
"ฟรีด้า ปินโต"กับชีวิตเหมือนฝัน หลัง "Slumdog Millionaire"
จากนักแสดงธรรมดาที่เคยทำทุกวิถีทางที่จะได้เข้าไปมีบทบาทเล็กๆ ในหนังสักเรื่อง ตอนนี้ดาราแถวหน้าอย่าง ฟรีด้า ปินโต ไม่ต้องวิ่งหาโอกาสอีกต่อไป
เพราะตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องล่าของเธอ "Slumdog Millionaire" ที่กำกับโดยผู้กำกับหัวก้าวหน้าชาวอังกฤษ แดนนี บอยล์ กวาดออสการ์สารพัดสาขาเมื่อต้นปี ชื่อของ ฟรีด้า ก็พลอยติดโผนักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามองของอุตสาหกรรมหนังในโลกตะวันตกขึ้นมาทันที หลังจากเสร็จสิ้นงานประกาศรางวัลมากมายที่จัดขึ้นในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา
ฟรีด้า ก็ได้เซ็นสัญญากับตัวแทนเดียวกับนักแสดงตุ๊กตาทอง เคท วินสเล็ต ไม่น่าแปลกใจที่เลยที่ ฟรีด้า ในวัย 24 ไม่ลังเลเลยที่จะเก็บกระเป๋าย้ายไปอเมริกา เพื่อตามฝันของเธอ พร้อมๆ กับหน้าที่การงานที่กำลังไปได้สวย ฟรีด้า ก็ถอนหมั้นกับคู่หมั้นที่คบหากันมานาน และมีข่าวว่ากุ๊กกิ๊กกับ เดฟ พาเทล นักแสดงนำชายจาก "Slumdog Millionaire" ซึ่งเธอก็ปฏิเสธข่าวลือนั้นและกล่าวว่า เดฟ เป็นแค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้น
ก่อนที่ ฟรีด้า จะมาเป็นนักแสดง เธอเป็นนางแบบในสังกัดอีลีทโมเดลอยู่กลานปี ค่าที่ว่าหน้าตาคมคายและส่วนสูง 170 ซม. ของเธอนั้นเป็นที่ต้องตาของโมเดลลิงมากมาย ขณะที่ยังเรียนหนังสือ ฟรีด้า พยายามหาประสบการณณ์ด้านการแสดงจากการแสดงละครเวทีและได้รับการอบรมสั้นๆ จาก แบรี จอห์น นักแสดงมากฝีมือด้วย ฟรีด้า ยังมีความสามารถในการเต้นทั้งซัลซ่าและการเต้นแบบอินเดีย
นิตยสาร โอเค พาไปพูดคุยถึงชีวิตที่เปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืนราวเทพนิยายของ ฟรีด้า ปินโต
"Slumdog Millionaire" เปลี่ยนชีวิตของคุณอย่างไร
ไม่เคยเลยนะคะในชีวิตที่จะคาดฝันว่าฉันจะมีวันนี้ ฉันยังงงๆ อยู่เลยตอนที่เราเริ่มถ่ายหนังเรื่องนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมากและฉันก็ไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง จนมาวันนี้ฉันกลายเป็นคนที่ทั่วโลกรู้จัก นี่ก็ปาเข้าไปหกเดือนแล้วที่ฉันอยู่ในสถานะนี้ แต่ก็ยังไม่รู้สึกชินสักที หลังจากงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำฉันจำได้ว่า โทรหา เดฟ ในตอนเช้า และถามเขาว่านี่เราได้สี่รางวัลแล้วจริงๆ เหรอ
อะไรที่คุณคิดว่าเกินจริงที่สุด
การได้เจอดาราและนักแสดงดังๆ ทั้งหลายค่ะ มันเหมือนฝันเลย เพราะทุกคนเป็นไอดอลและแรงบันดาลใจของฉัน มันเป็นโอกาสที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะมีจริงที่ได้พบพวกเขาตัวเป็นๆ และได้บอกกับพวกเขาว่าเขาเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันยังไงบ้าง
หนังเรื่องนี้สะท้อนภาพความยากจนของอินเดียออกมาชัดมากเลยนะ
ค่ะ มันเป็นภาพความยากจนข้นแค้นของมุมไบที่จริงและถูกต้องที่สุดเท่าที่ฉันเคนเห็นมาในหนัง ฉันเองก็มาจากมุมไบเลยเข้าใจทุกอย่างที่ปรากฏในหนัง ฉันไม่คิดว่า แดนนี พูดอะไรเกินจริงเลย อินเดียมีประชากรพันสามร้อยล้านคนและความแตกต่างอย่างไม่น่าเชื่อ "Slumdog Millionaire" เป็นหนังฮอลลีวู้ดที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับที่สามในอินเดีย นั่นก็น่าจะแสดงให้เห็นว่าคนอินเดียก็ยอมรับมัน
คุณเข้ามารับบทนี้ได้อย่างไร
ฉันรู้อยู่ตลอดว่าอยากเป็นนักแสดงแต่ไม่เคยเตรียมพร้อมว่ามันจะเกิดขึ้น และก็เป็นแฟนตัวยงของ แดนนี บอยล์ ด้วย การคัดเลือกตัวนักแสดงยาวนานเกือบหกเดือน ฉันเองไม่ได้ร่ำเรียนการแสดงมาก่อนเลยมั่นใจว่าไม่ได้รับเลือกแน่ๆ
รู้สึกอย่างไรที่ต้องไปร่วมงานประกาศรางวัลมากมายแบบนี้
เหมือนอลิซในดินแดนมหัศจรรย์เลยค่ะ ที่ได้อยู่ท่ามกลางดาราดังๆ มากมาย มันทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากลัวนิดๆ ตอนนี้ฉันเริ่มเก็บสะสมของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ จากงานพวกนั้นอย่างป้าย "ที่นั่งสำหรับ ฟรีด้า ปินโต" บนโต๊ะกินเลี้ยงในงานลูกโลกทองคำ อะไรแบบนี้น่ะค่ะ
แล้วที่ได้เจอดาราล่ะ
เป็นเรื่องที่ฉันไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้เลยค่ะ เมื่อก่อนฉันเคยตื่นแต่เช้ามืดมาดูการถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัล ตอนนี้ฉันได้มาเดินพรมแดงเสียเอง พร้อมๆ กับดาราที่เราเห็นและชื่นชอบมาตลอด เมื่อไหร่ที่ฉันไม่มั่นใจหรือสงสัยอะไร เคท วินสเล็ต ก็อยู่ข้างๆ ฉันตลอด มันเยี่ยมมากเลยค่ะ
คุณเปลี่ยนไปไหมหลังจาก "Slumdog Millionaire"
ไม่เลยค่ะ ฉันก็ยังเป็นเด็กสาวขี้อายคนเดิมที่ใฝ่ฝันที่จะเป็นนักแสดง ที่เปลี่ยนไปก็คือจากเด็กสาวที่ใส่ยีนเดินไปไหนมาไหน ตอนนี้เธอเฉิดฉายในชุดของดีไซเนอร์ดังๆ เท่านั้นเอง
ป
รับตัวยากไหมกับความสนใจขนาดนี้
มันรู้สึกมากมายมหาศาลและฉันก็พยายามปรับตัวกับมัน ฉันจะเก็บความทรงจำนี้ไว้ชั่วชีวิต
เรื่อง: มันตา คลังบุญครอง จาก นิตยสารโอเค



