บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - ถึงเพื่อน..กนกพงศ์

มองผ่านเลนส์คม - ถึงเพื่อน..กนกพงศ์

16 ก.พ. 2554

ความรักมีหลากรูปแบบ แม้กระทั่ง "รัก" ของคนที่จากไปแล้ว...

  เพื่อรำลึกถึงนักเขียนซีไรต์แดนใต้ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ที่เสียชีวิตไปเมื่อ 5 ปีก่อน คณะกรรมการกองทุนกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ได้จัดงานประกาศผล "รางวัลกนกพงศ์ สงสมพันธุ์" ครั้งที่ 2 เพื่อมอบให้แก่นักเขียนรุ่นหลัง จากผลงานที่ตีพิมพ์ลงในนิตยสารวรรณกรรม "ราหูอมจันทร์" ฉบับล่าสุด ในบ่ายวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ย่านตลิ่งชัน

 นอกจากดิฉันได้รับการไว้วางใจให้เป็นผู้ดำเนินรายการ (สมัครเล่น) แล้ว ยังเก็บภาพบรรยากาศมาฝากคนในแวดวงนักอ่าน-นักเขียน ทาง "แมงโก้ ทีวี" ด้วย 

 แม้สถานที่จะไกลไปหน่อย แต่เพื่อนพ้องน้องพี่ที่เดินทางมาก็ต้องยกให้แก่ความตั้งใจ เห็นแล้วให้รู้สึกอบอุ่นและสมเกียรตินักเขียนผู้ล่วงลับยิ่งนัก

  เปิดงานด้วย เจน สงสมพันธุ์ ผู้เป็นทั้งพี่ชายและประธานกองทุน ขึ้นกล่าวต้อนรับ จากนั้น เสี้ยวจันทร์ แรมไพร ก็เชิญชวนให้คนในห้องประชุมผลัดกันลุกขึ้นมาหยิบบทกวีที่แขวนอยู่ในตามกิ่งไม้ทีละชิ้น จนครบ 40 วรรคทอง

 และเวลาที่ทุกคนรอคอยมาถึง เมื่อรุ่นใหญ่อย่าง ชาติ กอบจิตติ นักเขียนดับเบิลซีไรต์ เจ้าของรางวัลศิลปาธร รวมทั้งตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ บึ่งรถมาจากปากช่อง ขึ้นมากล่าวปาฐกถา ในหัวข้อ "คิดถึงกนกพงศ์...โดยสังเขป" ทำให้เรารู้จักนักเขียนหนุ่มคนนี้มากขึ้น รวมทั้งภาพรวมการอ่านหนังสือในบ้านเราด้วย

 ต้องบอกว่า กระชับและได้ใจจริงๆ สมกับเป็นนักเขียนที่ทุกคนอยากฟังในสิ่งที่เขาพูด จากนั้นก็ยกเวทีให้แก่นักเขียนหนุ่มอีกชุด ที่มาเปิดวงเสวนาถึง "โลก เรา และเรื่องเล่าของคนหนุ่ม" โดยมี บินหลา สันกาลาคีรี สาคร พูลสุข คมสัน นันทจิต ดำเนินรายการโดยซีไรต์อีกคน วัชระ สัจจะสารสิน เรียกว่า ได้น้ำได้เนื้ออีกชุดใหญ่เลยทีเดียวค่ะ

 และมาถึงไฮไลท์สำคัญ อ.ธัญญา สังขพันธานนท์ หรือ ไพฑูรย์ ธัญญา ได้ประกาศชื่อผู้รับรางวัลกนกพงศ์ฯ ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมคือ เกริกศิษฐ์ พละมาตร์ หนุ่มหน้าเข้มจากกาฬสินธุ์ เจ้าของเรื่องสั้น "ผู้กุมชะตา" ส่วนรางวัลชมเชยอีก 2 คน คือ ไพชัฏ ภูวเชษฐ์ และอนันต์ เกษตรสินสมบัติ

 พิธีการสุดท้ายเป็นการกล่าวให้กำลังใจแก่นักเขียนที่ได้รับรางวัล และคนที่อยู่ในห้องประชุม โดยศิลปินแห่งชาติ อัศศิริ ธรรมโชติ

 ขอบอกว่า ทุกคนไม่เพียงมากันด้วยใจ บางคำพูดทำให้เราเห็นได้ถึงความรักที่พวกเขามีต่อนักเขียนหนุ่มตลอดกาลคนนี้

 ท้ายรายการจริงๆ ยังมีการสังสรรค์ด้วยอาหารรสเด็ดฉบับปักษ์ใต้ขนานแท้ คลอเคล้าด้วยบทเพลงพื้นถิ่นจาก วงมาลีฮวนน่า วงสะพาน และเสียงเสน่ห์จากนักเขียนหนุ่ม พจนาถ พจนาพิทักษ์ รวมทั้ง คฑาวุธ ทองไทย หรือ อ.ไข่ แห่งวงมาลีฮวนน่า ร่วมขับขานอีกด้วย

 งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา บางทีการพบกันเพื่อจาก ก็เพื่อจะได้นำความรู้สึกดีๆ กลับไปเป็นพลังในการสร้างสรรค์งานให้ดียิ่งๆ ขึ้น และเชื่อว่านี่ก็เป็นสิ่งที่กนกพงศ์ตั้งใจไว้ด้วยเช่นกัน

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"