บันเทิง

ไตรโทน - ดนตรี ยังไงก็ต้องเล่น

ไตรโทน - ดนตรี ยังไงก็ต้องเล่น

15 ก.พ. 2554

ตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงวันนี้ เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจดนตรีกันอย่างสุดขอบ วันนี้ผมจะไม่พูดถึงเรื่องเก่าๆ ที่ไม่ได้แค่เกิดขึ้นเพียงประเทศไทยที่เดียว แต่มันเป็นกันทั้งโลก ผมมีข้อสังเกตประเด็นหนึ่ง ซึ่งพอจะเทียบกับวงดนตรีของตัวเอง หรือของเมืองไทยท

 เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงต้นปีเนี่ย วงต่างประเทศรวมถึงนักร้องรุ่นใหญ่หรืออาจเรียกได้ว่า ใหญ่มาก ทำ เวิลด์ ทัวร์ สนุกสนานกันใหญ่ รวมถึงประเทศไทยด้วย บางวงก็แค่เฉียดๆ เมืองไทย ไปลงที่ประเทศสิงคโปร์ (โตก) ก็มีให้เห็น เนื่องจากเรื่องของการเมืองที่ดูไม่ค่อยปลอดภัย ก็คงจะมีส่วนบ้างแน่นอนครับ


 ปลายปีที่แล้วก็พลาด string หรือ นักร้องวง The Police น่าเสียดายจริงๆ แต่ไม่เป็นไรครับ ปีนี้เรามี  สกอร์เปียนส์ มาเล่นขับกล่อมให้แฟนเพลงรุ่นใหญ่ได้ชมกันไปเรียบร้อยไปแล้ว ครั้งที่สามแล้วครับที่วงนี้มาเมืองไทยในตลอดอายุงานของวงนี้ กว่าสี่สิบปี ที่น่าสนใจก็คือ มีคนดูมากมายทุกครั้งที่ ลุงๆ เหล่านี้มาแสดง ที่น่าสนใจก็คือคนดูกลุ่มเดิมครับ กี่ครั้งกี่คราวที่มาแสดง แฟนๆ เหล่านี้ก็ยินดีที่จะไปดูตลอด ที่เปลี่ยนไปก็คือ อายุซึ่งก็โตขึ้น หรือพูดแบบ ขำๆ ก็คือ แก่ไปด้วยกันทั้งผู้เล่นและแฟนๆ ผมบนศีรษะก็บาง ดูเป็นรุ่นใหญ่กันหมดทั้งฮอลล์  ดูแล้วน่ารักดี   ไม่ว่าจะเป็นเพลง Wind of Change, Dust in the Wind หรือ Still loving you โอโห! เป็นไงครับ ร้องกันตามแบบขนลุก ดนตรีไม่มีหมดอายุจริงๆ ที่ดูน่าขำอีกอย่างก็คือ พอเล่นเพลงเร็วอย่าง Black Out เป็นไงครับ โยกหัวกันใหญ่ เมื่อครั้งแรกที่มาสิบกว่าปีที่แล้วโยกกันทั้งเพลง พอเที่ยวนี้ ครึ่งเพลง คนดูเริ่ม โยกตัวกันเบาๆ ถามว่า ทำไม ตอบว่า เหนื่อย …เป็นที่เข้าใจได้ครับอันนี้  แสดงให้เห็นว่า จิตวิญญาณ ยังอยู่เสมอถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไป ส่วนการแสดงบนเวทีต้องเรียกว่าเต็มร้อยครับ เล่นกันเหมือนตอนหนุ่มๆ รูปลักษณ์อาจเปลี่ยนไป ผมบางลงบ้างแต่ เสียงกีตาร์และเสียงร้องไม่เคยตก ร็อกแอนด์โรลล์ ไม่มีวันตายจริงๆ ถ้ามันได้ สิง ไปที่ร่างใครก็ตาม

 เอาละครับแล้วเท่าที่เรารู้ๆ กัน ปีนี้ยังจะมี ซานตานา, ดิ อีเกิลส์, อีริค แคลปตัน มาเล่นให้ชมกันอีกด้วย ผมอาจจะกระตือรือร้น สำหรับวงเหล่านี้ที่จะมาแสดง อาจจะเป็นเพราะวัยหรือยุคสมัยที่เราชื่นชอบ ซึ่งจริงๆ แล้ว วงวัยรุ่นอย่าง ซูเปอร์จูเนียร์ หรือพวก เค ป๊อป, เจ ป๊อป ก็เข้ามาแสดงนะครับ กลุ่มวัยทีนเขาก็ตื่นตัวกัน เพียงแต่ผมสัมผัสไม่ถึง เราว่ากันเฉพาะพวกรุ่นใหญ่ๆ ละกัน

 ทั้งหมดทั้งปวงเนี่ยแสดงว่า เล่นสดเท่านั้นที่จะทำเงินได้ เป็นอันคอนเฟิร์ม เล่นเข้าไปหากยังมีลมหายใจอยู่ หากมีคนต้องการฟังไม่ว่าจะวัยไหนก็ตามเล่นเข้าไป ค่าตัวจะถูกลงบ้างก็จ้างมาเถอะ เล่นกันหมดแหละครับ ทุกซอกมุมของโลกที่มีแฟนเพลง ลอยดอน เบอร์ลิน นิวยอร์ก เล่นมาหมดแล้ว เอาที่แปลกๆ ซึ่งเจริญแล้วกันดูบ้าง  ผมเชื่อว่าสักสิบห้าปีก่อน ค่าตัว วงลุงๆ เหล่านั้น คนไทยจ้างกันไม่ไหวหรอกครับ ถึงวันเนี่ย เล่นเสร็จเที่ยว ภูเก็ต กันต่อ อีกสองวันไปเล่นต่อ อินโดนิเซีย แล้วเที่ยวบาหลี ต่อ โอโห เป็นผมผมก็เอา ครับ วัยขนาดนี้ แล้วรุ่นพวกนี้ไม่มีค่ายด้วยครับ หมดอายุมีสังกัดกันแล้ว เพลงก็ของกู มีนายหน้าดีๆ สักคน ไปไหนไปกันสบายใจกันเถิดเอย เท่าไรเท่ากัน นี่เห็นว่า วงสกอร์เปียนส์ เขาใช้ชื่อว่าเป็น Fairwell Concert กันเลย โห…ไม่ดูได้ไงเนี่ย ชื่อแบบนี้ กระแทกใจสุดๆ ผมว่ามุกนี้น่าเอาเยี่ยงอย่างสักวันหนึ่ง เช่น Nuvo Fairwell Concert เป็นไงครับ น่าดูทีเดียว พออีกสักพักก็มาเล่นกันใหม่ ใช้ชื่อว่า Reunion ก็ทำมาหากินกันไปครับ มุกนี้ผมว่าบรรเจิด ไม่มีนักดนครีคนไหนอยากจะบอกให้โลกรู้ว่าจะเลิกเล่นหรอกครับถ้ายังยืนไหวอยู่ 

 คอนเสิร์ต ต่างชาติที่มาเล่น ในเมืองไทยนะครับ นักร้องที่อายุมากๆ ที่มาเปิดการแสดงแล้วคนดูไม่สนุกหรือจุใจ แบบที่เคยดูจากดีวีดี ก็มีให้เห็นครับ อย่าง Sir Elton John  ป้า แกเล่นมาแบบ เปียโนตัวเดียวเล่นไป สามชั่วโมง …เป็นไงครับ แจกหมอน จากบัตรราคา ห้าพันบาท อาจมีคนพอใจก็ได้ครับ แต่ผมไม่ หรือ อย่าง Roger Water แห่งอดีตวง Pink Floyd ตอนพี่คนนี้มาเล่นที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมื่อไม่กี่ปีมานี้  อันนี้ผมให้ สิบเต็มสิบเลยครับ ทั้งเพลง ทั้งโปรดักชั่น มาแบบจัดเต็ม ถูกใจไม่มีโดนตำหนิ

 อีกสองท่านที่น่าจับตามอง อย่าง ลุง อีริค แคลปตัน กับ ลุง ซานตานา เนี่ย เที่ยวนี้จะมาแบบไหน โดยเฉพาะ อีริค แคลปตัน เมื่อสองปีก่อนพี่แกมาแบบ เหนือความคาดหมาย พวกเราก็รู้ว่าลุงแกประวัติเป็นอย่างไร ตั่งแต่อยู่วง Cream เล่นกับ Ginger Baker กับ Jack Bruce โอโหเป็นไงครับ สุดยอดแต่ผมเกิดไม่ทัน ลองไปถามรุ่นพี่ดูซิครับว่า ฮิปปี้ ยุคนั้นวง Cream เนี่ย สุดทีนขนาดไหน ผมมาดูช่วงที่จับต้องได้ก็ที่ Royal Albert Hall เห็นตัวเป็นๆ เลย ซื้อตั๋วผีซึ่งแพงมาก ปรากฏว่า ซวยครับ ครั้งนั้น ลุงแกเล่น แต่เพลง Blues ล้วนๆ ใช้ชื่อว่า Eric Clapton and His Blues Band …โอโห เพลง บลูส์ ล้วนๆ ไม่มี cream เลยแม้แต่เพลงเดียว จะหนักไปทางเพลงของ Robert Johnson ที่พี่แกชื่นชอบ เรื่องมันเปลี่ยนเลยนะครับ ถ้าคอนเซ็ปต์เปลี่ยนนิดเดียว ครั้งนี้ที่กำลังจะเล่นเนี่ย เห็นโปรโมท ด้วยเพลง Layla ก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อยละครับ น่าจะไม่เหมือนคราวที่แล้ว น่าจะมีเพลงของวง Cream ให้ได้ฟังกันมั่ง ส่วนลง ซานตานา เห็นเพิ่งออกอัลบั้มใหม่ ที่รวมเพลงของ Jimmi Hendrix มาเรียบเรียงใหม่ สุดยอดครับ  ถ้ามารูปแบบนั้น คงสำลักความสุขกันแย่ทีเดียว

 ข้อสังเกตที่ผมมีต่อเหตุการณ์เหล่านี้ก็คือ ทุกวงที่พูดมาเนี่ยพวกเขาได้รับความนิยมอย่างมากไม่ว่าจะได้รางวัลต่างๆ มากมาย รวมถึงอยู่ในยุค ขายแผ่นเสียง กับ คาสเซ็ทเทป ไม่มีของก๊อปครับยุคนั้น ย่อมแสดงว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็น เศรษฐี กันอย่างไม่ต้องพูดถึง ซึ่งกาลเวลาผ่านมาเงินก็ต้องมีหดหายไปบ้าง วิธีหาเงินโดยออกอัลบั้มใหม่ในยุคนี้ ก็คงเหมือนๆ กันทั้งโลก คือไม่ค่อยมียอดขายอะไรมากมายเท่าไหร จะมาเป็นแบบ เลดี้ กาก้า หรือ พวก ฮิพฮอพ ยุคนี้ก็คงสู้ไม่ไหว แต่สิ่งเดียวที่จะทำให้เป็นกอบเป็นกำได้ ก็คือ เล่นสด เวิลด์ ทัวร์ เท่านั้น แสดงให้เห็นอีกอย่างครับ คือเพลงในยุคนั้นไม่ฉาบฉวยด้วยเทคโนโลยีอย่างยุคนี้ ได้เข้าไปนั่งในบัลลังก์ใจของแฟนๆ ที่พร้อมจะควักกระเป๋าจ่ายให้ทันทีที่รู้ว่าจะทำอะไรเล่น ที่ไหน เมื่อไร นั่นแสดงให้เห็น ว่าทั่วโลกหรือแม้แต่เมืองไทยก็ตาม วงที่อยู่ในยุคขายแผ่นเสียงหรือคาสเซ็ทเทป ซึ่งเป็นยุคแห่งต้นตำหรับเพลงที่กลุ่ม พี่เต๋อ หรือ อย่างพี่ดี้ นิติพงษ์ ที่ผลิตออกมาไม่ดาษดื่นเหมือนทุกวันนี้ ย่อมมีทางออกให้ตัวเองเสมอ ขอเพียงแต่ต้องเล่น ไม่ว่าจะ อีสาน เหนือ ใต้ ผับ เล็กหรือผับใหญ่ โรงเบียร์ ต่างๆ เพียงแค่ดึงตัวที่ชื่อว่าอีโก้ออก ในเวลาที่เหมาะสม แล้วเล่นมันเข้าไป ไม่มีวันอดครับ ถ้ายังยืนไหว ทั้งผู้เล่นและแฟนเพลง ความสนุกย่อมมีมาเสมอ เร็วๆ นี้มีคิวจะไปเล่นจังหวัดที่ไม่เคยไปอย่าง อุตรดิตถ์ ร้อยเอ็ด ชุมพร กำแพงเพรช อ้าว…ขอเสียงกรี๊ดหน่อยยยย...

"จิรายุส วรรธนะสิน"