
31ปีแห่งรักนิรันดร์"อรัญญา-เศรษฐา"
กลิ่นอายวันวาเลนไทน์กำลังหอมกรุ่น วันนี้ "คม ชัด ลึก" ไม่รอช้า คว้าตัวคู่ชีวิตที่ครองรักกันมายาวนานถึง 31 ปี "อาต้อย" เศรษฐา และ "อาเปี๊ยก" อรัญญา ศิระฉายา มาเผยถึงเคล็ดลับการใช้ชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์แบบให้ฟังกัน
ว่าแล้วก็ไม่รอช้า เรานัดแนะทั้งคู่กันที่รังรัก เอ๊ย ! ที่บ้านของทั้งคู่ย่านประชาราษฎร์บำเพ็ญ เมื่อถึงบ้านอันร่มเย็น เจ้าของบ้านก็ต้อนรับเป็นอย่างดี ก่อนที่อาต้อยและอาเปี๊ยกจะเปิดใจถึงชีวิตคู่ให้เราฟังอย่างละเอียด
จุดเริ่มต้นของคำว่า "รัก" ของทั้งคู่ เริ่มต้นพบรักกันอย่างไร
อาเปี๊ยก : อ๋อ...สนุกสนาน ส่วนมากอยู่บนพื้นฐานสบายๆ
อาต้อย : เราใช้อารมณ์ตลกอยู่กับเขา ใครมาถามว่าเออทำไมถึงมารักเราได้ ก็ต้องตอบว่าอยู่กับเรามีความสุข ไม่เครียด ได้หัวเราะทั้งวัน บ้าบอไปตามเรื่องเป็นปลาไหล ตอนนั้นเป็นป้ายแดง ตอนนี้เป็นป้ายดำแล้ว (หัวเราะ)
อาเปี๊ยก : เจอคุณต้อยครั้งแรก ไม่ได้ประทับใจในตัวเขานะ แต่ประทับใจในเสียงเพลง ตอนที่เราไม่ได้คบกัน เราฟังเพลงเขามาก่อน กระทั่งวันหนึ่งมาทำงานร่วมกัน แล้วได้มีโอกาสพบกันมากขึ้น เรารู้สึกว่าเขาเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี ต่อไปก็ดูว่าจิตใจดีมั้ย ถ้าเราคิดว่าคนนี้ใช่ เราก็คบกับเขา จนมามีวันนี้
ณ วันนี้ครองรักกันมากี่ปีแล้ว
อาต้อย : ถ้าเราตอบปุ๊บมันจะผิดทันที(หัวเราะ) เพราะผู้ชายจำไม่ค่อยได้ แต่รู้ว่า 30 เศษๆ
อาเปี๊ยก : 31 ปีแล้ว เพิ่งจะจัดคอนเสิร์ตไปหมาดๆ แต่เขาจะจำไม่ค่อยได้ (ยิ้ม)
กับระยะเวลา 31 ปี ความหวานมีลดน้อยถอยลงบ้างไหม
อาเปี๊ยก : แห้งชาม น้ำชาม (หัวเราะ)
อาต้อย : ทีแรกเขาอ่อนหวาน เดี๋ยวนี้อ่อนหวานกว่า คือหวานน้อยลง (หัวเราะ) คือความหวานมันอาจจะน้อยลง มันคงมีความผูกพันที่เราใช้ชีวิตด้วยกันมากกว่า มันไม่เหมือนใหม่ๆ อะไรก็หวาน ตอนนี้มันเป็นคู่ชีวิตยังไงก็แยกจากกันไม่ได้
อาต้อยดูแลอาเปี๊ยกยังไงบ้าง
อาเปี๊ยก : เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี ดูแลและรับผิดชอบเรามาอย่างดีตลอด ไม่อย่างนั้นเราคงไม่อยู่กันยืดยาวจนมาถึงป่านนี้ ไม่มีอะไรที่เสียหาย หรือว่าบกพร่อง ถามว่าเขาเป็นคนโรแมนติกมั้ย คือเขาเป็นคนไม่โรแมนติก สบายๆ มากกว่า
วันวาเลนไทน์มีกุ๊กกิ๊กไหม
อาเปี๊ยก : ไม่มีนะ ส่วนมากวันวาเลนไทน์ถ้าว่าง เราไม่ติดงานอะไร ก็จะไปกินข้าวกัน ซึ่งเราทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะวันวาเลนไทน์
อาต้อย : เราทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว วันสำคัญที่เขาจะไปทำอะไร เราจะไม่ยุ่ง ไม่เคยสนใจ เราเป็นปกติ คือวันไหนที่ครอบครัวว่าง เราก็ไปกินข้าว ไปเที่ยวทะเล ไปเที่ยวภูเขา เที่ยวบ้านที่อยู่ต่างจังหวัด ก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าวาเลนไทน์ต้องหยุดงาน วาเลนไทน์ทำงานทุกปี ปีนี้ก็ถ่ายละคร
ใช้ชีวิตคู่กันมานานมีวิธีเติมเต็มความรักกันยังไงบ้าง
อาต้อย : เรามีจนล้นแล้ว(หัวเราะ) ไม่ต้องเติม
อาเปี๊ยก : การเติมเต็มของพวกเรา คือการที่เราไปไหนด้วยกัน ไปต่างจังหวัด เราก็มักจะทำด้วยกัน ถ้ามีโอกาส นี่คือสิ่งที่เติมเต็มกัน ไม่ใช่คนหนึ่งไปทาง อีกคนไปทาง
อาต้อย : คือเราใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ ว่างปุ๊บเราก็ไปทะเล เรามีบ้านอยู่ต่างจังหวัด อยากไปเที่ยวภูเขาก็ไป เพราะเราทำที่พักไว้พักผ่อน ไม่ค่อยได้ยุ่งกับคนอื่น
เห็นหวานๆ แบบนี้มีทะเลาะกันบ้างไหม
อาต้อย : เรื่องทะเลาะเป็นเรื่องธรรมดา ต้องมีอยู่แล้ว แต่เราไม่มีทุบตี ด่าทอ โวยวาย ทะเลาะก็งอนกัน ไม่พูดกันแป๊บเดียวก็ดีกัน (ใครง้อใคร) ไม่นะ มันดีกันเอง เราไม่ได้ไปไหน อยู่แต่ในบ้าน บางทีเราก็ไปอยู่ในห้อง ถึงเวลากินข้าว เขาก็ไปเรียกกินข้าวค่ะ ส่วนมากเรื่องทะเลาะไม่มีเรื่องอะไรใหญ่โต เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง
อาเปี๊ยก : มันเป็นไปตามหน้าที่ ที่ต้องคุยกัน
รักกันมานานขนาดนี้ มีเคล็ดลับอย่างไรที่อยากจะแนะนำให้คู่รักดาราในยุคนี้ ที่ดูเหมือนเป็นความรักฉาบฉวย รักเร็วเลิกเร็ว
อาต้อย : จริงๆ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของอายุเราด้วย เราอายุมากแล้ว ถ้าทะเลาะกัน หย่ากันตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะไปหาที่ไหน (หัวเราะ) แต่ที่ดาราเดี๋ยวนี้รักกัน เลิกกัน เพราะเขาอายุยังน้อยเกินไป วุฒิภาวะยังไม่มี ยังมองอะไรไม่ทะลุปรุโปร่ง ยังอ่านนิสัยกันไม่ออกเลยว่าคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตเรา หรือจะมาแต่งงานกันเป็นคนอย่างไร เพราะฉะนั้นเมื่ออยู่ไปสักพักจะเห็นว่าอ๋อ...เป็นแบบนี้เองเหรอ ทำให้ทะเลาะกัน ก็แยกกันไป คนเรารักกันได้ แต่ต้องดูกันไปนานๆ ถ้าไม่มีอะไรเกินเลยยิ่งดี คบกันเป็นเพื่อน มองเห็นนิสัยใจคอกัน ถ้าคิดว่าคนนี้ใช่ อยู่ด้วยกันไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีอะไรที่มารบกวนจิตใจ หรือทำให้เราเสียใจ อยู่ด้วยกันเจริญรุ่งเรือง ค่อยรักกัน แต่งงานกัน เรื่องที่อยากจะแนะนำคือเรื่องอายุ เรื่องวุฒิภาวะ ดูอุปนิสัยใจคอกันให้ดี ก่อนที่จะทุ่มไปทั้งตัว ให้เรารู้ชัดเจน ค่อยตัดสินใจ
ตอนนี้คู่รักดาราค่อนข้างจะเปิดเผยมาก หากเทียบกับคู่รักดาราในยุคก่อน
อาเปี๊ยก : ยุคเราก็เปิดนะ ไม่เคยปิด
อาต้อย : เราเปิด ตอนที่ถ่ายหนังเรื่อง ชื่นรัก ยังไม่ทันจบ ก็เป็นข่าวแล้ว จริงๆ การเปิดเผยมันเป็นสิ่งที่ดี ทุกคนก็เห็นว่าคู่นี้รักกัน มีพยานสังคม แต่ว่ามองกันดีหรือยัง ถ้ายังไม่พร้อมก็อย่าเพิ่งเปิดเผย อย่างที่บอกว่าดูแลกันให้ดี ดูกันลึกๆ ตอนนี้สังคมมันเปิดแล้ว
อาเปี๊ยก : บางคู่เขาก็ไม่อยากเปิด เขาก็บอกว่าเป็นเพื่อน แต่บางคนก็อยากให้เป็นแฟน
อาต้อย : คือการที่บอกเป็นเพื่อน บางทีไม่ระวัง ไปจูบกันมีรูปออกมา ก็เรียบร้อยเลย
นิยามคำว่า "รัก" เป็นยังไง
อาต้อย : คำว่า "รัก" คือ ตับไตไส้พุง คือต้องเห็นมิติข้างในลึกๆ ต้องมองให้ลึกซึ้ง หัวใจคุณเป็นยังไง ความรักเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่เราต้องเลือกรักให้ถูก
อาเปี๊ยก : ความรักก็เป็นสิ่งที่สวยงามอย่างที่คุณต้อยบอก ก็ต้องรักให้เป็น ถึงจะดูสวยงาม และสุขสบาย ถ้าใช้ความรักไม่ถูกก็จะมีแต่ปัญหา
สุขสันต์วันวาเลนไทน์



