บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - ภูมิซรอล

คมเคียวคมปากกา - ภูมิซรอล

11 ก.พ. 2554

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือนสาม ปีเถาะ

  สวัสดีปีเถาะ  ได้เวลาสวัสดีปีกระต่ายเสียที  เพราะตั้งแต่ปีใหม่มาจนถึงก่อนวันตรุษจีน  ยังเป็นวันเวลาของปีขาล  หรือปีเสือ  อย่างไรก็เถอะ  จะเสือ หรือกระต่าย  ก็ยังมิอาจคาดเดาอะไรได้  แบบว่าเสือดุ  กระต่ายดี  อะไรทำนองนั้น  ด้วยวิบากกรรมของผู้คนและสังคม  ยังคงลากยาวมาและจะลากยาวไปไม่มีที่สิ้นสุด  มีแต่จะพัฒนาปีนเกลียวเคี่ยวคั้นกันไปอย่างยืดเยื้อเรื้อรังและรุนแรง  พลเมืองและบ้านเมืองยังบอบช้ำด้วยกันทุกฝักทุกฝ่าย  ชาวบ้านยังตกเป็นเหยื่อ  และถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองสิ่งนั้นสิ่งนี้อย่างเปล่าเปลือง

 นั่นไง...เพียงกระต่ายเริ่มออกวิ่ง  เสียงปืนเสียงระเบิดก็ลั่นเลื่อนขึ้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา  งานนี้กระต่ายมิได้ตื่นตูมเสียแล้ว  และแล้วผู้ที่เดือดร้อน  ล้มตาย  บาดเจ็บ  อพยพ  อกสั่นขวัญแขวน มิใช่ใครที่ไหน  ก็คือชาวบ้านตาดำๆ นั่นเอง  ชาวบ้านแนวเขตชายแดนทั้งสองประเทศ ที่ระดับหนึ่งเขาก็ยังรักกัน  ไปมาหาสู่กัน  เป็นเช่นนั้นนานมา  และยังอยากเป็นเช่นนี้นานไป  ครั้นเมื่อเกิดสงคราม  โดยผู้นำประเทศ  หรือกลการเมืองระหว่างประเทศ  หรือการกระทบกระทั่งชิงดีชิงได้ทั้งคำพูดและการกระทำของหลายฝ่าย  ก็เห็นแต่ชาวบ้านและทหารชายแดนนั่นแหละ ที่ต้องบาดเจ็บล้มตายอย่างน่าเศร้า

 ไม่มีครั้งสุดท้ายสำหรับสิ่งที่เรียกว่า “สงคราม”  โลกนี้มีสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า  ซึ่งเป็นบทเรียนที่เราพึงเล่าเรียน  เพียงแต่น่าเศร้า  ที่บทเรียนทั้งหลาย  บางทีก็ช่วยอะไรมนุษย์ไม่ได้เลย  สิ่งที่เรียกว่า “มนุษย์” ยิ่งตกอยู่ในภาวะระส่ำระสายทุกหย่อมหญ้า  ทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค  การปะทะ  การประท้วง  การตะลุมบอนฆ่าฟันกัน นับวันยิ่งมากและถี่ขึ้น  ทั้งในประเทศเล็กๆ และประเทศใหญ่ๆ ที่เจริญแล้ว 

 ดูสิ...บ้านเมืองของเรา  ตั้งแต่ระดับกลุ่มเพื่อน  ครอบครัว  หมู่บ้าน  ตำบล  อำเภอ  จังหวัด  ภาค  ก็ระส่ำระสายขัดแย้งกันอย่างหนัก  เคยรู้สึกว่า “สงครามโลกเล็กๆ อุบัติขึ้นแล้วทุกหย่อมหญ้า”  สิ่งที่เรียกว่า “การเมือง” และ “นักการเมือง” ต่างช่วงชิงพื้นที่ในใจชาวบ้านด้วยสิ่งที่เรียกว่า “เงิน”  มากกว่า “ปัญญา”  อันสิ่งที่เรียกว่า “การเลือกตั้ง” นั้น  เขาโกงและใช้เงินซื้อเสียงตั้งแต่ระดับผู้ใหญ่บ้าน  ขยายขึ้นไปอีกหลายระดับ  ได้ยินแต่ว่านายทุนและนักการเมือง  นอกจากบริโภคและครอบครองทรัพยากรมากเกินจำเป็นแล้ว  ยังไม่มีสำนึกที่จะช่วยเหลือชาวบ้านและประเทศชาติอย่างแท้จริง  มีแต่ช่วงชิงอำนาจวาสนา  เพื่อตัวเอง  วงศ์ตระกูล  และพรรคพวกที่ตัวเองเข้าพวกสังกัดอยู่  ต่างเล่นการเมืองเพื่อจะเอาชนะทางการเมือง  ชาวบ้านตกเป็นเหยื่อนิรันดร์ไป  เดี๋ยวบอกจะปลดหนี้ให้  เดี๋ยวบอกจะล้างหนี้ให้  โอ้...ธรณีหนี้นี้เป็นพยาน...

 “ภูมิซรอล”...อยู่ๆ ชื่อนี้ก็โดดเด่นขึ้นมาอีกครั้ง  เป็นความโดดเด่นให้จดจำอันเนื่องแต่การเมืองการสงคราม  เหมือนที่หลายปีก่อนโน้น  อยู่ๆ เราก็ได้ยินและจดจำชื่อ “ตาพระยา”  ในแบบเพลงลูกทุ่ง “ยอมตายที่ตาพระยา”  และก่อนหน้านี้เราก็ได้ยินเพลง “ภูมิซรอล” ของ สุรชัย  จันทิมาธร  เพียงแต่ด้วยสถานการณ์  และแง่มุมภาษาอารมณ์รู้สึกนึกคิดที่แตกต่างกัน

 ฟังเพลง “ภูมิซรอล”  พร้อมฟังและดูข่าวชาวบ้านภูซรอลที่อยู่ๆ ก็ต้องเจ็บ  ต้องตาย  ต้องหนีออกจากบ้านเรือนไปหาที่หลบภัย  ชุลมุน  จ้าละหวั่น  ลองคิดว่าถ้าเป็นเราโดนเข้าอย่างนั้นบ้าง  จะตกทุกข์ได้ยากทั้งทางกายและจิตใจขนาดไหน  เหมือนที่เคยคิดถึงความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้  หลายครั้งที่ผ่านทางไปปัตตานี  นราธิวาส  มักนึกถึงอีสานบ้านเกิดที่ออกสงบร่มเย็น  รู้สึกเห็นใจคนที่เขาแขวนชีวิตไว้กับความเสี่ยงตลอดเวลา  เป็นตายเมื่อไหร่ด้วยน้ำมือใครไม่รู้  แต่เอาเข้าจริง  ภูมิภาคอื่นๆ ก็อาจเต็มด้วยคลื่นใต้น้ำ  กระทั่งไฟใต้ไฟ  และแล้วสงครามชายแดนอีสานใต้ก็ปะทุขึ้นจนได้  เริ่มต้นขึ้นแล้วก็ยากจะจบลงได้ง่ายๆ  ถึงจบลงได้แต่บาดแผลความสูญเสียก็ยังไม่เลือนหายไปง่ายๆ  ไม่ต้องนับบาดแผลในอดีตร้อยปีพันปีดอก  แค่นี้ก็เครียดกันสุดๆ แล้ว  ด้วยการทะเลาะกับเพื่อนบ้านนั้น  น่าจะถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

 ว่ากันว่า...เรื่องบางเรื่อง  ที่มันเกิดเรื่อง  เพราะมีคนอยากให้เกิดเรื่อง  เรื่องบางเรื่อง  มีคนออกแบบวางแผนให้เกิดเรื่อง  เพราะหวังผลได้ผลเสียจากการมีเรื่อง...

 โดยส่วนตัว  ผมรู้สึกรักและผูกพันกับพี่น้องประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดน  เพราะในปากผม  ในหูผม  ในใจผม  เกิดมาก็ได้สัมผัสทั้งทางอาหารการกิน  ภาษา  ดนตรี  วัฒนธรรม  ประเพณี  จึงไม่เข้าใจว่าอยู่ดีๆ “บ็อง ปะโอน เยอง กรอก โม บัน คะเนีย เทอ โอ็อย”  แบบว่าอยู่ดีๆ พี่น้องเราลุกขึ้นมายิงกันทำไม?    
     
 เรื่องมันต้องมีวิบากกรรมยาวนานแน่ๆ ถึงเกิดเรื่องอย่างนี้...เดี๋ยวศุกร์หน้าจะไป “ภูมิซรอล” ที่ศรีสะเกษอีก  อยากรู้ความหมาย  จะมีที่มาทางภาษาคล้าย “ภูมิกันดาร” ที่สุรินทร์หรือเปล่า?

"ไพวรินทร์ ขาวงาม"