
มองผ่านเลนส์คม - รักลูกให้ถูกลิขสิทธิ์
มีเพื่อนฝูงในวงการเพลงเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้กำลังมีคนทำเพลงที่ไม่มีทุนโปรโมททางวิทยุโทรทัศน์ที่ใช้งบมหาศาลกว่า ต้นทุนทำเพลง จึงต้องหาช่องทางใหม่ ที่นอกเหนือจากการขายแผ่นและดาวน์โหลดทางโทรศัพท์
มีคนเสนอว่าจะทำเพลงและขายพร้อมกับไดรฟ์ตัวเล็กที่เก็บข้อมูล คนฟังสามารถไปเสียบในคอมพิวเตอร์ เครื่องฟังเพลงหรือแปลงลงในโทรศัพท์มือถือได้โดยง่าย เหมือนกับขายทัมบ์ไดรฟ์แถมเพลง หรือขายเพลงแถมทัมบ์ไดรฟ์ไปพร้อมๆ กัน
แต่มีคนค้านว่า วิธีการนี้น่าจะเป็นการทำให้มีการแจกเพลงกันง่ายขึ้น คือ ซื้อ 1 อันสามารถก๊อบปี้อย่างรวดเร็วกลายเป็นร้อยพันต้นฉบับ โดยซื้อแค่ครั้งเดียว ง่ายกว่าการก๊อบปี้จากแผ่นซีดีเสียอีก
แต่ทางแก้ก็คือ คงต้องบรรจุโปรแกรมป้องกันการก๊อบปี้ไปด้วยในตัว ซึ่งในอนาคตเราอาจจะเห็นการขายเพลงในสื่อเล็กๆ เท่านิ้วมือ ไม่ต้องมีปกมีแผ่นให้รกรุงรัง ค่าขนส่งก็ง่าย แถมเวลาเบื่อๆ แล้วก็นำไปใช้บรรจุข้อมูลเพลงหรือภาพอื่นๆ ได้อีก เป็นการลดโลกร้อนในตัว
ที่จริงแล้วการขายในลักษณะนี้มีมานานแล้วในวงแคบๆ โดยเริ่มจากการขายภาพยนตร์ที่ก่อนหน้านั้น มีแผ่นผีวางขายตามแผงต่างๆ หาซื้อได้ง่ายแม้แต่บนสะพานลอย มีภาพยนตร์ลิขสิทธิ์ดังๆ ถูกก๊อบปี้มาขายเย้ยกฎหมายแบบที่คนซื้อทุกคนมองเห็นและหาซื้อได้ไม่ยาก แต่แปลกเหลือเกินที่มันเหมือนเป็นสิ่งล่องหนที่ตำรวจกลับมองไม่เห็นเสียนี่ มหัศจรรย์ยิ่งกว่ามายากลดังระดับโลกที่เสกรถหายไปทั้งคัน
การขายแผ่นผี พัฒนากันไปถึงขึ้นที่ขายพร้อมฮาร์ดไดรฟ์ตัวใหญ่ๆ ที่บรรจุได้เป็นเททราไบท์ ก้อนหนึ่งบรรจุภาพยนตร์ได้นับร้อยเรื่อง เพียงแต่ผู้ซื้อต้องมีเครื่องอ่านข้อมูลเหล่านั้นและต่อกับจอคอมพิวเตอร์หรือโทรทัศน์ก็รับชมได้แล้ว
ไม่ได้เป็นการชี้โพรงให้กระรอก แต่เป็นการบอกว่า เดี๋ยวนี้การละเมิดลิขสิทธิ์เขาก้าวกันไปถึงไหนแล้ว ไม่นับรวมกับการขายผ่านการดาวน์โหลด ทางอินเทอร์เน็ตที่ต้องเป็นสมาชิกจ่ายเงินรายปี อยากได้ภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือเพลง ภาพต่างๆ ก็เข้าไปหาได้
นับเป็นความขมขื่นใจของผู้ผลิตสื่อภาพยนตร์ทั่วโลก ที่ผลิตงานมาแต่ละครั้งลงทุนกันหลายสิบหลายร้อยล้านบาท แต่มีคนที่มาก๊อบปี้ขายง่ายๆ แบบลงทุนน้อยนิด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน หรือเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก็ไม่ทราบได้
สิ่งที่เราต้องแก้ไขและปลูกฝังกันคือ เด็กและเยาวชนที่กำลังเติบโตต้องพยายามสอดแทรกเรื่องของสิทธิทางปัญญาต่างๆ ดูจะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าทำให้เข้าใจง่ายๆ ก็น่าจะทำได้
ทำอย่างไรให้เด็กน้อยที่กำลังจะเติบโต รู้ว่า ภูมิปัญญา ความคิด นวัตกรรมต่างๆ ที่เราคิดค้นขึ้นมา มันคือสมบัติที่เราต้องหวงแหนมีค่า ไม่ให้ใครมาละเมิดหรือนำไปใช้ฟรีๆ ได้โดยไม่ขออนุญาต เริ่มต้นจากจุดนี้ก่อน เมื่อรู้คุณค่าของตัวเองแล้ว ก็เกิดความเคารพในสิ่งของๆ คนอื่น ไม่ไปฉกฉวยขโมย ของใครเขา
จะว่าไปแล้ว เด็กที่เล่นเกมตามร้านต่างๆ หรือเล่นในบ้านของเขาเอง ถูกฝึกให้ต้องจ่ายเงินกับการนำเกมมาเล่น นั่นแหละคือ ค่าสิขสิทธิ์ที่ต้องจ่ายให้คนที่คิดค้นขึ้นมา ไม่มีสิ่งใดได้มาฟรีๆ อย่างง่ายๆ ยกเว้นเกมหรือโปรแกรมที่นักพัฒนาตั้งใจทำแจกจ่ายก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง
ลองเริ่มให้ความรู้กับเด็กๆ ในบ้านกันก่อนดีไหม โดยเริ่มจากการสอนให้เขารู้จักเคารพในสิทธิทางปัญญาของผู้อื่น ซื้อแผ่นซีดีหรือโปรแกรมแท้ๆ ให้ เขาใช้ และอธิบายว่า สักวันหนึ่งถ้าเขาคิดค้นมันขึ้นมาได้ ก็สามารถเป็นมูลค่าได้เช่นกัน
แต่ถ้ายังปล่อยให้เด็กๆ โตขึ้นมากับของละเมิดลิขสิทธิ์รอบๆ ตัวเขา เห็นจะแก้ปัญหานี้ยากแบบไม่รู้จบ
"นคร ศรีเพชร"



