
กวนเพลงให้น้ำใส - แกรมมี่ อวอร์ด 2011 ถึงคราวรางวัลหลัก พลิกโผ
ผลรางวัลแกรมมี่ออกมาอย่างที่ทราบกัน หลายๆ รางวัลพลิกความคาดหมาย แต่โดยภาพรวม ยังสะท้อนมุมมองความคิดของผู้คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมดนตรีของสหรัฐอเมริกา
"แกรมมี่ อวอร์ด" มอบกันมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 53 มีขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1957 เมื่อสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์ด้านการบันทึกเสียงแห่งชาติ หรือ NARAS ได้เริ่มต้นมอบรางวัลนี้ ซึ่งมาจากการลงคะแนนของบุคลากรในวงการ ตั้งแต่โปรดิวเซอร์ นักดนตรี แมวมอง ซาวนด์เอนจิเนียร์ ไปจนถึงแผนกต่างๆ รวมถึงนักกฎหมายและบัญชี ฯลฯ
แม้ในแง่หนึ่ง แกรมมี่อวอร์ด จะเป็นภาพสะท้อนถึงความจริงที่ปรากฏ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีศิลปินยิ่งใหญ่อีกไม่น้อย ที่ไม่เคยได้รับรางวัลแกรมมี่เลย เช่น เดอะ ฮู, บ๊อบ มาร์ลีย์, ไดอานา รอสส์, จิมิ เฮนดริกซ์, เลด เซพพลิน, เกรทฟุลเดด, ควีน , ลินเนิร์ดสกินเนิร์ด, เดอะ ดอร์ส และ บัดดี โฮลลี
ล่าสุด นีล ยัง ศิลปินแนวโฟล์กร็อกที่มีบทบาทมาตั้งแต่ยุคซิกซ์ตี้ เพิ่งคว้ารางวัลแกรมมี่ตัวแรก ในสาขา "เพลงร็อกยอดเยี่ยม" จากเพลง Angry World
ปีนี้ ความหลากหลายของสไตล์ดนตรี ยังเป็น "ทางออก" ของการแจกรางวัลอย่างเห็นได้ชัด นอกจากรางวัลที่แบ่งซอยย่อยออกมาเป็นสาขาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ป๊อป, ร็อก, อาร์แอนด์บี, แร็ป, คันทรี, แจ๊ส, กอสเปล, คลาสสิก ฯลฯ หากสังเกตสักหน่อยจะพบว่า ในส่วนของงานดนตรีกระแสหลัก มีทั้งเพลงร็อก , คันทรี , อาร์แอนด์บี และ แร็พ ปรากฏปะปนในสัดส่วนพอเหมาะ
แต่น่าแปลกตรงที่มีศิลปินแจ๊สเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้น ดังกรณีของ เอสเปอรันซา สปัลดิง นักดับเบิลเบสแจ๊ส (โดยพื้นฐาน) และนักร้อง ซึ่งสามารถเอาชนะใจกรรมการ โดยคว้ารางวัลหลัก "ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม" มาครอง เรียกได้ว่าเป็นคนแรกๆ ของวงการแจ๊สเลยทีเดียว ทั้งที่มีตัวเก็งอย่าง จัสติน บีเบอร์ ที่ดังถล่มทลาย
เอสเปอรันซา เป็นตัวแทนของศิลปินแจ๊สที่เริ่มสำแดงบทบาทบนเวทีนี้ หลังจากที่ เฮอร์บี แฮนค็อก เคยคว้ารางวัลหลัก "อัลบั้มยอดเยี่ยม" มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ในเวลาเดียวกัน ปีนี้ เฮอร์บี ยังมีโอกาสได้จุมพิต "แกรมมี่" อีกครั้งจากอัลบั้ม Imagine ของเขาที่คว้ามาถึง 2 รางวัล ซึ่งถือว่าเกินความคาดหมายทีเดียว
ปีนี้น่าจะปีเศร้าของ เอมิเนม ศิลปินแร็พหนุ่มที่เข้าชิงถึง 10 สาขา รวมถึงรางวัลหลักๆ แต่กลับได้มาเพียง 2 รางวัลเท่านั้น คือแรพเดี่ยว และอัลบั้มแร็ปยอดเยี่ยมจากชุด "Recovery"
ศิลปินที่คว้ารางวัลหลักๆ แทน เอมิเนม ไปนั้น มีทั้ง เลดี แอนเทเบลลัม ในสาขา "ผลงานแห่งปี" และ "เพลงแห่งปี" และ อาร์เคด ไฟร์ วงร็อกอินดี้ที่โด่งดังจากอัลบั้ม The Suburbs ซึ่งคว้า "อัลบั้มยอดเยี่ยม" ไปครองสมใจคอเพลงเข้มๆ ทั้งหลาย
ส่วนวงทริโอสไตล์คันทรีลูกผสม ในชื่อ เลดี แอนเทเบลลัม มาแบบแทบไม่พลาดเป้า เพราะเข้าชิง 6 ได้ไปถึง 5 ตัว แม้กระทั่งยอดขายอัลบั้มที่เคยเป็นเบอร์สอง รองจาก Recovery ของนายเผือกขาว ก็ขยับขึ้นมาเป็นที่หนึ่ง
อย่างว่า - เพลง Need You Now ของพวกเขา มันโดนใจคนฟังจริงๆ
มันเป็นแนวโน้มที่ชัดว่า ต่อไปแนวทางการสร้างสรรค์งานเพลง จะเน้นลักษณะ crossover หรือลูกผสมมากยิ่งขึ้น
ศิลปินคนอื่นๆ ที่สร้างสีสันและคว้ารางวัลในปีนี้ ยังประกอบด้วย เลดี้กากา (ซึ่งมาร้องบรรเลงซิงเกิ้ลใหม่ ในเพลง Born this Way) , เจย์-ซี และ จอห์น เลเจนด์ ซึ่งคว้ารางวัลกันคนละ 3 ตัว ส่วน อัชเชอร์, เฮอร์บี แฮนค็อก , เจฟฟ์ เบ็ค และศิลปินร็อก เดอะ แบล็ค คีย์ส คว้าไปรายละ 2 รางวัล
นอกจาก เอมิเน็ม ยังมี บีโอบี ที่กลับบ้านมือเปล่า ส่วน ซีโล กรีน ได้มาเพียงรางวัลเดียวคือ best urban/alternative performance ถึงกระนั้น โชว์ของเขาบนเวที ร่วมกับนักแสดงสาวสวย กวิเน็ธ พัลโทรว์ และคณะหุ่นของ จิม เฮนสัน ในเพลง Forget You ก็ได้ใจคนดูทั่วโลกไปแบบเต็มๆ
เช่นเดียวกันกับโชว์ของ มิค แจ็กเกอร์ แห่งเดอะ โรลลิงสโตนส์ ที่ฟอร์มเก๋าสุดๆ จนคนหนุ่มยังอาย
"อนันต์ ลือประดิษฐ์"



