
มองผ่านเลนส์คม - เกินพอดี
ละครไทยทีวีที่ไม่ค่อยได้ยินเสียงบ่นจากคนดูมักจะเป็นละครตลกเช่น นางสาวเย็นฤดี แม่ค้าขนมหวาน ลูกสาวกำนัน และ มนต์รักข้าวต้มมัด
เหตุผลหนึ่งอาจเป็นอย่างที่เคยเขียนไปว่าเพราะคนดูไม่ได้คาดหวังความสมจริง แต่ดูเพื่อหัวเราะเป็นหลัก ดังนั้น แม้เรื่องราวที่เป็นไปไม่ได้ก็ถือเป็นเรื่องชวนขัน
แต่บ่อยครั้งละครตลกเหล่านี้มีข้อเสียสำคัญคือ เกินพอดี
ละครนางสาวเย็นฤดีเวอร์ชั่นล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว ที่มี "นุ่น" ศิรพัฒน์ วัฒนจินดา แสดงเป็นนางเอก คนเขียนบทและผู้กำกับละครทำให้คนดูหลายคนที่กำลังรู้สึกตลกในระดับพอดีๆ ไม่ตลกกับบทเกินพอดีไร้ต้นไร้ปลายที่โผล่มาตอนจบ
เมื่อเร็วๆ นี้ ละครเรื่อง ลูกสาวกำนัน ทางช่อง 3 ที่เนื้อหากำลังมาถึงตอนท้ายๆ ใกล้จบ ก็ได้รับเสียงบ่นจากคนดูทำนองเดียวกับ นางสาวเย็นฤดี
ประมาณว่า เริ่มต้นก็เข้าที เหตุใดไม่เข้าทีเมื่อใกล้จบ เช่น จู่ๆ ก็ให้นางเอกจอมห้าวเปลี่ยนบุคลิกเป็นนางกระต่ายส่ายสะโพกดุ๊กดิ๊ก แถมเนื้อหายังทำท่าจะยืดยาด
ละครมนต์รักข้าวต้มมัดกำลังทำท่าว่าอีกไม่ช้าก็อาจจะได้รับเสียงบ่น
ความจริงนักแสดงในเรื่องมนต์รักข้าวต้มมัดทุกคน ตั้งแต่รุ่นใหญ่จนถึงรุ่นเล็กแสดงได้สนุกสนานมาก ซึ่งด้านหนึ่งต้องชมคนเขียนบทและผู้กำกับ
ปัญหาที่เกิดขึ้นเวลานี้มีอยู่ว่า คนเขียนบทดูจะจงใจให้ตัวละครแทบทุกตัวตลกในแบบเดิมที่ได้รับเสียงชื่นชมจนซ้ำซากและชวนอึดอัด ไม่ว่าจะเป็นบทของอาม่ากิมท้อกับยายแช่มที่พูดจาแบบเดิม แสดงท่าทางแบบเดิม จนถึงบทของช่อม่วงกับตงฉินที่พากเพียรสร้างสถานการณ์ด้วยความเจ้าเล่ห์แบบสุดสุดให้ฟองดาวกับลายไทแตกคอกัน
จริงอยู่ว่าคนดูไม่คาดหวังความจริงจากละครตลก แต่ตลกประเภทที่ทำให้คนดูรู้สึกว่าการโกหกหลอกลวงและความกะล่อนเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เป็นพฤติกรรมธรรมดาสามัญของคนเจ้าเล่ห์ผู้น่ารักนั้น ดูมากๆ เข้าก็เลี่ยนเหมือนกัน
ไม่กี่ตอนพอทนได้ แต่ซ้ำไปซ้ำมาทุกตอนชักน่าเบื่อ
นึกถึงรายการตลกกับละครตลกซิทคอมจบในตอนทางทีวี ที่มุกตลกมักวนไปวนมากับเรื่องสามีเจ้าชู้กับภรรยาขี้หึงและแม่ยายจอมงก และนึกถึงโฆษณาของรัฐบาลทางทีวีเรื่องเอาปัญญามาแลกทุน ที่เสนอภาพชาวบ้านแบบตลกๆ กับนายกฯ มาดผู้ดี
มุมมองของคนทำละครไทยอาจสะท้อนมุมมองของคนไทยทั่วไปที่คิดละเอียดไม่กี่เรื่อง และรู้จักมุกตลกไม่กี่มุก แถมมุกตลกส่วนใหญ่ยังเป็นเรื่องของการเอาเปรียบผู้อื่น หรือหัวเราะขบขันคนอื่นที่อ่อนด้อยกว่าด้วยทัศนคติแบบเก่าๆ



