
มองผ่านเลนส์คม - "จูบ" เพื่อรักหรือโรค!?...
จั่วหัวให้ตกกะใจเล่น ที่จริงนึกสนุกเล่นๆ จากข่าว "จูบมาราธอน" ที่ พิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลุยส์ ทุสโซด์ส พัทยา จัดแข่งจูบสุดอึดนี้ขึ้น
ไม่น่าเชื่อว่าผู้กล้าท้าน้ำลายชาวไทยทั้ง 13 คู่ +ต่างชาติอีก 1 มี ที่ลงสนามประลองบดริมฝีปาก จะรับกฎกติกามหาหินของผู้จัดงาน
เริ่มสตาร์ทจูบตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้าของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด...
ทุกคู่ต้องยืนและรู้สึกตัวตลอดเวลา ไม่มีช่วงเวลาพักระหว่างการแข่งขัน หรือแม้แต่ขณะที่เข้าห้องน้ำ ก็จะมีกรรมการคอยตามไปดู ในระหว่างที่แข่งขันก็ห้ามนำริมฝีปากออกจากกันโดยเด็ดขาด เรียกได้จูบมาราธอนขนานแท้ แบบชั่วฟ้าดินสลายเลยทีเดียว
ถามตัวเองชัดๆ ว่าอยากติดตามข่าวนี้ เพื่อดูความโรแมนติก หรืออยากเห็นความทรมานกันแน่
พร้อมๆ กัน ก็อยากรู้ว่าคนที่เข้าแข่งขัน เขาต้องการอะไร จะเพื่อพิสูจน์รักแท้ หรือ (คิดอย่างนางอิจฉา) ว่าอยากได้เงินรางวัล!!
จริงก็รู้คำตอบอยู่แล้ว เพราะมันไม่สนุกนักหรอกที่มายืนจูบต่อหน้าธารกำนัล ซ้ำยังโชว์ลีลาสวีทหวานดูดดื่มนานข้ามวันข้ามคืนอย่างนี้
แต่ไม่ว่าจะคิดแง่ไหน มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือน่าตกใจอะไร
เพราะเป็นแค่เวทีการประกวดเวทีหนึ่ง กับหัวข้อที่ท้าทายเท่านั้น
และพี่ไทยเราก็เก่งเรื่อง "ที่สุดของที่สุด" อยู่แล้ว
รวมเวลาแล้ว คู่รักคู่ข้าราชการสามารถจูบได้ยาวนานที่สุดด้วยเวลา 46 ชั่วโมง 24 นาที 9 วินาที แหมเกือบ 2 วันเต็มเลยค่ะ เรียกว่าทุบสถิติโลกที่ชาวเยอรมันทำไว้ซะกระจุย
แต่ก็เผลอเสียดายแทนอีกคู่ไม่ได้ ที่พลาดตำแหน่ง "ที่สุด" ไปเพียง 4 วินาที
ตอนเช้าได้สัมภาษณ์คู่ชนะเลิศผ่านทางรายการ "แมงโก้ คาเฟ่" รู้สึกว่าฝ่ายชายยังง่วงๆ เลยไม่ได้คุยกันมาก แต่ฟังทางฝ่ายหญิง เธอว่าการจูบเป็นการแสดงออกถึงความรักอย่างหนึ่ง ถ้ารักกันอย่างบริสุทธิ์ จะจูบที่ไหนก็ได้ที่ไม่ประเจิดประเจ้อเกินงาม
ธรรมเนียมฝรั่งที่เป็นธรรมดาสำหรับคนไทย ก็คงไม่มีอะไรจะว่าหรอก เพียงแต่อยากจะกระซิบบอกเบาๆ ว่า ขอให้ระวังสุขภาพกันหน่อย เพราะการจูบก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราติดโรคติดต่อบางโรคได้โดยไม่รู้ตัว
อย่างที่ นพ.มานิตย์ ธีระตันติกานต์ อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกผ่านแมงโก้ ทีวี ว่าโรคที่ติดต่อผ่านทางน้ำลายนั้น มีตั้งแต่ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสตับอักเสบ หรือแม้กระทั่งเริม ส่วนเรื่องเอดส์ สบายใจได้ค่ะ เพราะจะเป็นได้ก็ต่อเมื่อรับน้ำลายจากผู้ติดเชื้อเป็นปี๊บเชียวค่ะ
ถ้าหากใครคนใดมีแผลในช่องปาก และอยู่ในช่วงไม่สบาย ก็เว้นวรรคสักพัก จะได้เก็บปากสวยๆ ไว้จูบกันนานๆ
ใครว่าจูบไม่สำคัญ แต่ถึงตรงนี้แล้วมันเรื่องใหญ่จริงๆ นะ... จะบอกให้
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



