
มองนอกดูใน - ทำไมต้องหัวใจโพธิสัตว์
ในงานทิทรรศการชีวิต ว่าด้วยรัก...หัวใจผู้หญิง...หัวใจแม่...หัวใจโพธิสัตว์ ที่เพิ่งหมดลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นอกจากผู้คนจะให้ความสนใจกับงานประติมากรรมของบรรดาประติมากรที่มีชื่อเสียง รวมทั้งงานหัตถศิลป์ 10 ฐานแล้ว หนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่า
และวันนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่จะนำบางส่วนเสี้ยวของการเสวนามาบอกเล่าให้ร่วมรับรู้สำหรับผู้สนใจที่ไม่มีโอกาสได้ไปร่วมฟังการเสวนาในวันนั้น โดยข้าพเจ้าเริ่มแลกเปลี่ยนในวงเสวนาว่า
“องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีความมุ่งมั่นในการที่จะตรัสรู้ธรรม และก่อนที่จะตรัสรู้ธรรมในพระชาติสุดท้าย พระองค์ทรงงานด้วยหัวใจโพธิสัตว์ในหลายชาติ เราจะเห็นว่าทศชาติเป็นหัวใจโพธิสัตว์ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ถ้าเรามุ่งหวังที่จะบรรลุธรรม เราอาจจะดูตัวเองก่อนว่าตอนนี้มีหัวใจของการเป็นผู้ให้อย่างบริสุทธิ์จริงหรือเปล่า...หัวใจของโพธิสัตว์ เป็นหัวใจของมนุษย์ที่หลุดพ้นในระดับที่มีจิตที่คิดจะให้ที่เบา และมีความสุขที่จะให้ แม้ในขณะนั้นโอกาสแห่งการให้มันอาจจะไม่ค่อยน่ารัก เช่น กำลังอยู่ในความทุกข์ยาก ลองสังเกตดู เรามักจะมีความสุขที่ได้ให้ในบรรยากาศที่เป็นสุข ต้องมีเรื่องที่เอื้อให้เราเป็นสุข เราจึงจะให้ แต่ถ้าบรรยากาศนั้นไม่เอื้อล่ะ แต่เรายังมีความสุขที่จะให้ แสดงว่าใจมันโตขึ้นหรือเปล่า...
ถ้าที่ไหนมีทุกข์ที่นั่นมีการให้ ที่ไหนมีการแก่งแย่ง มีการฉกชิง ที่นั่นจะมีความรัก และจะมีการให้ ฉะนั้น คนที่ให้ได้ในที่ที่ไม่มีการแย่งชิง มันต้องเหนือชั้นมาก...ก่อนที่เราจะบรรลุธรรม เราลองฝึกให้อย่างไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณ...ทานบารมีเป็นหัวใจของพระโพธิสัตว์เลย จึงต้องให้ก่อน”
“การจะช่วยเหลือมนุษย์จะต้องมีหัวใจเป็นพุทธะ หรือหัวใจเป็นพระโพธิสัตว์ การเราจะช่วยคนได้ เราต้องช่วยตัวเองให้ได้ก่อน ด้วยการช่วยตัวเองให้เข้าถึงพุทธะ หรือต้องถึงการเสียสละ คือความเป็นพระโพธิสัตว์ เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยเรานั้น ตั้งแต่ 700 กว่าปี สมัยยุคสุโขทัย เราเป็นเถรวาท เอาพระนิพพานเป็นที่ตั้ง แต่ในโลกนี้ยังมีความเดือดร้อยอยู่เป็นอันมาก คือยังมีทุกข์โศกโรคภัย ยังมีเกิดแก่เจ็บตายอยู่ จึงจำเป็นต้องมีหัวใจของโพธิสัตว์ที่จะต้องช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่เกิดร่วมโลกกับเราให้ข้ามฟากไปด้วยกันได้ ไม่ใช่ไปเฉพาะตัว ซึ่งก็เป็นการดีที่ไปเฉพาะตัวได้ แต่ถ้ายังมีเพื่อนมนุษย์จำนวนมากที่ยังมีทุกข์โศกโรคภัย มีทุกข์ทางกาย มีทุกข์ทางใจอยู่อีกเป็นจำนวนมหาศาล ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีหัวใจโพธิสัตว์
ในสากลโลกก็มีพระโพธิสัตว์จำนวนมากมาย เรียกว่ารอเรียงคิวที่จะเป็นพระพุทธเจ้าจำนวนมากมาย แต่ละพระองค์ก็จะมีปณิธานต่างๆ นานา ซึ่งอารยตาราหรือกรีนตาราที่ท่านแม่ชีศันสนีย์ ได้อัญเชิญมาสถิตย์อยู่ที่สถานแห่งนี้ เป็นพระโพธิสัตว์ที่ปรารถนาที่อยากจะบรรเทาทุกข์ทางกายและทุกข์ทางใจของมวลมนุษย์ ให้ได้ในสภาพของการเป็นสตรี เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ถือว่าท่านแม่ชีศันสนีย์ ได้นำเอาหัวใจพระโพธิสัตว์มาไว้ที่นี่ให้กับพวกเรา ซึ่งถือว่าเป็นการสืบสานปณิธานที่ดีของอารยตาราหรือกรีนตารา ซึ่งพระองค์มีปณิธานที่จะช่วยมวลมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสุภาพสตรี ให้หมดทุกข์ทางกาย และทางใจ อาตมาก็ดีใจ ขออนุโมทนากับท่านแม่ชีศันสนีย์ ที่ได้นำมาไว้ที่สถานที่แห่งนี้ แล้วก็ต้องยอมรับว่าท่านแม่ชีศันสนีย์เองก็มีหัวใจเป็นพระโพธิสัตว์เช่นนั้นจริง
จากการที่อาตมารู้จักตั้งแต่คุณแม่อยู่ที่วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต อาตมาได้ติดตามท่านและได้รู้ว่าท่านมาอยู่ตรงนี้ ก็ดูท่านมาเรื่อย และวันนี้ก็ยิ่งชัดเจนว่าคุณแม่ได้ทำหน้าที่ของผู้เสียสละเพื่อสุภาพสตรี ดั่งปณิธานของอารยตาราเขียว ซึ่งเป็นภาค 1 ซึ่งมี 21 ภาค...
“ปณิธานที่ท่านแม่ชีศันสนีย์สร้างสาวิกาสิกขาลัย ก็เป็นปณิธานดั่งที่พระโพธิสัตว์ปรารถนาและต้องการ คือให้มีองค์ความรู้ อันนี้ถือว่าเป็นสุดยอดของปณิธานของพระโพธิสัตว์ ต้องมีความรู้ ก็คือปัญญา สาวิกาสิกขาลัยจะเป็นสถาบันที่ทำให้คนมีความรู้ ความเข้าใจ เกิดปัญญาในองค์ความรู้ของพระโพธิสัตว์ ซึ่งตรงนี้จะเป็นเรื่องที่ทำให้คำว่าพระโพธิสัตว์ไม่ตาย และเกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้ อาตมาอาจจะใช้คำนี้ว่า ที่นี่ ที่แรก ที่ผู้บุกเบิก ของคำว่า ‘พระโพธิสัตว์’ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว และมีสถาบันอย่างสาวิกาสิกขาลัย เป็นที่รองรับความคิด ปณิธาน และผลิตคนออกมาอย่างมีปัญญา ถือว่าเป็นไปตามอย่างที่พระพุทธองค์ปรารถนาว่า ‘อติโรจติ ปญฺญาย สมฺมาสมฺพุทฺธสาวโก - สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าย่อมเจริญรุ่งเรืองด้วยปัญญา’ นี่ถือเป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนามาก” พระเทพภาวนาวิกรม (ธงชัย ธมฺมธโช)
“การให้เราไม่ต้องไปคิดมาก ให้เลย ไม่ต้องลีลา มันสมควรต้องช่วยแล้ว...ต้องช่วย ไม่ใช่รอให้เขาตายหรือทุกข์กว่านี้ ในกรณีผู้ที่เดินทางมาที่วัดคำประมง ในเมื่อแต่ละคนที่มานั้นมีความทุกข์กองเป็นภูเขา มาจากเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก แม้แต่เยอรมันก็บินมา หรือลาวก็มา ทุกคนมีความทุกข์หมด ถ้าเราช่วยได้แต่เราไม่ช่วย มันก็ไม่ใช่เราแล้ว มันต้องเป็นจิตสำนึก ไม่ใช่เกิดจากการผลักดันของใคร เราต้องทำด้วยจิตวิญญาณของเราเองแล้วมันจะยั่งยืนตลอดไป แต่ถ้าเราทำตามกระแส ทำตามที่เขาพูดมา หรืออยากทำละก็ ไม่ใช่ ต้องทำด้วยใจ ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ทำ แม้ชีวิตจะต้องตายก็ทำ...
ขอให้เราทำงานด้วยความสุข เพราะเราช่วยให้คนอื่นพ้นทุกข์ ขณะที่เราทำให้คนอื่นพ้นทุกข์ เราก็พ้นด้วย แม้ขณะที่เราทำงานเราอาจจะทุกข์ อาจจะเหนื่อย แต่การได้เห็นคนอื่นพ้นทุกข์ ความเหนื่อยจากการทุ่มเทมันจะหาย กลายเป็นปีติ อิ่มใจ คืนกลับมา” หลวงตาปพนพัชร์ จิรธัมโม
ธรรมสวัสดี
"แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสต"
***ขอเชิญร่วมทำบุญสร้าง สาวิกาสิกขาลัย มหาวิชชาลัยธรรมะเพื่อเยียวยาสังคม รับ พระอารยตารามหาโพธิสัตว์ เป็น ธรรมบรรณาการ ได้ที่ เสถียรธรรมสถาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เสถียรธรรมสถาน 0-2519-1119 หรือ www.sdsweb.org



