
5 เรื่องนัยซ้อนเร้น ของหนังออสการ์ 2011
ระหว่างการที่หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ จาก กวนมึนโฮ เบียดเข้าป้ายได้รางวัลสุรรณหงส์ทองคำไปอย่างเฉียดฉิว กับการที่หนังจากอังกฤษ the king's speech แซงพลิก the social network คว้าออสการ์สาขาหนังเยี่ยมไปครองนั้นผมเซอร์ไพรส์ในเรื่องหลังมากกว่าเซอร์ไพรส์เพราะ แม้หนั
พูดให้ตรงจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ก่อนประกาศจะมีใครคิดว่า หนังของคนพูดติดอ่าง จะชนหนังของคนพูดเร็วๆแต่ระหว่างบรรยากาศของก่อนและหลังงานออสการ์ ผมได้พบแง่มุมหลายอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสังเกตภาพยนตร์ในกลุ่มชิงรางวัล และนี่คือ 5 แง่มุมที่อยากจะมาแชร์กันใน “คมชัดลึก” วันนี้
1.อาเจนด้าของ the king's speech
มีข่าวหลุดออกมาว่า เอาเข้าจริงๆ แล้ว กรรมการสายอนุรักษ์นิยมของออสการ์นั้น เจตนาที่จะให้ the social network คว้าออสการ์ไปครองนั่นแหละ แต่มีการโหวตพลิกกันว่า ในเมื่อกระแสของหนัง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก มันผ่านมามา 3 เดือนแล้ว ถ้าเป็นหนังเรื่องนี้ ออสการ์จะไม่ทำให้เกิดการพูดคุยกันต่อไปได้ทางออกคือ ในเมื่อสื่ออเมริกันเองก็ชอบที่จะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายธารของข่าวที่ทันสมัยอยู่แล้วทำไมไม่เลือก the king's speech เพื่อรับใช้กระแสสองเดือนข้างหน้าเกี่ยวกับพระราชพิธีอภิเษกสมรสของราชวงศ์ใหม่ของอังกฤเสียเลยล่ะ
นักวิจารณ์บางคนบอกว่า นี่คือการยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว (ตัวใหญ่เสียด้วย)
2.หงส์ดำไม่เคยมีอยู่จริงใน Black Swan
หนังที่โดดเด่นอีกเรื่องหนึ่งของกลุ่มออสการ์ก็คือBlack Swan ที่บิดมุมาจากบัลเลต์ของ ไชคอฟสกี้ โดยเล่นเนื้อหาเกี่ยวกับการถูกทำลายลงของตัวละครอย่าง นีน่า เซเยอร์ ที่พยายามจะเป็นนักแสดงในโลกบัลเลต์ ซึ่งมีปัญหาเรืองบทบาทการแสดงของภาคหงส์ดำ มากกว่าหงส์ขาวและเมื่อ passion เดินหน้ารุนแรง มันค่อยๆ ทำลายตัวเอง ผ่านหลุมพรางของ imagination จนนำเธอไปสู่โลกที่มืดที่สุด
อย่างไรก็ดี ผมกลับเชื่อออกไปอีกทางหนึ่งว่า หนังเรื่องนี้ใช้กุศโลบายแบบ swimming pool ในปี 2003 คือ เมื่อตัวละครตกเป็นทาสของจินตนาการเสียเอง เรื่องทั้งหมดที่ปรากฏบนจอ จึงเป็นเรื่องจริงและเรื่องคิดไปเอง
สำหรับ Black Swan นั้น บางทีและบางที นีน่า ก็ไม่เคยฆาตกรรมใครเลยและอาจเป็นไปได้ว่า ไม่มีใครตายสักคนในเรื่องนี้
3. ตัวจริงของ True Grit
ในปี 1969 นั้น ความหมายสำคัญของ True Grit ไม่เคยผิดเพี้ยนไปจากบทบาทของ จอห์น เวย์น เนื่องจากเขามีคาแรกเตอร์ที่หนังต้องการเชิดชูชัดเจน ถึงขนาดที่ว่าในตอนท้ายเรื่องนั้น ตัวของ ค็อตเบิร์น อย่างเขาเองก็ไม่ได้ตายลง เพราะหนังเตรียมสร้างภาคสองรับใช้ไปต่อ
แต่เมือ True Grit ขี่ม้ามายาวนานถึง 40 ปี ในเวอร์ชั่น 2011 อะไรต่อมิอะไรมันก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ เช่น นอกจากความหมายของตัวละครจะสลับไปแล้ว True Grit จริงๆ ในเวอร์ชั่น 1 969 กับ 2011 ยังสลับกันด้วยเพราะ True Grit คือความหมายประเภทพวก กึ๋นส์ของแท้ ซึ่งนั่นหมายความว่า True Grit ตัวจริง จึงเป็นแม็ตตี้ รอส สาวน้อยวัย 14 ปี ที่ออกผจญโลกและถูกดันขึ้นให้โดดเด่นกว่าตัวละครเพศชายทุกคน ข้อสันนิษฐานนี้เมื่อกลับไปดูต้นฉบับ จะพบว่าแม็ตตี้ ถูกเปลี่ยนทรงผมให้ดูเป็นผู้หญิงขึ้น และนั่นหมายความว่า True Grit จริงๆ ก็คือ ผู้หญิง เพราะหนังเรื่องนี้เลือกเชิดชูเพศหญิงนั่นเอง
4.เขาคือ The Fighter แท้ๆ
ความหมายของหนังเรื่องนี้ คล้ายๆ True Grit อยู่อย่างชัดเจน เพราะขณะที่ภาพหน้าของหนัง ลวงให้คนเข้าใจไปว่า แท้จริงแล้ว The Fighter คือนักมวยที่อยู่บนเวที ทว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว คนที่เป็น The Fighter ของแท้ก็คือ พี่ชายของเขา แม่ของเขา ซึ่งทำการสะท้อนความหมายของชื่อเรื่อง
5.ทางออกและรูลอดของ Rabbit Hole
บางคนสงสัยว่า ชื่อหนังของเรื่องนี้ ตกลงคือภาพวาดในหนังสือการ์ตูน หรือคือโพรงกระต่ายที่อยู่ในเรื่องเล่าของเด็กหนุ่มที่ขับรถชนเด็กน้อยตายมันเป็นไปได้ทั้งสองแบบเมื่อคิดถึงพล็อตเรื่องที่นำเสนอ คำว่า Rabbit Hole ปรากฏอยู่อย่างเนื่องในวรรรกรรมตั้งแต่ยุคกลาง มาจนถึงยุคโพสต์โมเดิร์น แต่ความหมายของมันจริงๆ คือ หนทางพ้นทุกข์ หลุดพ้นตามหลักของศาสนาพุทธ เมื่อหนังใช้วอยส์โอเวอร์เพื่อจะบอกว่า ที่สุดแล้ว มนุษย์เราต่างต้องการค้นพบ Rabbit Hole ของตัวเอง“โพรงกระต่าย” ตามชื่อหนัง จึงมีสภาพแฝงที่ว่า มันคือช่องเล็กและแคบ ที่ผู้ทนทุกข์ต้องการลอดตัวออกไป โดยหวังว่าเขาและเธอจะพบกับสถานที่ซึ่งสงบ (เหมือนสวนสาธารณะในหนัง) และสามารถต่อติดกับโลกที่หลุดพ้น (เช่นการใช้สัญลักษณ์เปรียบเทียบเป็นสุนัข เพราะเป็นสิ่งมีชิวิตสุดท้ายที่สัมผัสกับลูกชายเขา)เหล่านี้คือ นัยซ่อนเร้นที่หนังออสการ์ยั่วให้คนดูได้ตีความอย่างสนุกสนานทีเดียว
"นันทขว้าง สิรสุนทร"



