บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - ชวนไปงาน Guitar Fiesta

กวนเพลงให้น้ำใส - ชวนไปงาน Guitar Fiesta

24 ก.พ. 2554

งาน “บางกอก กีตาร์ เฟียสตา” (Bangkok Guitsr Fiesta) จะมีขึ้นระหว่างศุกร์เสาร์อาทิตย์ที่ 25-27 กุมภาพันธ์ ศกนี้ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จัดโดย AMI

 จุดเด่นของงานนี้ คือการนำเสนอนักกีตาร์หลากหลายแนวทาง ซึ่งแต่ละรายล้วนเป็นศิลปินระดับโลกด้วยกันทั้งนั้น

 เช่น ค่ำวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป พบกับ มาร์ติน เทย์เลอร์ นักกีตาร์จากอังกฤษ ที่นำเสนอในแนวทางแจ๊ส

 วันเสาร์ถึงคิวศิลปินจากออสเตรเลีย โดย เลียวนาร์ กริกอเรียน และ โจเซฟ ทาวาดอส คนแรกนั้นเป็นนักกีตาร์คลาสสิก ส่วนคนหลังโดดเด่นในการเล่นเครื่องสายโบราณที่เรียกว่า “อูด” (OUD)

 น่าเสียดายว่า โปรแกรมนี้เดิมทีจะมียอดกีตาร์ระดับโลก อย่าง สลาวา กริกอเรียน มาร่วมด้วย แต่บังเอิญป่วยขึ้นมากะทันหัน

 ขณะที่วันอาทิตย์ ถึงคิวของ วิคเตอร์ เซอรันติโน สุดยอดปรมาจารย์ด้านฟลามิงโก้จากสเปน
 ทั้งหมดนี้ มิได้มาแสดงดนตรีอันไพเราะให้ฟังกันเท่านั้น แต่ยังเจียดเวลาจัดเวิร์กช็อปให้เราได้ชมกันอีกด้วย

 ถือเป็นกิจกรรมดนตรีดีๆ ที่น่าสนใจในระยะนี้
 ในบรรดานักกีตาร์เหล่านี้ ผมคิดว่าคนไทยน่าจะคุ้นเคยกับ มาร์ติน เทย์เลอร์ มากที่สุด เพราะเคยมีผลงานออกวางขายในบ้านเรา ทั้งสังกัด Linn ซึ่งเป็นค่ายเพลงแบบ “ออดิโอไฟล์” กับสังกัด “โซนี มิวสิค”

 ไม่เพียงเท่านั้น มาร์ติน ยังแวะมาเล่นคอนเสิร์ตในเมืองไทยบ่อยครั้ง โดยเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ คอนเสิร์ตของเขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

 บนเวทีโลก นักกีตาร์เชื้อสายสกอตคนนี้เป็นที่รู้จัก เมื่อแทนที่มือกีตาร์ จังโก ไรน์ฮาร์ดท์ ในวงของ สเตฟาน กราปเปลลี นักไวโอลินชื่อดัง เขาเคยให้สัมภาษณ์พูดถึง สเตฟาน ว่า

 “ผมพบเขาใน ค.ศ.1976 แต่ยังไม่ได้ทำงานร่วมกันจนกระทั่งถึงปี ค.ศ.1979 ซึ่งเป็นปีที่ผมไปฝรั่งเศสเพื่อเล่นคอนเสิร์ต (ตามคำชักชวนของนักไวโอลินคนนี้) ซึ่งเดิมทีตกลงจะเล่นกันแค่ 4-5 คอนเสิร์ตเท่านั้น จากนั้น (ในปีเดียวกัน) สเตฟานไปทัวร์อเมริกา (นับเป็นการทัวร์สหรัฐอเมริกาครั้งแรกของนักไวโอลินในเทศกาลดนตรีแจ๊สนิวพอร์ท) ผมก็ตามไปเล่นด้วย จนถึงการทัวร์ประเทศอื่นๆ ในยุโรป ทำไปทำมาจากที่เคยคิดจะอยู่เพียงช่วงสั้นๆ ก็กินเวลานานถึง 11 ปี (หัวเราะ)”

 แม้จะเล่นแจ๊สเป็นหลัก แต่ มาร์ติน เทย์เลอร์ มองว่าดนตรีทุกรูปแบบมีความงดงามแตกต่างกัน และสำหรับผู้เล่น มีความยากที่แตกต่างกันไปเช่นกัน นั่นหมายถึงทุกคนต้องทำงานหนัก

 “ผมคิดว่านักดนตรีทุกแนว ต้องทำงานหนักเหมือนกัน คุณต้องทำงานหนักเพื่อจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ เช่นเป็นนายของเครื่องมือ แต่ผมคิดว่า สำหรับดนตรีแจ๊สแล้ว คุณจะต้องมีความรู้มากขึ้น แม้โดยส่วนตัวผมเรียนรู้สิ่งเหล่านี้อย่างค่อนข้างเป็นธรรมชาติ แต่ผมก็ต้องรู้หลักการฮาร์มอนี (หลักทฤษฎีว่าด้วยเสียงประสาน) นี่อาจจะทำให้แจ๊สเป็นดนตรีที่มีความซับซ้อนมากขึ้นสักหน่อย”

 “ขณะที่บลูส์ หรือร็อก แก่นกลางของเพลงอาจจะไม่ใช่ดนตรี แต่อยู่ที่คำร้อง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของท่อนโซโล่ แม้จะมีโน้ตน้อยตัวลง แต่ปัญหาอยู่ตรงที่คุณจะสั่นไหวคนฟังอย่างไร ในส่วนของเครื่องมือ ดนตรีแจ๊สบางครั้งไม่ได้เขียนขึ้นสำหรับเครื่องดนตรีอย่างกีตาร์เท่านั้น แต่เขียนสำหรับเครื่องดนตรีอื่นๆ ที่หลากหลายออกไป เช่น เป่าทองเหลือง จึงมีคีย์อย่าง บีแฟลท, เอแฟลท, ดีแฟลท  ซึ่งยากสำหรับนักกีตาร์ คุณจะต้องเรียนรู้ความสลับซับซ้อนเหล่านี้” 

 ความลึกซึ้งในมุมมองทางดนตรี ส่งผลให้การสร้างงานของนักกีตาร์คนนี้มีเสน่ห์น่าติดตามไม่น้อย

 หากมีเวลาอย่าลืมไปพิสูจน์ความไม่ธรรมดาของนักกีตาร์ชั้นนำในงานนี้ รายละเอียดดูเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiticketmajor.com/concert หรือ โทร. 0-2262-3456

"อนันต์ ลือประดิษฐ์"