บันเทิง

พรมแดนของโลกมายา  -  ตัวตนของ เอสเตอร์ เพียซโซลลา

พรมแดนของโลกมายา - ตัวตนของ เอสเตอร์ เพียซโซลลา

10 เม.ย. 2552

อัลบั้มดีวีดี Astor Piazzolla in Portrait สารคดีดนตรีเรื่องราวชีวิต บทสัมภาษณ์ออกแพร่ภาพทาง บีบีซี ปี 2004

 เอสเตอร์ เพียซโซลลา อธิบายถึงแหล่งที่มาของดนตรีแทงโก้ว่า สายทางแรกมาจากเมดิเตอร์เรเนียน อิตาลี เนเปิลส์ เจนีวา เข้ามาทางอาร์เจนตินา แนวนี้ค่อนข้างเศร้า อีกสายทางหนึ่งมาจากดนตรีเฟลมมิงโก้ของสเปน ที่มีจังหวะของเพอร์คัสชั่นสนุกสนาน ได้แก่ คิวบา แอฟริกา บราซิล

 1. Milonga Del Angle  ดนตรีวงนี้เล่นกัน 7 คน เล่นหีบเพลงแบนโดเนียน 2 คน หนึ่งในนั้นคือเอสเตอร์ เปียโน, ไวโอลิน, เบส, เชลโล และกีตาร์ (กึ่งไฟฟ้า) ES335 จัดรูปวงบนเวทีเป็นลักษณะล้อมวงกันเล่น อีกมุมของภาพบนจอ มีการแสดงการเต้นรำแทงโก้ให้ดูประกอบ พอจบเพลง เอสเตอร์เล่าให้ฟังว่าในช่วงปี 1955 ดนตรีแทงโก้ในอาร์เจนตินากำลังจะตาย คนหนุ่มสาววัย 16-17-18 เริ่มหันมาสนใจฟังดนตรี ร็อก แอนด์ โรลล์ ที่กำลังดังระเบิด โดยมี เอลวิส เพรสลีย์ กับ บิล ฮาร์ลีย์ จากอเมริกาเป็นผู้จุดชนวน ซ้ำร้ายกว่านั้น ในช่วงทศวรรษ 1960 ดนตรีของเดอะ บีทเทิลส์ จากอังกฤษ กลับยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกว่าดนตรีแทงโก้เป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย เขาระบายความในใจว่าในตอนนั้นเขาเหมือนตัวคนเดียว ที่ต้องทำสงครามกับทั้งกองทัพ

 2.  Tanguedia เพลงนี้สังเกตการเปลี่ยนอารมณ์ของแต่ละท่อน และเสียงอุทานว่า Quilombo

 3. Mumuki ทีแรกคนฟังมักเข้าใจผิดว่าคำนี้คือชื่อมอเตอร์ไซค์ที่ทำมาจากญี่ปุ่น  จริงๆ แล้วเป็นคำที่เขาเรียกเมียและสุนัขของเขาซึ่งเป็นเพศเมียเช่นเดียวกัน เขาเล่าว่าแบนโดเนียนที่เขาเล่นผลิตจากเยอรมนีปี 1854 พ่อของเขาซื้อให้เมื่อตอนอายุ 9 ขวบจากโรงจำนำในนิวยอร์ก ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น เขาเล่าถึงความเป็นมาของแบนโดเนียน เขาสาธิตวิธีการเล่นให้ดูด้วย

 4. Zero Hour หนังฉายภาพชีวิตการเคลื่อนไหวในตัวเมืองบัวโนสไอเรสช่วงเวลานั้นให้ดู เอสเตอร์เล่าว่าเขาแต่งเพลงนี้ระหว่างที่เล่นประจำในไนต์คลับ เวลาพักเบรกตอนเที่ยงคืน เขาออกมาเดินบนถนน มันเงียบสงัดอย่างบอกไม่ถูก นอกจากเสียงฝีเท้าของเขา ก็มีแต่เสียงไซเรนของรถพยาบาลกับรถตำรวจเท่านั้น เขาเขียนความเงียบนั้นออกมาเป็นเพลงได้ เสียงเชลโลในเพลงนี้ให้ความรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงไซเรน ทั้งๆ ที่ในวงของเขามีเครื่องดนตรีสมัยใหม่เพียงชิ้นเดียวเท่านั้นคือ กีตาร์ไฟฟ้า

 5. Adios Nonio คำว่า Nonio มาจากภาษาอิตาเลียน ลูกๆ ของเอสเตอร์เรียกคุณปู่ของพวกเขาด้วยคำคำนี้ เขาเขียนเพลงนี้อุทิศให้คุณพ่อของเขา เพลงนี้เป็นเพลงสวดศพ เศร้าและสงบ

 ครั้งหนึ่งเขาเคยพูดคุยแลกเปลี่ยนกับ จอร์จ หลุยส์ บอร์เจส นักเขียนชื่อดังว่า แทงโก้คือการข่มขืนในแนวตั้ง โดยสังเกตจากวัยรุ่นหนุ่มสาวเวลาเต้นรำ หลังจากนั้นพวกเขามักจะไปร่วมรักกัน เขาเล่าถึงการแต่งเพลง
 6. Sex-Tet มันเป็นความเสน่หา ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ตอนที่เครื่องดนตรีอื่นเงียบเสียง เหลือแต่แบนโดเนียนเล่นกัน 2 คน เสียงประสานที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากวงออเคสตราสักเท่าใด

 เอสเตอร์ เพียซโซลลา (1921-1992) ชาวอาร์เจนตินา สมญานามของเขาคือ A man of Tango นาเดีย บูลองเกร์ (Nadia Boulanger) ครูสอนดนตรีของเขาเคยชี้แนะให้เขาตระหนักรู้ว่า ดนตรีแทงโก้ที่เขากำลังทำอยู่นั่นแหละคือ ตัวตนของเขาเอง

"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"