฏตัวในห้วงจินตนาการกึ่งจริงกึ่งฝันของ ‘แรงโก้’ ที่เขาหรือเราคนดูไม่สามารถแยกแยะว่า มีตัวตนจริงหรือไม่) ซึ่งใครที่เกิดไม่ทันก็อาจจะไม่ทัน ‘มุก’ หรือทำความเข้าใจกับตัวละครในตำนาน หรือฉากในหนังคาวบอยคลาสสิก ที่คนทำตั้งใจแสดงความคาราวะเอาไว้

 ธรรมชาติของหนังรวมทั้งคนดูหนังก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ ในหนึ่งเรื่องราวมีหลากหลายแง่มุมให้เราได้เลือกเมียงมอง จดจ้อง กระทั่งเฝ้าสังเกตอย่างพินิจพิเคราะห์ อันนำไปสู่ตีความอย่างที่เข้าใจหรือไม่ก็แค่ปลดปล่อยอารมณ์ให้รู้สึกเพลิดเพลินไปกับมันเท่านั้นพอ ซึ่งก็แล้วแต่รสนิยมความพึงพอใจของแต่ละคน สำหรับผมแล้ว “Rango” เป็นหนังที่ทำให้ผมต้องมาทบทวนกับตัวเองว่า หลายปีที่ผ่านมาเราดูหนังได้แตกฉานมากขึ้นไหม หรือเอาแค่สนุกไปวันๆ และมีพื้นที่เล็กๆ ให้ได้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อต่างๆ บ้าง นั่นหมายถึงว่า เวลาและประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ความคิดของเราแหลมคมขึ้นบ้างหรือปล่าว หรือเอาเข้าจริงเราก็ทำได้แค่พยายามป้องกันสนิมทางความคิดที่อาจเข้ามาเกาะกุม ตามเวลาที่ล่วงเลยไป

 และตามประสาคนขี้เหนียว ค่าตั๋ว 120 บาทในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ สำหรับผมแล้ว จะให้คุ้มค่าต้องพยายามวิ่งตามความคิดของคนทำหนังให้ทัน ไม่เช่นนั้นถ้าถูกหลอก เงินแค่ร้อยกว่าบาทก็ถือว่าน่าเสียดาย แต่กับหนังบางเรื่อง เงินจำนวนนี้ผมอาจจะยังใช้ไม่คุ้ม หากยังแตะไม่ถึงแก่น หรือความคิดเดินทางไปไม่ถึงแกนที่หนังต้องการนำเสนอ โดยเฉพาะสารบางอย่างที่เรามองเห็นเค้าลางทางความคิดพอเลาๆ เหมือนเงาตะคุ่มๆ ที่อาจต้องใช้เวลาจ้องมองมันนานสักหน่อย กว่าจะเห็นเป็นรูปร่าง(ทางความคิด)ได้ถนัดชัดเจน

 “Rango” เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่อง ที่ผมอาจต้องเข้าไปดูอีกสักหนึ่งรอบเพื่อหาคำตอบนั้น

ชื่อเรื่อง : Rango
ผู้เขียนบท : จอห์น โลแกน
ผู้กำกับ : กอร์ เวอร์บินสกี้
ผู้ให้เสียงพากษ์ : จอห์นนี่ เด็ปป์, อิสลา ฟิชเชอร์, บิลล์ ไนฮีย์, อาบิเกล เบรสลิน, เน็ด บีตตี้
เรตติ้ง : ท. ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ชมทั่วไป
วันที่เข้าฉาย : 10 มีนาคม 2554

"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"