
เออร์เลนด์ โอยดันโปรเจกท์ล้ำไวท์เทสต์ บอย อะไลฟ์เปิดคอนเสิร์ตในไทย
แฟนๆ ของวงโฟล์กป๊อปอินดี้ คิงส์ ออฟ คอนวีเนียนซ์ เตรียมต้อนรับหนึ่งในสมาชิก เออร์เลนด์ โอย ที่จะมาเยือนไทยอีกครั้ง พร้อมกับโปรเจกท์ดนตรีส่วนตัว เดอะ ไวท์เทสต์ บอย อะไลฟ์ (The Whitest Boy Alive) ที่เจ้าตัวอาศัยเวลาว่างจาก คิงส์ ออฟ คอนวีเนียนซ์
ก่อตั้งวงดนตรีแดนซ์ร่วมกับเพื่อนนักดนตรีในเบอร์ลิน และหลังจากออกอัลบั้มชิมลางออกมาแล้วสอง เดอะ ไวท์เทสต์ บอย อะไลฟ์ ได้โอกาสพบปะแฟนเพลงชาวไทยในวันที่ 19 มีนาคมที่จะถึงนี้
เดอะ ไวท์เทสต์ บอย อะไลฟ์ เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างในเบอร์ลิน เมืองที่ เออร์เลนด์ พำนักอาศัยเป็นบ้านที่สองรองจากนอร์เวย์ในปี 2003 ร่วมกับนักดนตรีอีกสามคนคือ มาร์ซิน ออซ (มือเบส) เซบาสเตียน มาร์แชท (มือกลอง) และ แดเนียล เนนท์วิก (คีย์บอร์ดและซินธิไซเซอร์) แรกเริ่ม ด้วยความชอบในดนตรีแดนซ์และอิเล็กโทรนิกส์แบบยุโรปของ เออร์เลนด์ เพลงส่วนใหญ่ของวงเอนเอียงไปแดนซ์ที่มีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยเสียส่วนใหญ่ ดังจะเห็นได้จากอัลบั้มแรก “Dream” ที่วางจำหน่ายเฉพาะในเยอรมนีในปี 2006
ไม่นานต่อจากนั้น เดอะ ไวท์เทสต์ บอย อะไลฟ์ ก็ได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งในเยอรมนีและในยุโรป ส่วนหนึ่งมาจากการที่วงเป็นโปรเจกท์ดนตรีที่แตกต่างของ เออร์เลนด์ ที่สนุกสานเร้าใจ ชวนให้ลุกขึ้นมาเค้น ต่างจากดนตรีของ คิงส์ ออฟ คอนวีเนียนซ์ ที่เนิบช้าและอ่อนหวาน และอีกส่วนหนึ่งมาจากความท้าทายที่สมาชิกในวงใช้เครื่องดนตรีสดทั้งหมดในการเล่นเพลงแดนซ์ ในปี 2007 วงได้เซ็นสัญญาออกอัลบั้มกับ โมดูลาร์ เร็คคอร์ดส์ ที่ทำให้พวกเขาได้นำอัลบั้มที่สอง “Rules” ออกสู่แฟนเพลงในอังกฤษและทั่วยุโรปในปี 2009 อัลบั้มนี้อัดเสียงกันที่เม็กซิโก และซิงเกิ้ลเด่น “1517” ก็ถูกนำไปรวมอยู่ในเพลงประกอบวิดีโอเกมส์ ฟีฟา 10 ด้วย
คอนเสิร์ตครั้งแรกของ เดอะ ไวท์เทสต์ บอย อะไลฟ์ จะมีขึ้นในวันเสาร์หน้าที่ มูนสตาร์ สตูดิโอ บัตรเข้าชมราคาเดียว 1,000 บาท (ถ้าซื้อล่วงหน้าภายในวันที่ 17 ราคา 800 บาทเท่านั้น) บัตรมีจำหน่ายแล้วที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์
ก่อนจะไปชมคอนเสิร์ต ไปทำความรู้จักกับ เดอะ ไวท์เทสต์ บอย อะไลฟ์ ให้มากขึ้นอีกนิดจากบทสัมภาษณ์ของ แดเนียล มือคีย์บอร์ดก่อนดีกว่า
เล่าถึงที่มาของวงหน่อย
พวกเราแต่ละคนทำดนตรีแนวเฮ้าส์และเทคโนมาก่อน พวกเราชอบเพลงแนวนี้มากเพราะมันมีรากฐานมาจากดิสโก้และเพลงโซลในช่วงปี 70 ซึ่งในตอนนั้นเพลงแบบนี้ก็ถูกเล่นโดยเครื่องดนตรีสด อีก 30 ให้หลังมาถูกพัฒนาให้กลายมาเป็นดนตรีคอมพิวเตอร์อย่างที่เราคุ้นเคยกัน เราพยายามทำดนตรีแบบนั้นบ้างด้วยการแทนที่คอมพิวเตอร์ด้วยเครื่องดนตรีจริงๆ ซึ่งสำหรับนักดนตรีบางคนมันน่าเบื่อที่เล่นโน้ตบาณเดียวตลอดทั้งเพลง แต่ผมว่ามันท้าทายไม่น้อยที่เราต้องพยายามคุมจังหวะให้อยู่ มันไม่ได้ประหลาดอย่างที่คิดนะครับเพราะเพลงอย่าง “Off The Wall” ของ ไมเคิล แจ็กสัน หรือ “Night Fever” ของ บีจีส์ ก็เล่นกันสดๆ อยู่แล้ว
อัดเสียงกันอย่างไร
เราอัดทุกอย่างพร้อมกันห้องเดียวครับ แล้วอัดเสียงร้องทับลงไป ไม่ใช้แบ็กกิ้งแทร็ก ไม่ใช้คอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมอะไรเลย ซึ่งมันดีเวลาเราเอาเพลงพวกนี้ไปแสดงสด เพราะมันเป็นของมันแบบนั้นอยู่แล้วและเราไม่ต้องปรับแต่งอะไร
ก่อนหน้านี้ไปทัวร์ที่ไหนกันมาบ้าง
เดือนกุมภาพันธ์ เราไปเล่นที่โคลัมเบียและชิลีซึ่งเราเพิ่งรู้ว่ามีแฟนเพลงเยอะมากแถวนั้น เราไปเม็กซิโกมาด้วย สนุกมากครับ
แล้วทัวร์เอเชียในตอนนี้ล่ะ
นี่จะเป็นครั้งแรกที่เราจะแสดงคอนเสิร์ตในเอเชียครับ เราตื่นเต้นกันมากที่จะได้เจอแฟนเพลงกลุ่มใหม่ เราพัฒนาการแสดงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2006 หวังว่าทุกคนจะสนุกกับโชว์ของเราครับ
เรื่อง...มันตา คลังบุญครอง



