
หนุ่มสาวอีสานสานฝัน ทำเพลงลูกทุ่งในอเมริกา
สองหนุ่มสาวอีสานจากเมืองน้ำดำ กับเมืองปราสาทหินพนมรุ้ง จับมือนักแต่งเพลง นักเรียบเรียงไทยในแอลเอ ออกเพลงลูกทุ่ง หวังขายแฟนเพลงข้ามโลก
แนท นนศิยา หรือ นิศาพร กมลหา สาวชาวกาฬสินธุ์ ที่กำลังมีผลงานเพลงไทยอิสานในอเมริกา เปิดเผยถึง การทำงานก่อนที่จะก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจทำเพลงข้ามประเทศว่า
“ตอนอยู่เมืองไทยแนทเคยเปิดร้านคาราโอเกะ ที่ลาดปลาเค้า รามอินทรา กรุงเทพฯ แต่ตอนนี้ร้านปิดไปแล้ว แนทมาอยู่อเมริกาได้ 4 ปี มาเปิดร้านอาหารชื่อ ไทยต้มยำกับทำร้านนวด และทำงานออฟฟิศกับหมอไคโรแพคทิค(หมอจัดกระดูก) ส่วนการเริ่มต้นเป็นนักร้องมาจากการที่เรามีใจรักการร้องเพลงอยู่แล้ว ตอนเด็กๆ จะมีนักร้องในดวงใจ คือ พุ่มพวง ดวงจันทร์ กับ วงจันทร์ ไพโรจน์ ตอนมาอยู่ที่นี่ไปทานข้าวที่ร้านของพี่สรรชัย โกรานนท์ (นักร้องลูกกรุงที่ไปใช้ชวิตที่อเมริกากว่า 30 ปี และเปิดร้านอาหารชื่อ ไทยคิทเช่น) พี่ๆ ที่เป็นนักร้องที่แอลเอ (ลอสแองเจลีส) บอกว่าทำไมไม่ลองอัดแผ่นดู พอดีรู้จักกับ อ.โต้ง ธรรมรัตน์ สุวรรณมงคล ที่เป็นนักดนตรีมืออาชีพก็เลยลองทำออกมา 2 เพลง พอทำแล้ว อาจารย์บอกว่า ทำไมไม่ทำเป็นอัลบั้มเลย ก็เลยสำเร็จออกมาชื่ออัลบั้ม “คิดถึง” เนื้อเพลงจะเกี่ยวกับเพลงเรามาไกลบ้านบ้านแล้วคิดถึงบ้าน มีเพลง “มีผัวแก่เพราะแม่ขอ” และยังมีเพลงประจำตัวชื่อ “สาวเมืองน้ำดำ” โดยมีนักแต่งเพลงจากเมืองไทยและนักแต่งเพลงที่อยู่อเมริกา คือ อ.จรัล เกตุสมพงษ์ เพลงชุดแรกนี้ อัดเสียงที่อเมริกาส่วนหนึ่ง มีอัดที่เมืองไทยอีก 3 เพลง และมาถ่ายมิวสิกวิดีโอที่กรุงเทพฯ ด้วย”
นักร้องสาวสู้ชีวิต กล่าวถึงการทำเพลงชุดแรกในของเธอว่า พบกับปัญหาไม่น้อย
“อุปสรรคเยอะมากเพราะเราเป็นนักร้องใหม่ เพลงจะเป็นลูกทุ่งอีสาน เราโตในกรุงเทพฯ เลยไม่ค่อยออกสำเนียงอีสานเท่าไหร่ ก็ถูกต่อว่าบ้าง การอัดเพลงก็ต้องทำตอนเย็น เพราะเราทำงานกลางวัน แต่ก็สำเร็จมาได้ เราตั้งใจกันมากที่สุด ทั้งๆ ที่เราไม่เคยจับไมค์มาก่อน อันนี้ต้องยกประโยชน์ให้ อ.โต้ง แนทวางแผนไว้ว่า เมื่อมิวสิกวิดีโอตัดต่อเสร็จก็มีคนติดต่อไปงานคอนเสิร์ต ในเรื่องของการโปรโมทก็มีสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมท้องถิ่นและสถานีโทรทัศน์ของคนลาวเปิดให้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่เราก็ต้องไปช่วยงานร้องเพลงของสถานี ปกติไม่ได้เป็นนักร้องประจำร้านอาหาร แต่จะไปเฉพาะงานโชว์ และแผ่นก็ขายไปด้วย ค่าตัวร้องเพลงที่นี่ ไม่แพงมาก แต่จะได้ทิป พวงมาลัยและขายแผ่นซีดี แผ่นละ 10 เหรียญ ในชั่วโมงนี้คิดว่าจะทำแค่เป็นงานอดิเรก ถ้าการตอบรับดี จะยึดเป็นอาชีพเลย ปกติแล้วนักร้องจากเมืองไทย อย่าง ปริศนา วงศ์ศิริ ติ๊ก ชีโร่ เบิร์ด ธงไชย เขามาเดินสายร้องเพลงกันที่นี่ เราเลยลองทำแบบย้อนศร คือทำเพลงเองที่นี่เอง และส่งกลับมาขายที่เมืองไทยบ้าง ทำตรงกันข้ามกันค่ะ”
ด้าน สุริยา พนมรุ้ง หรือ ปรัชญา โสภาพล ชาวเมืองบุรีรัมย์ ที่มาเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้าที่อเมริกาได้ 18 ปี กล่าวถึงการมายึดอาชีพร้องเพลงและเดินสายว่า
“ผมเคยขึ้นประกวดร้องเพลง และชอบร้องเพลงตั้งแต่อยู่เมืองไทย แต่ไม่มีโอกาสทำเพลง พอมาอยู่อเมริกา ทำงานไป ร้องเพลงหารายได้ตามห้องอาหาร ทั้งแนวลูกทุ่ง ลูกกรุง เช่นเพลง ยอดรัก สลักใจ, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, เอกชัย ศรีวิชัย และเล่นลิเกด้วยตามงานบุญงานการกุศลต่างๆ ส่วนจุดเริ่มที่ได้ทำเพลงนั้น ก่อนหน้านี้ผมเคยทำเองแต่งเพลงเอง แต่ไม่ได้ออกขาย พอมาเจอพี่ชาย เมืองชล (อดีตสมาชิกวงดนตรี ชาย เมืองสิงห์ในอดีต) เขาแนะนำให้รู้จัก อ.โต้ง เขาก็หาเพลงให้จากเมืองไทย รวมกับนักแต่งที่นี่ เราใช้เวลาอัดเสียงกันสามเดือน หลักๆ แล้ว เป็นลูกแนวอีสาน มีเพลง ”บุรีรัมย์เปอร์” เป็นกลอนลิเก ชุดนี้ผมทำเองเพื่อขายเพื่อนฝูงและงานการกุศลไปก่อน ตอนนี้เพิ่งปั๊มออกมาขายตอนไปร้องเพลงตามงาน และฝากตามร้านขายซีดีบ้าง ผมไม่ได้ร้องประจำห้องอาหาร ส่วนมากงานจะเป็นงานช่วงเทศกาล ผมได้เดินสายไปฟลอริดา ลาสเวกัส คนดูมีทั้งคนไทยคนลาวปะปนกัน เดือนหน้าจะมีงานที่นิวยอร์ก อยากวางอัลบั้มขายในเมืองไทยเหมือนกัน แต่มันต้องใช้ทุนเยอะ ชุดนี้ผมลงทุนไปแสนกว่าบาท ตอนแรกไม่ได้กะทำวางขาย กะไว้เป็นอนุสรณ์ของตนเอง แต่บังเอิญมีคนสนใจซื้อ ผมได้ส่งมาสเตอร์ไปให้หลานที่เมืองไทย ไม่รู้เขาจะกล้านำไปวางขาย หรือเพราะเรายังไม่รู้กระแส ส่วนเพลงไทยผมก็ติดตามอยู่ ผมจะซื้อซีดีแผ่นเพลงไทยมาฟัง แผ่นละ 8 -9 เหรียญ (ราวๆ เกือบ 300 บาท) นักร้องที่ชื่นชอบ คือ มนต์แคน แก่นคูณ”



