
ศิลป์แห่งแผ่นดิน - ชมพระราชวังมัณฑะเลย์
หลงเสน่ห์เล่ห์กลมนต์พม่า
หอมกลิ่นแป้ง “ทานะคา” ตามลมหวน
แสงอรุณเร่งเร้ายั่วเย้ายวน
จิตรัญจวนรัศมีเจดีย์ทอง
หลงรักพม่าดูท่าจะถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว เพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วันก็มั่นหมายใจจะกลับไปเยือนอีก พุกาม ตองอู แปร อังวะ อมรปุระ มัณฑะเลย์ ถวิลถึงยะไข่ ส่งใจไปถึงคะฉิ่นแล้ว
เมืองมัณฑะเลย์ เมืองหลวงสุดท้ายที่พม่าปกครองด้วยสถาบันกษัตริย์ ก่อนจะเสียเอกราชให้อังกฤษ ถูกยกเลิกการเป็นราชธานีเมื่อปี พ.ศ.2428
พระราชวังมัณฑะเลย์ ที่เห็นในปัจจุบันนั้น สร้างขึ้นใหม่ตามแผนผังเดิม ที่พระเจ้ามินดงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2400 กำแพงเมือง 4 ทิศ ยาวด้านละประมาณ 2 กิโลเมตร มีคูน้ำล้อมรอบ ตอนผมไปเยือน ผมนั่งสามล้อพม่าครึ่งรอบ และเดินอีกครึ่งรอบ กำแพงแต่ละด้านมีประตูด้านละ 3 ประตู
ด้านในตรงใจกลางคือ ที่ตั้งอาคารหมู่มหามณเฑียร อาคารทั้งหมดก่อสร้างขึ้นใหม่บนตำแหน่งเดิม ที่ถูกทำลายไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (ผมไม่เข้าใจและไม่มีวันจะเข้าใจว่าทำไมมนุษย์ผู้ก่อสงครามถึงต้องทำลายศิลปะ โบราณสถาน โบราณวัตถุ เป็นแบบนี้ทั่วโลก)
ในบริเวณกลุ่มมหามณเฑียร ประกอบด้วยอาคารหลากหลาย โดยมี สีหาสน์บัลลังก์ (จำลอง) อยู่ตรงกลาง คือ “ที่ว่าราชการ” สำหรับพระเจ้าแผ่นดิน
อาคารอื่นๆ เช่น อาคารบัลลังก์ผึ้ง เป็นที่ประชุมเสนาบดี มีอาคารที่อยู่อาศัยของ “ฝ่ายใน” ที่ประทับของพระราชินี ภายในมีพระแท่นบรรทม (จำลอง)
ทางด้านทิศใต้มี “หอคอยแดง” สร้างด้วยไม้ทาสีแดง มีบันไดเวียนด้านนอก หลังคายอดปราสาทซ้อนเป็นชั้น 9 ชั้น สร้างโดยพระเจ้าสีป่อ หอคอยนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของพระราชวังมัณฑะเลย์
ด้านหลังของหมู่อาคาร มีอาคารจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ในพระราชวัง
มีภาพถ่ายโบราณ สมัยพระเจ้าสีป่อ เครื่องแต่งกายสมัยนั้น เสลียงคานหามและอื่นๆ
บริเวณอันกว้างใหญ่ภายในกำแพงอุดมสมบูรณ์ด้วยหมู่ไม้ร่มรื่น มีที่ตั้งทางทหาร ปัจจุบันเปิดเป็นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้
จะให้ได้บรรยากาศ ควรนั่งสามล้อเลาะเลียบ (คูน้ำ) กำแพงเมือง
อันว่าสามล้อพม่านั้น มีที่นั่งสำหรับผู้โดยสาร 2 ที่ อยู่ด้านข้างสารถี โดยมีพนักพิงเดียว นั่นหมายถึง ผู้โดยสาร 2 คน นั่งหันหลังให้กัน คนหนึ่งมองไปข้างหน้า อีกคนมองไปข้างหลัง
ถนนรอบกำแพงพระราชวังเรียงรายด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ ลำต้นสีเหลืองเหมือนอาบกำมะถัน กิ่งก้านสาขาน่าทึ่งน่าเกรงขาม ผมถามและจดชื่อไว้ แต่ (ตอนที่เขียนบทความนี้) จำไม่ได้แล้ว
ชมพระราชวังมัณฑะเลย์ มีจุดสะดุดตาจุดหนึ่ง คือ “ที่นั่งบนสันหลังคา” (ดูรูป) เป็นที่สำหรับให้ทหารขึ้นไปนั่งคอยไล่นก (กา) ไม่ให้มาเกาะหลังคา (เพราะเป็นอัปมงคล)
ท่านผู้อ่านดูแล้ว คิดเห็นประการใดบ้างครับ
"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"



