
ชีวิตบ้างานของดาว-สุนารี ที่ไม่เคยลืมครอบครัว
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันครอบครัว คนไทยที่อยู่ต่างถิ่นจะได้กลับบ้านมาอยู่ใกล้ชิดกัน แต่สำหรับอาชีพนักร้องลูกทุ่งแล้ว ต้องสวนทางกันเพราะเป็นเทศกาลที่ต้องกอบโกยเงินทอง เพราะมีงานรื่นเริงที่จัดกันอยู่ทั่วประเทศ
ดาว มยุรี หรือ รินทร์ลภัส อัครพลปรีชากิจ นักร้องลูกทุ่งเซ็กซี่ คุณแม่ลูกหนึ่ง เปิดเผยถึงเรื่องการดูแลลูกสาววัย 6 ขวบ น้องเฟรช ธัญย์สิตา พิมพาทองชินโชติ
“ดาวมีเวลาให้เขาตลอดอยู่แล้ว นอนกับลูกสาวทุกคืน อาบน้ำก็อาบด้วยกัน อันไหนที่เราให้ความอบอุ่นเขาได้ก็จะทำ ดาวคิดว่าสังคมของเรา ครอบครัวต้องมาที่หนึ่งก่อนที่จะเป็นหน้าที่ของโรงเรียน ดาวจะสอนเรื่องมารยาทเป็นพิเศษ ทั้งการไหว้ ขอโทษ ขอบคุณ และการพูดจาต้องมีคะขา สอนเรื่องการใช้เงินต้องประหยัด เวลาเจอคนที่ลำบากกว่าก็จะให้เขาดูเป็นตัวอย่าง และเล่าให้เขาฟังว่า ในอดีตพ่อแม่ก็ลำบาก ไม่ได้มีบ้านมีรถขับแบบทุกวันนี้“
ด้วยความที่เป็นนักร้องและนักธุรกิจเจ้าของโรงงานปุ๋ย เธอจึงต้องปลูกฝังเรื่องธุรกิจให้ลูกไปพร้อมๆ กัน
“การเรียนของเขาต้องมาที่หนึ่ง แต่ไม่บังคับเขา เรื่องเรียนพิเศษก็มีบ้าง แต่ไม่ยัดเยียด ให้เขารับได้เท่าที่จะรับ เดี๋ยวสมองจะล้า ตัวดาวเองเรียนได้แค่ ม.3 ก็อยากให้เขาเรียนจบมหาวิทยาลัย ดูแลตัวเองได้ ถ้าเขาชอบงานบันเทิงก็ไม่ว่า ไม่ฝืน แต่ต้องให้เขาเรียนรู้เรื่องธุรกิจด้วย ดาวจะไม่ปลูกฝังสิ่งที่ไม่ดีให้เขา เพราะทุกอาชีพ ถ้าเราทำให้ ดีชั่วอยู่ที่ตัวเรา ช่วงนี้ถ้ามีงานถ้าเขาว่างจะพาไปด้วย ช่วงเป็นเด็กๆ ลูกสาวจะน้อยใจบ้าง เพราะอยู่กับพี่เลี้ยงตลอด แต่ช่วงนี้เขาไม่เคยน้อยใจเลยว่าเราไม่มีเวลาให้ ที่ไหนเขาอยากไปเที่ยว เช่น ดรีมเวิลด์ ก็จะพาไป เขาค่อนข้างจะติดแม่ดาว ชอบดูว่า แม่ร้องเพลงอย่างไร เต้นอย่างไร บางทีก็ขอขึ้นเวทีร้องคู่กัน”
ด้าน สุนารี ราชสีมา กับลูกชายวัยหนุ่ม 2 คน คือ ฮีโร่ ภูมิพัชร อังกินันทน์ กับ อาเธอร์ ภูมิพันธุ์ วัย 13 และ 14 ปี ตามลำดับ เล่าถึงการเลี้ยงดูลูกชายว่า
“ช่วงนี้สุมีงานเยอะ เดินทางแทบทุกวัน แต่เรามีเทคโนโลยีก็ทำให้ได้พูดคุยกับเขาทุกวัน นอกจากทางโทรศัพท์มือถือ ก็มีคอมพิวเตอร์ที่สุกำลังศึกษาอยู่ ช่วงเขากำลังจะเปลี่ยนแปลงเป็นหนุ่มก็จะมีเพื่อนๆ เยอะหน่อย สุใช้วิธีให้ลูกพาเพื่อนมาบ้านเลย มากินนอนอยู่ด้วยกัน บางทีจะไปกินอาหารนอกบ้าน ก็ไปกันเป็นโขยงเลยกับเพื่อนๆ ลูกชาย คือเราต้องยอมรับเพื่อนๆ ของลูกด้วย”
ยุคนี้ เด็กๆ นิยมเล่นเกมคอมพิวเตอร์มากกว่าที่จะทำสิ่งอื่น โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอมแบบนี้ ซึ่งคุณแม่ลูกสองก็อธิบายถึงวิธีการรับมือกับผู้สื่อข่าว
“สุต้องเข้าใจลูก เลี้ยงเขาแบบเพื่อนๆ กัน เขาจะเล่นเกม คอมพิวเตอร์อะไรก็อยู่ในสายตาเราให้เล่นได้เลย ไม่ปิดกั้นเรื่องการเรียนรู้ แต่สิ่งที่อยากให้เขาเรียนรู้มากๆ คือ เรื่องภาษาอังกฤษ เพราะสุว่ามันจำเป็นสำหรับอนาคต เรื่องเรียน สุไม่บังคับว่าเขาอยากเรียนทางไหน ชอบดนตรีก็ส่งเสริม ขอให้โตมาแล้วดูแลตัวเองได้ ไม่เป็นลูกแหง่ติดแม่ไปตลอดชีวิต”



