
แฟชั่นจี๋จ๋าดารานำเทรนด์
แฟชั่นไม่ว่าจะยุคนี้ สมัยไหน ศิลปิน-ดารา มีอิทธิพลทำให้แฟชั่นแพร่กระจาย รวดเร็วยิ่งกว่าไวรัสเสมอๆ ถ้าไม่เชื่อเราจะพาไปดูกันว่าช่วงที่ผ่านมา มีดาราคนไหนที่ทำให้แฟชั่นฮิตติดลมบนกันบ้าง
เริ่มต้นกันตั้งแต่ยุค สายเดี่ยว เกี่ยวหลุดกันบ้าง เรียกว่าทำเอาสาวไทยฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง เมื่อสองสาว “โบ” สุรัตนาวี สุวิพร และ “จอยซ์” พรพรรณ รัตนเมธานนท์ สองสาวดูโอจากวง ไทรอัมพ์คิงดอม ลุกขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์ให้วัยรุ่นไทยหันมาแต่งกายหวือหวากันมากขึ้น ด้วยการใส่เกาะอกและสายเดี่ยวร้องเพลง เรียกว่างานนี้ทำเอาหนุ่มๆ ใจละลายกันไปเป็นแถบๆ แต่ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมากันขรม ถึงการแต่งกายไม่เหมาะสมของเธอทั้งคู่ แต่ที่สุดแล้ว เธอทั้งสองก็แหวกกระแสไปได้ และเป็นต้นแบบให้นักร้องสาวหลายๆ คน กล้าที่จะเปรี้ยวซ่าบนถนนสายบันเทิงอย่างพวกเธอ
อีกสองหนุ่มอย่าง “ลิฟท์” สุพจน์ จันทร์เจริญ และ “ออย” ธนา สุทธิกมล ก็ทำให้วัยรุ่นในยุคก่อนได้รู้จักคำว่า เอวลอย กันเป็นแถว บางคน นอกจากเอวลอยแล้ว ก็ยังต้องทำท่าส่ายเอวแล้วร้องคำว่า รมณ์บ่จอย ตามพวกเขาไปด้วย แต่คนที่อ้วนและพุงย้วยคงจะป่วยการกับแฟชั่นเซตนี้ ได้แต่มองตาปริบๆ และปล่อยให้คนหุ่นดีเขาโชว์เซ็กซี่กันไป
ทำเอาหนุ่มๆ ใจละลายไม่แพ้สองสาวโบ-จอยซ์ สำหรับวง เกิร์ลลี่เบอร์รี่ แต่ละชุดนี่ดีไม่ดี อาจทำให้เลือดกำเดาไหลได้ เพราะแพ้ความเซ็กซี่ให้แก่สี่สาว แต่ที่ทำเอาสาววัยรุ่นฮิตตามกันใหญ่ ก็กางเกงยีนขาสั้นนี่แหละ ยิ่งสั้นเท่าไหร่ ยิ่งโชว์ความมั่นใจของคนใส่เท่านั้น งานนี้ขาป้อม อ้วน สั้น ยังไม่หวั่น ใส่กันเต็มเหนี่ยว บางคนแก้มก้นเขียว ดำ สลับลาย ยังกล้าที่จะใส่ตามสี่สาวเลย คิดดู๊...
แหวกแนวกว่าสาวๆ ที่ว่ามา ต้องยกให้แก่สาวยิปซี “ปาล์มมี่” อีฟ ปานเจริญ เพราะเธอคนนี้มีดีที่เสียง และความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร สไตล์ผมยาวยุ่งฟู แต่งกายรุ่มร่ามพลิ้วไหว แต่ก็ได้ใจคนให้อยากแต่งตามปาล์มมี่กันเป็นแถบ แถมตลกยังชอบเอาไปเป็นมุกเล่นโชว์ โอ้...เห็นไหมเล่าเขาดังจริง
นักร้องหญิงอีกหนึ่งคนที่ดังเป็นพลุแตก สำหรับ “แคท” แคทรียา อิงลิช กับการออกเทปอัลบั้มแรก โดยเฉพาะเพลง โอเคนะคะ ที่ไม่ว่าผับไหนๆ ก็ต้องเปิดเพลงของเธอ แต่แฟชั่นที่ฮิตระเบิดระเบ้อคือ ผมหยิกทำสีทอง เรียกว่าใครๆ ก็อยากทำอย่างแคท ผมหยิกหัวทองกันเป็นแถว แยกไม่ออกเลยใครฝรั่งหรือใครมันแกวตัวจริง...อิอิ
เป็นเจ้าแม่แฟชั่นตัวจริงเสียงจริง สำหรับ “อั้ม” พัชราภา ไชยเชื้อ สาวคนนี้แหละที่ทำให้วัยรุ่นไทยหันมาทาปากด้านในให้แดงกันระเรื่อ ใครที่ไม่มีตังค์เหลือเฟือพอจะซื้อเครื่องสำอางที่เรียกว่า ติ้นท์ อย่างสาวอั้มก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะน้ำยาอุทัยทิพย์เขาจัดให้ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ายิ่งกว่าสมัยเอาน้ำยาหยดลงในน้ำดื่มอีกแน่ะ
แหม...เจ้าแม่แฟชั่นทั้งที อั้ม เขาก็ยังมีนำเทรนด์ผม หน้าม้า ที่ตัดเพื่อเข้าฉากในหนังเรื่อง เฟค ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ขอผมทรงหน้าม้ากันเป็นแถบ แบบว่าเดี๊ยนคนเขียน ก็ยังติดใจและตัดม้าฮี้ๆ มาจนถึงวันนี้เลยเจ้าค่า
ที่ขาดไม่ได้สำหรับสาวๆ ยุคนี้ ที่อยากมีขนตากับเขาบ้าง แต่ฟ้าสั่งให้เกิดมาขนตาสั้น แต่สวรรค์ก็ประทานพรให้มีขนตาปลอมเกิดขึ้นมาได้ นำเทรนด์ให้สาวไทยกลับมาใส่ขนตายุคเพชรากันอีกครั้งโดย “แหวนแหวน” ปวริศา เพ็ญชาติ แรกๆ ใครๆ ก็เม้าท์เธอกันใหญ่ว่าใส่แล้วดูหลอกตา ดูประหลาด แต่ตอนนี้กลายเป็นของที่ขาดไม่ได้ของดาราและสาวขนตาบางไปเสียแล้ว หรือสาวๆ ว่าไม่จริง
ว่าด้วยเรื่องของตาแล้ว ที่ขาดไม่ได้เลยของสาวยุคนี้คือ คอนแทคเลนส์สี ที่ทุกวันนี้หากผู้ชายอยากจ้องตาให้รู้ใจสาว คงจะยากไปสักหน่อย เพราะกว่าจะผ่านได้ ต้องเจอคอนแทคเลนส์ลายต่างๆ จนมองไม่ออกว่าหน้าต่างของหัวใจสาวเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ผู้ที่ทำให้คอนแทคเลนส์สีฮิตขึ้นมาได้ ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก “พลอย” เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ แต่ยังไงก็ฝากเตือนสาวๆ ไว้ รักที่จะใส่ตาให้มีสีสันเหมือนแมวยังไง ก็อย่าลืมใส่ใจดวงตาเอาไว้ เดี๋ยวจะหาว่าสวยไม่เตือน
ปกติสาวๆ ก็ต้องนิยมไว้ผมยาว แต่เมื่อทุกคนมีโอกาสเข้าไปดูหนัง กุมภาพันธ์ ที่ตอนนั้นได้นางเอกใหม่ “เจี๊ยบ” โสภิตนภา ชุ่มภาณี มาประดับวงการ เป็นต้องออกมาจากโรงหนัง แล้วอยากตัดผมสั้นกันเป็นทิวแถว เขาเรียกทรงผม ฮิตและแนวของสาวเจี๊ยบทรงนี้ว่า ทรงกุมภาพันธ์ ยังไงล่ะจ๊ะ เก๋ไก๋ใช่หยอกเลยเชียว
ตบท้ายด้วยแฟชั่นฮิตของหนุ่มๆ กันบ้าง ประเดี๋ยวจะน้อยใจ ผู้ที่ทำให้ผู้ชายฮิตกันมาจนถึงยุคนี้ กับแฟชั่นสกินเฮด ไว้เครารุงรังไม่ใช่ใครที่ไหน ต้องยกให้กับพี่ อี๊ด วงฟลาย เขาแหละ แหม...เห็นทำท่าแทแดมแทม ผงกหัวอย่างนี้ พี่ก็นำเทรนด์ นำแฟชั่นเหมือนกันนะน้อง คริ...คริ



