
คมเคียวคมปากกา - หยามหญิงเหยียดเพศ
วันนี้ตรงกับ "วันสตรีสากล" คงมีกิจกรรมในหลายสถานที่ ผมไม่แน่ใจว่าคนส่วนใหญ่ทราบความเป็นมาของวันสำคัญของโลกนี้มากน้อยแค่ไหน
เฉพาะในประเทศไทย ภาครัฐก็มีการจัดงานวันสตรีสากล แต่ที่เข้มข้น คงเป็นเรื่องภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มองค์กรเอ็นจีโอด้านสิทธิสตรี ที่มีการดำเนินกิจกรรมและรณรงค์อย่างต่อเนื่อง
กลุ่มองค์กรเหล่านี้ เน้นปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบของแรงงานสตรี การทำงานโดยได้รับค่าจ้างและสวัสดิการอย่างไม่เป็นธรรมของสตรี ตลอดจนเรียกร้องความเสมอภาค และขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในรูปแบบต่างๆ
แม้ภาพรวมผู้หญิงจะมีสิทธิมีเสียงมากในอดีต แต่ปัญหาเดิมๆ ยังปรากฏอยู่อาทิ ความไม่เสมอภาคระหว่างชาย-หญิง, การถูกเลือกปฏิบัติ ถูกเอารัดเอาเปรียบจากเพศชาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บังคับบัญชา, การถูกคุกคามทางเพศในรูปแบบต่างๆ ฯลฯ
ที่สำคัญ ทัศนคติต่อผู้หญิงยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเหยียดหยามเพศหญิงเป็นเพียง "สินค้าบำบัดความใคร่" ในหมู่เพศชาย หรือเป็น "สินค้ากามารมณ์" ในตลาดบันเทิง
เพลงลูกทุ่งไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน กว่าร้อยละ 80 เป็นเพลงที่สะท้อนความเป็นใหญ่ของเพศชาย
ท่วงทำนองเพลง "ผู้หญิงหน้าเงิน" หรือ "แม่ร้อยใจ" ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แม้ พ.ศ.ปัจจุบัน จะมีเพลงสำเนียงเกรี้ยวกราดประเภท "หญิงก็ร้าย ชายก็เลว" จากนักร้องหญิงรุ่นใหม่ มันก็ยังบ่งบอกถึงอาการเหยียดเพศที่แฝงอยู่ในคำร้องเพลงเหล่านั้น
เหมือนดังที่ผมเคยเขียน "เพลงดอกทอง" อันระบาดหนักในตลาดเพลงตลอดปีที่แล้ว ทุกค่ายเพลง ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ต่างเข็นเพลงแนวดอกทองออกมาสนองความต้องการของแฟนเพลง
หากมองในมุม "นักสิทธิสตรี" ย่อมไม่พอใจต่อเพลงแนวที่สร้างให้ "นางเอก" เป็นผู้หญิงแอบเป็นชู้ทางใจหรือทางกายกับผัวชาวบ้านอย่างแน่นอน
แต่เพลงแนวดอกทอง กลับตอบโจทย์แฟนเพลงเพศหญิง มียอดดาวน์โหลดสูง ยอดขายซีดี-วีซีดี และด้วยเหตุนี้ ทุกค่ายเพลงจึงตั้ง "โจทย์เพลงดอกทอง" ให้แรงและสะใจคอเพลง
มองอีกด้านหนึ่ง ผู้หญิงไทยก็พร้อมจะยอมรับกับสิ่งที่นักแต่งเพลงเขียนคำร้องทำนองรักซ้อนซ่อนปม หรือรักจนหลงรักข้างเดียว โดยมองว่านี่คือชะตากรรม
ชะตากรรมของผู้หญิงที่แอบรักผัวชาวบ้าน แอบหลงแฟนคนอื่น และจำยอม "กล้ำกลืนฝืนทน" เป็นผู้พ่ายในสงครามความรัก!
แน่นอน ค่ายเพลงไม่ใช่องค์กรพัฒนาเอกชน จึงคิดถึงตัวเลขผลกำไร-ขาดทุน การทำเพลงออกมาขาย ย่อมประเมินว่า ตลาดต้องการฟังเพลงประเภทไหน
เมื่อผู้หญิงส่วนมาก อยากฟังเพลงที่ "ตอบโจทย์ในใจ" ทางค่ายเพลงก็สนองตอบทันที ตามประสาพ่อค้าแม่ขาย
หากวันใด ตลาดไม่ต้องการฟังเพลง "แนวดอกทอง" ผู้ผลิตย่อมเปลี่ยน "โจทย์เพลง" อย่างแน่นอน ฉะนั้นปัญหาเหยียดเพศหยามหญิง คงโทษแต่ฝ่ายชายอย่างเดียวไม่ได้
เพราะผู้หญิงจำนวนไม่น้อย ยังจำนนต่อชะตากรรม หรือยอมตกเป็น "เบี้ยล่าง" ฝ่ายชายเหมือนนางเอกละครทีวีหลังข่าว โดยหวังว่าตอนจบของเรื่อง พระเอกจะหันมารัก และสังคมจะเข้าใจ
ตราบใดที่ผู้หญิงยังมีผู้เสพเพลงแนวดอกทอง..จะให้ "ดอกไม้สีเหล็กกล้า" บานเบ่งในใจเพศหญิงก็คงยาก!!
"บรรณวัชร"



